ญี่ปุ่นเตือนพลเมืองในจีนเรื่องความปลอดภัย ท่ามกลางขัดแย้งประเด็นไต้หวัน

รัฐบาลปักกิ่งให้คำมั่นว่าจะปกป้องความปลอดภัยของชาวต่างชาติในจีน หลังจากที่รัฐบาลโตเกียวเตือนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้ระมัดระวังตัวท่ามกลางความขัดแย้งทางการทูต

กลุ่มทัวร์ชาวจีนเดินเล่นในย่านช้อปปิ้งกินซ่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน (Photo by GREG BAKER / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน 2568 กล่าวว่า ญี่ปุ่นออกคำเตือนพลเมืองของตนในจีนให้ระมัดระวังสภาพแวดล้อมและหลีกเลี่ยงการอยู่ในฝูงชนจำนวนมาก ท่ามกลางความขัดแย้งทางการทูตกรณีความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เกี่ยวกับไต้หวัน

ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นทำให้รัฐบาลปักกิ่งแนะนำพลเมืองจีนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น และสร้างผลกระทบต่อตลาดหุ้นโตเกียวที่ร่วงลงมากกว่า 3% ในวันอังคาร เนื่องจากความขัดแย้งทางการทูตส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น

สื่อทางการจีนรายงานว่า การฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นอย่างน้อยสองเรื่องจะถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน

ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ China Film News ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานภาพยนตร์จีน (China Film Administration) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ประกาศว่าจะมีการเลื่อนการฉายภาพยนตร์นำเข้าจากญี่ปุ่นเรื่อง "Crayon Shin-chan the Movie: Super Hot! The Spicy Kasukabe Dancers" และ "Cells at Work!"

เดิมทีคาดว่าภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องจะเข้าฉายในวันที่ 6 ธันวาคม และ 22 พฤศจิกายน ตามรายงานของเว็บไซต์รีวิว Douban

"ความคิดเห็นที่ยั่วยุของญี่ปุ่นจะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของผู้ชมชาวจีนเกี่ยวกับภาพยนตร์ญี่ปุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้" China Film News ระบุในบทความที่โพสต์บน WeChat เมื่อวันจันทร์

ขณะที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศจีนระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์เมื่อวันจันทร์ว่า "โปรดระมัดระวังสภาพแวดล้อมโดยรอบ และหลีกเลี่ยงจัตุรัสที่มีผู้คนพลุกพล่าน หรือสถานที่ที่อาจถูกระบุว่ามีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเข้าใช้บริการให้มากที่สุด"

สถานทูตฯยังแนะนำให้ประชาชนเคารพประเพณีท้องถิ่น และระมัดระวังคำพูดและทัศนคติเมื่อต้องติดต่อกับคนท้องถิ่น

"หากคุณพบเห็นบุคคลหรือกลุ่มคนที่คุณรู้สึกสงสัย ให้หลีกเลี่ยงและออกจากสถานที่นั้นทันที" สถานทูตญี่ปุ่นระบุ

ล่าสุด รัฐบาลปักกิ่งให้คำมั่นว่าจะปกป้องความปลอดภัยของชาวต่างชาติในจีน แต่ยืนยันว่าได้ย้ำถึงการประท้วงอย่างรุนแรงต่อรัฐบาลโตเกียวเกี่ยวกับคำพูดของทาคาอิจิ

เหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่า "รัฐบาลจะยังคงปกป้องความปลอดภัยของพลเมืองต่างชาติในจีนตามกฎหมายอยู่เสมอ และจะยังคงดำเนินการต่อไปตามปกติ"

มิโนรุ คิฮาระ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวเช่นกันว่า คำแนะนำของสถานทูตในจีนมาจากการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองอย่างครอบคลุม รวมถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในประเทศหรือภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง และสภาพสังคม

ความบาดหมางทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นปะทุขึ้นจากคำพูดของทาคาอิจิที่ว่ารัฐบาลโตเกียวอาจเข้าแทรกแซงทางทหารหากมีการโจมตีไต้หวัน

จีนซึ่งอ้างสิทธิ์ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตนและยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังเพื่อยึดคืน ได้ตอบโต้คำพูดของทาคาอิจิอย่างรุนแรง

ทางการเรียกร้องให้เธอถอนคำพูดดังกล่าวและเรียกตัวเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเข้าพบ ขณะที่รัฐบาลโตเกียวได้เรียกเอกอัครราชทูตจีนเข้าพบเกี่ยวกับโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่ถูกลบไปแล้วของกงสุลจีนที่ส่อเจตนาร้ายต่อผู้นำหญิงของญี่ปุ่น

เพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง มาซาอากิ คานาอิ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศฝ่ายกิจการเอเชีย-แปซิฟิก ได้เดินทางมาหารือกับหลิว จินซง เจ้าหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศจีน ณ กรุงปักกิ่ง

เหมา หนิงระบุว่า "ในระหว่างการปรึกษาหารือ จีนได้ยื่นประท้วงอย่างรุนแรงต่อญี่ปุ่นอีกครั้งเกี่ยวกับคำพูดที่ผิดพลาดของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ"

"ความผิดพลาดของทาคาอิจิละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานพื้นฐานที่ควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง" โฆษกฯกล่าว พร้อมเสริมว่าความคิดเห็นของนายกฯหญิงทำลายรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นอย่างร้ายแรง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โป๊กเกอร์ไทยสร้างชื่อ 'เทหน้าตัก' บุกจัด2งานใหญ่ที่ไต้หวัน

"เทหน้าตัก” เดินหน้าก้าวสู่เวทีโป๊กเกอร์ระดับนานาชาติ จับมือ 2 องค์กรใหญ่ จัดแข่งขัน 2 รายการพิเศษที่ประเทศไต้หวัน เปิดโอกาสให้นักโป๊กเกอร์ไทย ได้มีเวทีพัฒนาฝีมือ ก่อนสร้างชื่อคว้าทั้ง 2 แชมป์

สงครามในตะวันออกกลางเป็นต้นเหตุของการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับปริมาณก๊าซที่ส่งให้ไต้หวัน

ไต้หวันตกเป็นเป้าหมายของการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางออนไลน์เป็นวงกว้าง โดยอ้างว่าแหล่งก๊าซธรรมชาติของเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้จะหมดลงในไม่ช้าเนื่องจากการหยุดชะงักจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่าเรื่องราวดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและบั่นทอนความเชื่อมั่นในรัฐบาลได้