
ปธ.สภาฯ นัดพรรคการเมืองหารือทบทวนสวัสดิการสมาชิกรัฐสภาจันทร์นี้ “หมอวรงค์”เผยเสนอสามแนวทาง ทุบโต๊ะยกเลิกค่าอาหารสส.ไม่ใช่แค่ปรับลด
29 มีนาคม 2569 – จากกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมตัวแทนทุกพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องการทบทวนสวัสดิการ สมาชิกรัฐสภา ในวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.
ทางด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ซึ่งเป็นผู้เปิดประเด็นเรื่อง การยกเลิกสวัสดิการค่าอาหารสส.วันละหนึ่งพันบาท รวมถึงการให้ปรับลดจำนวนผู้ช่วยส.ส.จากแปดคนเหลือสามคน และยกเลิกกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา กล่าวว่า ในการประชุมวันจันทร์นี้ พรรคไทยภักดี จะยืนยันกับประธานสภาฯในสามเรื่อง โดยเรื่องแรกคือ เราทำตามความรู้สึกของประชาชน กับการที่ประชาชนมีความรู้สึกว่าสิทธิประโยชน์ของพวกเราสส.และสว.ด้วย มักมากเกินไป ซึ่งสิ่งที่ประชาชนจับต้องได้ก็คือ เรื่องอาหาร เขารับไม่ได้ เพราะว่าคุณมีเงินเดือนตั้งแสนกว่าบาท ทำไมไม่สามารถซื้ออาหารกินเองได้ แต่ประชาชนเงินเดือนเก้าพันบาท หนึ่งหมื่นบาท ยังซื้ออาหารกินเองทุกมื้อ
นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่สอง คือการปรับลดผู้ช่วยสส.จากแปดคนเหลือสามคน ยิ่งในภาวะที่บ้านเมืองลำบาก ข้าวยากหมากแพง รัฐบาลกำลังต้องการให้ทุกคนประหยัด ควรจะให้สส.ร่วมประหยัดด้วย ประสบการณ์ทำงานของผม คิดว่า สส. ใช้ผู้ช่วยไม่เกินสามคนได้ ดังนั้นการให้มีแปดคนเป็นการเอื้อประโยชน์เหมือนต้องการจะให้ผลประโยชน์อะไรบางอย่าง ซึ่งผมคิดว่ามันควรจะตัดลง แล้วเรื่องนี้ผมก็จะนำเสนอด้วย ส่วนเรื่องที่สาม กรณีบำนาญ ทั้ง สส และ สว. ที่คุณทำงานหนึ่ง
ปี คุณได้บำนาญตลอดชีวิต. แม้จะอ้างว่าเป็นเงินสมทบ แต่อย่าลืมว่าสมทบเดือนละ 3,500 บาท สิทธิประโยชน์. 5 รายการ1.บำนาญซึ่งเป็นสส.หนึ่งปีได้ตลอดชีวิต2.สิทธิการรักษาพยาบาล ถ้าไม่ป่วยได้สิทธิในการตรวจร่างกายไม่เกินแสนสามหมื่นบาท3.ถ้ามีลูกไม่เกินสองคน สามารถที่จะเบิกค่าเล่าเรียนลูกได้จนถึงอายุยี่สิบห้าปี4.ถ้าทุพพลภาพได้ออนท็อปจากบำนาญอีกหมื่นห้า5.กรณีเสียชีวิตครอบครัวได้อีกสองแสน ผมมองว่าปัญหาใหญ่ที่ประชาชนรับไม่ได้และมีการเปรียบเทียบกับทั้งประกันสังคม ข้าราชการต้องทำงานถึงอายุหกสิบปี แต่คุณทำงานแค่ปีเดียว เป็นการเอาภาษีประชาชนมาเลี้ยงดูนักการเมือง ดังนั้น 3 เรื่องนี้ จะนำเสนอต่อประธานสภาฯ แต่ที่ประชุมจะเป็นอย่างไร ไม่เป็นไร ผมอยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดจากสำนึกของนักการเมือง คือวันนี้ประชาชนไม่ค่อยเชื่อใจพวกเรา ไม่ค่อยเชื่อมั่น และยิ่งปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน การเอื้อประโยชน์เป็นความรู้สึกประชาชน เขามองภาพพวกเราเป็นแบบนั้น ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าพวกเราเสียสละขึ้นมา ความเชื่อมั่นกับประชาชนจะกลับมา. ยิ่งเป็น สส. รัฐบาล ยิ่งต้องทำ เพื่อให้ประชาชนศรัทธา ถ้าเรารู้สึกมีสำนึกที่ดีกับประชาชน ผมว่าทุกอย่างก็จะคลี่คลาย
