
‘ดร.นพดล’ ออกบทความเรื่อง ‘สิทธิของประชาชนในวิกฤตราคาน้ำมัน เมื่ออำนาจของรัฐบาลรักษาการถูกจำกัดด้วยกฎหมาย จุดกระแสสังคมกำลังมองข้าม’
27 มี.ค. 2569 – ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ก่อตั้งสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ออกบทความเรื่อง สิทธิของประชาชนในวิกฤตราคาน้ำมัน เมื่ออำนาจของรัฐบาลรักษาการถูกจำกัดด้วยกฎหมาย จุดที่กระแสสังคมกำลังมองข้าม โดยมีเนื้อหาว่า
ในวันที่ราคาน้ำมันพุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงของประชาชนดังขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ “ทำไมไม่ตรึงราคา” “ทำไมไม่ลดภาษี” “ทำไมรัฐบาลไม่สั่งให้ราคาน้ำมันลงทั้งระบบ” “รัฐบาลจะไม่ทำอะไรเลยหรือ” คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เพียงความไม่พอใจ แต่คือ “ความคาดหวังโดยชอบธรรม” ของประชาชนที่ต้องการเห็นรัฐเข้ามาดูแลความเป็นธรรมในการดำรงชีวิต
แต่ในขณะเดียวกัน มีความจริงอีกด้านหนึ่งที่สังคมไทยต้องเข้าใจร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา คือ วันนี้รัฐบาลอยู่ในสถานะ รักษาการ ซึ่งหมายความว่า คณะรัฐมนตรีได้พ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่เต็มรูปแบบด้วยความชอบธรรมครบถ้วน
สถานะนี้หมายความว่ารัฐบาลกำลังทำงานแต่อำนาจของรัฐบาลถูกจำกัดอำนาจตามกฎหมายอย่างเข้มงวด สาระสำคัญอยู่ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ซึ่งวางกรอบไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลรักษาการต้องระมัดระวังอย่างยิ่งใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่
หนึ่ง ไม่อนุมัติงานหรือโครงการใหม่ที่ผูกพันรัฐบาลชุดถัดไป
สอง ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการบางกรณีโดยไม่มีความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สาม ไม่อนุมัติใช้ “งบสำรองจ่าย” เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นโดยไม่มีความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
และสี่ ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐในลักษณะที่อาจกระทบต่อความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ รัฐบาลรักษาการยังต้องดูแลประชาชน แต่ไม่สามารถออกมาตรการใหม่ขนาดใหญ่ได้อย่างอิสระเหมือนรัฐบาลปกติ นี่คือเหตุผลที่ทำให้หลายมาตรการที่ประชาชนคาดหวัง เช่น การตรึงราคาน้ำมัน การอุดหนุนเต็มรูปแบบ หรือการลดภาษีทันที อาจไม่สามารถดำเนินการได้โดยง่ายในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลไม่ต้องการช่วยแต่เพราะหลายมาตรการเข้าข่ายเป็น “นโยบายใหม่” ที่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดถัดไป ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของมาตรา 169 (1)
ขณะเดียวกัน การใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือ เช่น การนำงบสำรองจ่ายมาอุดหนุน ก็ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะตัดสินใจได้โดยลำพัง เพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน ตามมาตรา 169 (3) ส่วนข้อเสนอให้ “ลดภาษีน้ำมัน” ก็ต้องเข้าใจว่า การลดหรือยกเว้นภาษีเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และมีผลกระทบต่อรายได้ของรัฐในภาพรวม ไม่ใช่มาตรการที่สามารถประกาศได้ทันทีโดยไม่ผ่านกระบวนการ
ดังนั้น ภาพที่แม่นยำกว่าคำว่า “รัฐบาลไม่ทำอะไร” คือ รัฐบาลยังทำแต่ทำได้จำกัดภายใต้กรอบกฎหมายและภาพที่แม่นยำกว่าคำว่า “ช่วยไม่ได้เลย” คือ ช่วยได้แต่ไม่สามารถใช้เครื่องมือทั้งหมดได้เหมือนภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของกฎหมายไม่ได้แปลว่า ประชาชนต้องยอมรับสถานการณ์โดยไม่มีสิทธิเรียกร้องในทางตรงกันข้าม ยิ่งรัฐบาลมีข้อจำกัดมากเท่าไร ประชาชนยิ่งมีสิทธิเรียกร้อง “ความจริง ความโปร่งใส และความเป็นธรรม” มากขึ้นเท่านั้น
