
อุลริกเก แอนเดอร์เซน วางแผนไว้แล้ว หากว่าสหรัฐฯ บุกกรีนแลนด์ เธอตั้งใจจะหนีไปพร้อมกับลูกสาว “ฉันเคยพร้อมที่จะตายเพื่อประเทศของฉัน แต่หลังจากมีลูกแล้ว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป” หญิงวัย 40 ปีบอก แอนเดอร์เซนเป็นหนึ่งในชาวเมืองนูอุกจำนวนมากที่กำลังพิจารณาทางเลือกในอนาคต ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยคิดถึงมาก่อน
คำกล่าวและคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยทรัพยากรและมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทางทหาร โดยใช้กำลังหากจำเป็น และผนวกเข้ากับสหรัฐฯ นั้น กำลังสร้างความหวาดหวั่นให้กับเกาะอันกว้างใหญ่แห่งนี้ แม้ว่าชาวเกาะในเขตปกครองตนเองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์กจะยังไม่ตื่นตระหนก แต่พวกเขาก็กำลังพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะทำอย่างไรในกรณีฉุกเฉิน
“ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะไปหลบซ่อนตัวที่ไหนได้บ้าง และต้องกักตุนยาอะไรบ้าง” นูนู บินเซอร์ นักศึกษาวัย 35 ปีกล่าว หน่วยงานรัฐยังไม่ได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำหากสถานการณ์เลวร้ายลง หรือแม้แต่การรุกราน แต่ชาวกรีนแลนด์จำนวนมากกำลังตุนอาหารในตู้แช่แข็ง กักตุนน้ำดื่มและเชื้อเพลิง หรือซื้อเครื่องปั่นไฟกันแล้ว
อุลริกเก แอนเดอร์เซน ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของสงครามออกไป “ฉันรู้สึกว่ามันอาจเกิดขึ้นได้” เธอบอก “ฉันคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะทำอะไรได้บ้างในตอนนั้น เวลาฉันออกไปเดินเล่นกับสุนัข ฉันมักนึกภาพว่าถนนหนทางจะเป็นอย่างไร”
ในห้องนั่งเล่นของเธอ ซึ่งตกแต่งด้วยศิลปะของชาวอินูอิต ทีวีกำลังแพร่ภาพของทรัมป์และคำขู่ของเขาต่อกรีนแลนด์อย่างต่อเนื่อง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิกเฉยต่อความปรารถนาที่จะเป็นอิสระของชาวกรีนแลนด์จำนวนมาก รวมทั้งข้อคัดค้านของเดนมาร์กซึ่งเป็นประเทศผู้คุ้มครอง และกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า สหรัฐฯ จะ “ยึด” เกาะในแถบอาร์กติกแห่งนี้ “ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”
แอนเดอร์เซนมีแผนสำรองสองแผนสำหรับเหตุการณ์เลวร้าย หากสหรัฐฯ ค่อย ๆ เข้ายึดครองกรีนแลนด์ เธอและครอบครัวตั้งใจจะย้ายไปอยู่เดนมาร์ก ซึ่งเธอเป็นพลเมืองของที่นั่น ในกรณีที่เกิดการรุกรานทางทหารอย่างฉับพลัน ครอบครัวของเธอวางแผนที่จะหลบหนีโดยเรือไปยังกระท่อมที่ห่างไกลในอีกฟากหนึ่งของเกาะ “เราสามารถล่าสัตว์ ตกปลา และหาอาหารจากธรรมชาติได้ เราคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย มันยังอยู่ในสายเลือดของเรา”
ในกรณีนั้น แม่ของเธอซึ่งอายุ 71 ปี และพ่อของเธอซึ่งแก่กว่าแม่ 8 ปี อาจต้องอยู่ในเมืองนูอุกต่อไป แอนเดอร์เซนเคยพูดคุยกับบุพการีทั้งสองเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว “พ่อกับแม่ฉันเข้าใจ เพราะฉันบอกพวกเขาแล้วว่าเราต้องการคนที่สามารถเอาตัวรอดและปรับตัวเข้ากับชีวิตที่เรียบง่ายที่สุดได้” เธอบอก “มันจะยากเกินไปสำหรับพวกเขา และมันจะทำให้กลุ่มอ่อนแอลง”
ตรงกันข้ามกับ อิงเกอร์ โอลสวิก บรันดท์ นักธุรกิจหญิงวัย 62 ปี ซึ่งตั้งใจแน่วแน่ที่จะอยู่ในเมืองหลวงนูอุกต่อไป “ฉันจะไม่ไปไหน ฉันจะพยายามช่วยเหลือประเทศของฉันตราบเท่าที่ฉันยังมีเรี่ยวแรง” เธอกล่าว “มันน่าดึงดูดใจที่จะจากไป แต่เรามีกันน้อยมาก เราจึงต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันอยู่”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ณัฏฐ์' วิเคราะห์สถานการณ์อิหร่านหลังนับถอยหลังเส้นตายหยุดยิง!
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊ก
เรือ 'ลับ' ของอิหร่านกว่า 20 ลำแล่นผ่านการปิดล้อมของสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การที่สหรัฐฯ จะได้ยูเรเนียมจากอิหร่านนั้นจะเป็นเรื่อง "ยาวนาน" และ "ยากลำบาก" ภายหลังจากการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของเตหะรานเมื่อปีที่แล้ว
เทพไท อัด 'อิหร่าน-อเมริกา' พูดจาเด็กเล่นขายของ ปมเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า อิหร่าน-อเมริกา พูดจาเด็กเล่นขายของ
'ทรัมป์' เพี้ยนหนัก! แถสีข้างถลอกอ้างโพสต์ภาพตัวเองเป็น 'หมอ' ไม่ใช่ 'เยซู'
หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ภาพที่สร้างจากเอไอผ่านโซเชียลมีเดียในช่วงดึกของวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2026 เป็นภาพของเขาอ
รับมือวิกฤตพลังงาน! 'อ.อัจฉราวดี' แนะรัฐบาลงัดทุกมาตรการแข่งกับเวลา นำโมเดลความอยู่รอดช่วงโควิดออกมาใช้
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า สงครามน้ำลายกำลังปั่นป่วนเศรษฐกิจโลก ปธน.ทรัมป์ยังคงขู่ต่

