จำนวนสตรีในสภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นลดลงหลังจากการเลือกตั้งล่าสุด ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายให้กับเพศที่ถูกมองข้ามอยู่แล้วในวงการการเมืองญี่ปุ่นที่ผู้ชายเป็นใหญ่

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล กล่าวในการแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ของพรรคฯในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ หลังจากได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งล่าสุด (Photo by Franck ROBICHON / POOL / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 กล่าวว่า ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดของญี่ปุ่นพบว่าครั้งนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นหญิงในจำนวนน้อยลงกว่าครั้งก่อน ยิ่งเป็นการตอกย้ำสถานะการเมืองของประเทศที่ผู้ชายเป็นใหญ่
แม้ว่าซานาเอะ ทาคาอิจิ สามารถกระชับอำนาจของเธอให้แน่นขึ้นจากชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลังจากที่เธอกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น แต่เธอดูเหมือนจะไม่กระตือรือร้นที่จะวางกรอบการเป็นผู้นำของเธอโดยอิงจากประเด็นเรื่องเพศ
ปัจจุบันจำนวนผู้แทนหญิงคิดเป็น 15% ของสมาชิกรัฐสภา โดยได้รับเลือก 68 จาก 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งลดลงจาก 73 ที่นั่งที่ได้รับเลือกในปี 2024 ทั้งๆที่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีผู้สมัครหญิงมากถึง 24% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด
ฮิคารุ ฟูจิตะ ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ขณะตั้งครรภ์ และได้รับชัยชนะเหนือสมาชิกรัฐสภาอาวุโส โดยได้รับคะแนนเสียงเกือบครึ่งหนึ่งในเขตเลือกตั้งของเธอ
ระหว่างการหาเสียงในจังหวัดนากาโนะทางภาคกลาง เธอสัญญาว่าจะสนับสนุนคนหนุ่มสาวและผู้หญิง และได้รับการสนับสนุนส่วนตัวจากทาคาอิจิเมื่อเธอประกาศการตั้งครรภ์
ในญี่ปุ่น บทบาททางเพศค่อนข้างเข้มงวด โดยปกติแล้วผู้หญิงมักถูกคาดหวังให้ดูแลบ้านและครอบครัว แม้ว่าพวกเธอจะมีอาชีพการงานของตนเองก็ตาม
ทาคาอิจิซึ่งเป็นนักการเมืองอนุรักษนิยมหัวแข็งผู้ชื่นชมมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเมื่อเธอเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม แม้เคยให้คำมั่นว่าจะเพิ่มจำนวนผู้หญิงในพรรคก็ตาม
ยูกิ สึจิ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโทไกและผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง กล่าวกับเอเอฟพีว่า "การเข้ารับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ดูเหมือนจะไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งภายในพรรคเสรีประชาธิปไตยเพื่อเพิ่มจำนวนผู้สมัครหญิงอย่างมีนัยสำคัญ"
ทั้งนี้ จากผู้หญิงทั้งหมด 68 คนที่ได้รับเลือกเข้าสู่รัฐสภา มีจำนวน 39 คนมาจากพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณ 12% ของสมาชิกพรรคฯทั้งหมด 315 คนที่ได้รับเลือกเข้ามา
มุมมองของทาคาอิจิเกี่ยวกับเรื่องเพศทำให้เธออยู่ทางขวาของพรรคฯที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมอยู่แล้ว และเธอคัดค้านการแก้ไขกฎหมายในศตวรรษที่ 19 ที่กำหนดให้คู่สมรสต้องมีนามสกุลเดียวกัน
ศาสตราจารย์ยู อุจิยามะ จากภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว กล่าวว่า "ทาคาอิจิมีชื่อเสียงในเรื่องจุดยืนอนุรักษนิยมชัดเจน จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่เธอจะทุ่มเทพลังงานให้กับนโยบายต่างๆ เช่น การส่งเสริมความหลากหลาย, ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม"
ดัชนีล่าสุดจัดอันดับญี่ปุ่นอยู่ที่ 118 จาก 148 ประเทศ ในรายงานช่องว่างทางเพศระดับโลกปี 2025 ของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม.