ประชาชนมีสิทธิรู้ว่า โครงสร้างราคาน้ำมันประกอบด้วยอะไรบ้าง ประชาชนมีสิทธิรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่รัฐยังสามารถทำได้ และอะไรคือสิ่งที่ติดข้อจำกัดทางกฎหมาย และประชาชนมีสิทธิเรียกร้องให้รัฐกำกับดูแลไม่ให้เกิดการเอาเปรียบในยามวิกฤต เพราะแม้รัฐบาลจะไม่สามารถออกมาตรการใหม่ขนาดใหญ่ได้โดยง่าย
แต่ยังมีหลายเรื่องที่ต้องทำอย่างจริงจัง เช่น การเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างเข้าใจง่าย การกำกับดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสจากผู้ประกอบการ การบริหารการกระจายน้ำมันให้เป็นธรรมและการสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา
ในยามปกติ ประชาชนอาจตัดสินรัฐบาลจาก “นโยบายที่ทำได้” แต่ในยามรักษาการ ประชาชนจำนวนมากกำลังตัดสินรัฐบาลจาก “ความจริงใจในการอธิบายให้เข้าใจร่วมกัน” ด้วยเช่นกัน
ถ้ากฎหมายจำกัดอำนาจ รัฐบาลยิ่งต้องสื่อสารให้ชัด
ถ้างบประมาณมีข้อจำกัด รัฐบาลยิ่งต้องเปิดเผยให้โปร่งใส
ถ้ามาตรการใหม่ทำไม่ได้ง่าย รัฐบาลยิ่งต้องทำสิ่งที่ยังทำได้ให้ดีที่สุด
เพราะสุดท้ายแล้ว วิกฤตราคาน้ำมันไม่ใช่เพียงเรื่องพลังงาน แต่คือ “บททดสอบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล”
และในวันที่กฎหมายวางกรอบอำนาจรัฐบาลอย่างเข้มงวด สิ่งที่รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้หายไป คือความรู้สึกของประชาชนว่า อย่างน้อย ในยามวิกฤต รัฐบาลไม่ทิ้งประชาชน ยังยืนอยู่ข้างประชาชนด้วยความจริง ความเป็นธรรม และความรับผิดชอบ
สมดุลที่สำคัญที่สุด คือ หากรัฐบาลเลือก “ฝืนกฎหมาย” เพื่อช่วยประชาชนระยะสั้น สิทธิของประชาชนในวันนี้ อาจดีขึ้น แต่จะแลกกับความเสียหายระยะยาวของทั้งประเทศเพราะกฎหมายถูกออกแบบมาเพื่อ “ปกป้องประชาชนทั้งวันนี้ และวันข้างหน้า”
กล่าวโดยสรุป ในสถานะรัฐบาลรักษาการ การช่วยเหลือประชาชนยังสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด กล่าวคือ รัฐสามารถใช้กลไกหรือมาตรการเดิมเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางได้ในสภาวะวิกฤตน้ำมันนี้ เช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มขนส่ง กลุ่มไรเดอร์วินมอเตอร์ไซด์ และอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมันส่งผลเสียเป็นลูกโซ่ไปยังเงินในกระเป๋าของประชาชนที่ปลายระบบเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลรักษาการอาจปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือได้อีกเพียงเล็กน้อยในกรอบเดิมอย่างระมัดระวัง แต่ไม่สามารถออกโครงการใหม่หรือมาตรการขนาดใหญ่ที่ก่อภาระผูกพันต่อรัฐบาลชุดถัดไปได้ ขณะเดียวกัน การใช้งบสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนเสมอ สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลรักษาการไม่ได้ไร้ความสามารถในการช่วยเหลือประชาชน แต่เป็นรัฐบาลที่ต้องใช้ “อำนาจที่เหลืออยู่” อย่างแม่นยำ รอบคอบ และไม่สร้างภาระให้ประเทศในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ
สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่
'อนุทิน' เดินงานโอทอปศิลปาชีพ บอกจะพยายามสานต่อ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม
ดร.เอนก เตือนสังคมศาสตร์ไทย ไร้รากเหง้า ระวังกลายเป็น 'ศาสตร์ไร้จิตวิญญาณ'
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชวนสังคมศาสตร์ไทยกลับมาศึกษารากเหง้าตัวเอง ชี้ใช้ทฤษฎีตะวันตกได้ แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาไทยให้พอกัน เตือนหากเอาแต่เป็
เราจะมีนายกฯ เป็นวีรบุรุษของชาติ.. ..ได้อย่างไร!?
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน
'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก

