หมู่บ้านจมใต้น้ำและเมืองหลายสิบแห่งไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่พายุไต้ฝุ่นฟงวองพัดถล่มฟิลิปปินส์, คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 5 ราย และทำให้ผู้คนกว่า 1 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

ยานพาหนะแล่นผ่านเสาไฟฟ้าที่เสียหายตามทางหลวงในจังหวัดอัลเบย์ ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน (Photo by CHARISM SAYAT / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 กล่าวว่า พายุฟงวองซึ่งมีขนาดใหญ่ครอบคลุมเกือบทั้งหมู่เกาะ ได้พัดเข้าสู่ชายฝั่งตะวันออกของฟิลิปปินส์ในฐานะซูเปอร์ไต้ฝุ่นเมื่อเย็นวันอาทิตย์ และทำให้ต้นไม้ล้มจำนวนมาก รวมทั้งน้ำทะลักท่วมเมืองต่างๆ ที่อยู่บนเส้นทาง
พายุฟงวองขึ้นฝั่งเพียงไม่กี่วันหลังจากพายุไต้ฝุ่นคัลแมกีพัดถล่มหมู่เกาะต่างๆ ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ และคร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 224 ราย
ความพยายามในการทำบิ๊กคลีนนิงเริ่มต้นจากจังหวัดคากายันทางตอนเหนือสุดไปยังเกาะคาตันดูอาเนสที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางใต้กว่า 1,000 กิโลเมตร
ที่จังหวัดคากายัน รูเอลี ราปซิง หัวหน้าหน่วยกู้ภัยประจำจังหวัด บอกกับเอเอฟพีว่า น้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดอาปาเยาที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้แม่น้ำชิโกเอ่อล้นตลิ่ง ส่งผลให้ประชาชนบริเวณใกล้เคียงต้องรีบหาพื้นที่สูง
ประชาชนกว่า 5,000 คนได้รับการอพยพอย่างปลอดภัยก่อนแม่น้ำคากายันที่เอ่อล้นจะกลบเมืองเล็กๆ อย่างตูเกกาเราที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 30 กิโลเมตร
สำนักงานนายกเทศมนตรีท้องถิ่นบอกกับเอเอฟพีว่าแม่น้ำคากายันยังคงสูงขึ้นประมาณ 0.3 เมตร (หนึ่งฟุต) ทุกชั่วโมง
ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุเพิ่มสูงขึ้นหลังจากมีรายงานว่าฝาแฝดวัย 5 ขวบและชายชราในสองจังหวัดทางตอนเหนือของลูซอนเสียชีวิตจากดินถล่ม
อัลวิน เอย์สัน เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกล่าวว่า เด็กๆ เสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ขณะที่ครอบครัวกำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน โดยฝนมรสุมตามฤดูกาลทำให้ดินรอบบ้านเปียกชุ่มอยู่ก่อนที่อิทธิพลของพายุฟงวองจะทำให้เกิดเหตุสลด
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่า ชายชราคนดังกล่าวเสียชีวิตจากดินถล่มไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น
ผู้เสียชีวิตรายแรกของพายุเกิดขึ้นหนึ่งวันก่อนหน้านั้นในจังหวัดซามาร์ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุไต้ฝุ่นคัลแมกีเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
มีการยืนยันผู้เสียชีวิตอีกรายบนเกาะคาตันดูอาเนส ซึ่งพายุซัดฝั่งทำให้เกิดคลื่นซัดเข้าถนนและน้ำท่วมบ้านเรือนในเช้าวันอาทิตย์
ยังมีน้ำท่วมใหญ่ในเขตบีโคล ทางตอนใต้ของเกาะลูซอน ซึ่งวิดีโอที่ได้รับการยืนยันแสดงให้เห็นว่าถนนหลายสายกลายเป็นสายน้ำเชี่ยวกราก
ทั้งนี้ ประชาชนกว่า 1.4 ล้านคนทั่วประเทศต้องอพยพออกจากพื้นที่เนื่องจากพายุ
โรงเรียนและหน่วยงานราชการทั่วเกาะลูซอนปิดทำการในวันจันทร์ ซึ่งรวมถึงกรุงมะนิลา
ขณะนี้ ฟงวองกำลังมุ่งหน้าไปยังไต้หวัน ซึ่งคาดว่าจะนำฝนตกหนักมาสู่ภาคเหนือและตะวันออก เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือตามฤดูกาลทวีความรุนแรงขึ้น ตามรายงานของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาไทเป
นักพยากรณ์อากาศเปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า คาดว่าจะมีฝนตกมากกว่า 350 มิลลิเมตร (14 นิ้ว) ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วภูมิภาค
เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นกล่าวว่า ประชาชนเกือบ 5,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนใน 3 ตำบล ในเขตฮวาเหลียน ทางตะวันออก
ตำบลเหล่านี้ตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบกั้นน้ำที่แตกออกและคร่าชีวิตผู้คนไป 19 ราย ระหว่างฝนตกหนักที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่นรากาซาในเดือนกันยายน
พายุไต้ฝุ่นคัลแมกีทำให้เกิดน้ำไหลบ่าเข้าท่วมเมืองต่างๆ ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พัดรถยนต์, บ้านเรือนริมแม่น้ำ และตู้คอนเทนเนอร์หายไป
ความพยายามค้นหาและกู้ภัยในจังหวัดเซบูที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดถูกระงับในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่พายุไต้ฝุ่นฟงวองกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ของฟิลิปปินส์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การประกาศภาวะภัยพิบัติระดับชาติที่เคยกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ จะถูกขยายออกไปเป็น 1 ปีเต็ม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ข้องใจปั๊มไม่มีน้ำมัน บี้รบ.อย่าเกรงใจนายทุน ประกาศภาวะฉุกเฉิน คุมเอง
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
'นิพิฏฐ์' กระตุกนายกฯ แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ให้เร็วกว่านี้ เพิ่มคน เพิ่มเรือให้มากกว่านี้ ทำได้ไหม
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ครับ
พยากรณ์ 10 วันล่วงหน้า ฝนลดลง เตรียมรับลมหนาวได้เลย
กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 850hPa (1.5 กม.)10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 10-19 พ.ย. 68
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับสุดท้าย 'พายุคัลแมกี' เคลื่อนตัว มีฝนตกหนักใน 3 ภาค 8-9 พ.ย.
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุ “คัลแมกี” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 19 ซึ่งเป็นประกาศฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ ว่า

