ฝูงชนหลายร้อยคนในเมียนมารวมตัวกันเพื่อประท้วงการดำเนินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของประเทศ ซึ่งเป็นการประท้วงสาธารณะที่หาได้ยากอันได้รับอนุญาตจากทางการทหารที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา

กลุ่มชาตินิยมเมียนมาชุมนุมใจกลางเมืองย่างกุ้งเพื่อประท้วงต่อการดำเนินคดีในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 27 มกราคม (Photo by ANTHONY WALLACE / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 28 มกราคม 2569 กล่าวว่า ชาวเมียนมาหลายร้อยคนออกมารวมตัวกันเพื่อเดินขบวนประท้วงการดำเนินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของประเทศ ซึ่งเป็นการประท้วงสาธารณะที่หาได้ยากและคาดว่าได้รับอนุญาตจากทางการทหารที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา
เมียนมากำลังแก้ต่างตนเองต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) จากข้อกล่าวหาว่าการดำเนินการปราบปรามชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมส่วนใหญ่ที่เริ่มต้นในปี 2017 นั้นละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ในใจกลางเมืองย่างกุ้ง ฝูงชนนักเคลื่อนไหวชาตินิยมและพระสงฆ์ในชุดจีวรสีเหลืองโบกธงชาติขนาดเล็กและถือป้ายปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการล้างเผ่าพันธุ์ที่ถูกกล่าวหาต่อศาลโลกในกรุงเฮก
"เรามารวมตัวกันในวันนี้เพื่อศักดิ์ศรีของประเทศเรา, เพื่อความจริงของประเทศของเรา และเพื่อความยุติธรรมของประเทศของเรา" วิน โก โก ลัตต์ นักเคลื่อนไหวชาตินิยมสุดโต่งกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยและระบุว่าเมียนมาเป็นดินแดนที่เปี่ยมด้วยความรักความเมตตา และไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ขณะที่ผู้นำเมียนมายืนยันว่าชาวโรฮีนจาเป็นลูกหลานของผู้อพยพจากบังกลาเทศ และการปราบปรามของพวกเขาก็มุ่งเป้าไปที่การก่อจลาจลของกลุ่มติดอาวุธมากกว่าพลเรือนทั่วไป
ทั้งนี้ การประหารชีวิต, ข่มขืน และทรมานโดยกองทัพและกองกำลังติดอาวุธชาวพุทธ บังคับให้ชาวโรฮีนจามากกว่า 1 ล้านคนต้องอพยพไปอาศัยอยู่ฝั่งชายแดนในบังกลาเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก
การพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ต่อเมียนมาเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม และมีกำหนดจะสิ้นสุดในวันที่ 29 มกราคม แต่คำตัดสินอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี
แม้ว่าศาลของสหประชาชาติจะไม่มีวิธีการบังคับใช้ตามคำตัดสิน แต่คำตัดสินว่ามีความผิดจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเมียนมาซึ่งถูกมองว่าเป็นรัฐโดดเดี่ยวอยู่แล้วหลังจากกองทัพยึดอำนาจในการรัฐประหารปี 2021
บางประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ถือว่าการปราบปรามของกองทัพเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และมิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐบาลทหาร ก็ถูกคว่ำบาตรเนื่องจากการกระทำดังกล่าว
คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลอาญาระหว่างประเทศและในอาร์เจนตินาภายใต้หลักการเขตอำนาจศาลสากล
แม้เมียนมามีประวัติศาสตร์การปกครองโดยทหารมายาวนาน แต่การกระทำดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในช่วงที่ประเทศมีการปกครองแบบประชาธิปไตยชั่วคราวภายใต้การนำของอองซานซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งในปี 2019 ได้ไปปรากฏตัวที่กรุงเฮกเพื่อปกป้องนายพลของประเทศจากข้อกล่าวหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
อย่างไรก็ตาม การปกป้องดังกล่าวไม่ได้ทำให้ซูจีวัย 80 ปี รอดพ้นจากการถูกควบคุมตัวโดยทหาร และปัจจุบันยังคงถูกคุมขังมาตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อ 5 ปีก่อน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฉากทัศน์และความเป็นไปได้หากศาลโลกตัดสิน ‘เมียนมา’ คดี ‘โรฮิงญา’
นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง คดีโรฮิงญาในศาลโลกมีน้ำหนักพอเอาผิดรัฐบาลทหารเมียนมาได้ แต่การบังคับใช้คำตัดสินยังติดข้อจำกัด ชี้แรงกดดันอาจตกอยู่ที่อาเซียนและไทย ขณะการค้า-การลงทุนเสี่ยงกระทบ หากถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ
รวบแก๊งวัยรุ่นเมียนมา ก่อเหตุฟันเพื่อนร่วมชาติปางตาย พบพฤติกรรมเลียนแบบนักเรียนช่าง
จากกรณีวัยรุ่นชาวเมียนมา 3 คน ก่อเหตุรุมทำร้ายหนุ่มชาวเมียนมารายหนึ่งซึ่งเพิ่งคบหากับแฟนสาวที่เป็นพนักงานของร้านก๋วยเตี๋ยวและเดินทางมาหาแฟนสาวที่ร้านเป็นครั้งแรก ปากซอยกิ่งแก้ว 41 ตำบลราชาเทวะ
มอบตัวแล้ว! แรงงานเมียนมา ยกพวกรุมทำร้ายไรเดอร์
เหตุแรงงานพม่าถือเหล็กฟาดรถไรเดอร์หน้าร้านอาหารย่านบางบ่อ สร้างความเดือดดาลในโลกโซเชียล ล่าสุดผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คน คอตกเข้าพบตำรวจ สภ.บางบ่อ แสดงความสำนึกผิด หลังถูกไรเดอร์รวมตัวกดดันอย่างหนัก