“สวัสดิการค่าอาหารกลางวันสส. เป้าหมายของพรรคไทยภักดี คือต้องการที่จะยก ให้ยกเลิก ผมยืนยันว่าเราเราซึมซับจากประชาชนว่า ประชาชนมองว่าเราควรจะซื้ออาหารทานเอง เพราะคุณมีเงินเดือนตั้งแสนกว่าบาท ควรจะยกเลิกไม่ใช่ปรับลดเพราะการปรับลดปรับไปปรับมาเดี๋ยวก็ฟุ่มเฟือยเหมือนเดิม ไม่ใช่การปรับลด แต่ควรจะต้องยกเลิก และ สส. ควรจะเสียสละเพื่อแสดงความรับผิดชอบตัวเองในการที่ที่คุณทำหน้าที่ก็ควรจะซื้ออาหารทานเอง ขอย้ำเป็นเรื่องการยกเลิกไม่ใช่เป็นการปรับลด” นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์กล่าวต่อไปว่า ส่วนว่าจะให้การยกเลิกค่าอาหารสส.จะต้องเริ่มจากเมื่อใดและจะเป็นปัญหาต่อการที่ตอนนี้มีการ ตั้งงบดังกล่าวให้กับสส.ไปแล้วหรือไม่ ตรงนี้ ถ้าหลักการทุกคนเห็นพ้องมันไม่ยากแล้ว ถ้าเห็นว่าถึงเวลา พวกเราที่เป็นผู้แทนที่มีเงินเป็นแสน ควรจะซื้ออาหารทานเอง การบริหารจัดการผมไม่ซีเรียส การบริหารจัดการที่ทางฝ่ายสภาหรือผู้บริหารสภาจะเจรจากับผู้รับเหมา(จัดหาอาหารให้สส.) ว่าจะจะปรับลดช่วงไหนจะยังไง ตรงนี้เป็นรายละเอียดปลีกย่อย แต่ถ้าเราเอาหลักการได้ มันไม่ได้ยุ่งยากเลย ทุกคนรับรู้ว่าต่อไปนี้การกินอาหารเป็นภาระของ สส. ไม่ใช่ประชาชนต้องมาดูแล ถ้าหลักการตรงนี้ได้ ขั้นตอนของการยกเลิกจะใช้เวลาอีก สมมุติเดือนหนึ่งหรือสองเดือน ผมไม่กังวลตรงนี้ ขอให้หลักการตกลงกันให้ได้ เพราะอย่างน้อยในงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสภาฯ ในปีต่อๆ ไป จะได้ไม่มีการตั้งงบ แล้วต่อไประยะยาวจะจบแล้วเรื่องนี้ แต่ช่วงระยะเปลี่ยนผ่านอาจจะมีขรุขระบ้างในช่วงการปรับเปลี่ยน ตรงนี้ผมไม่กังวล แต่ขอให้เราตกลงร่วมกันว่าการกินอาหารของสส. เราจะไม่รบกวนประชาชน เราต้องรับผิดชอบตัวเอง”นพ.วรงค์ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประธานรัฐสภา ประกาศสู้ยาเสพติด 4 มิติ ป้องกัน-บำบัด-ปราบปราม-แก้กฎหมาย เดินหน้าโครงการรวมพลังรักศรัทธาฯ แก้ปัญหาแบบบูรณาการ
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา กล่าวเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก พ.ศ.2569 ว่า ในฐานะเป็นประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ต่อสู้กับการแก้ไขปัญหายาเสพติดตั้งแต่เป็นสส. 3-4 ปีที่ต่อสู้กับเรื่องดังกล่าวได้เห็นปัญหาและมีกระบวนการในการแก้ไข 4 มิติคือ
ศาลชี้ชะตา‘พรก.กู้เงิน’9ก.ค.
เปิดร่าง พ.ร.บ.โอนงบ หมื่นล้าน 19 กระทรวง 6 แผนบูรณาการ พบ “คมนาคม” ถูกโอนงบสูงสุด กว่า 2 พันล้าน รองลงมา มหาดไทย 1.8 พันล้าน
'โสภณ' ชี้งบแก้ปัญหายาเสพติด ยังสะเปะสะปะ ต้องแก้กฎหมายให้หน่วยงานต่างๆได้บูรณาการทำงาน
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และฝ่ายปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายโสภณ กล่าวว่า งานนี้ถือเป็นงานใหญ่ของการแก้ปัญหายาเสพติด
"ประธานโสภณ" เปิดเวที สภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน สดุดี "พระองค์ภา" ต้นแบบความเสมอภาค ทรงใส่ใจทุกข์สุข ความเป็นอยู่ผู้ต้องหา ให้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ท่ามกลางนักศึกษาหลายสถาบัน
วันที่ 22 มิ.ย.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ความเสมอภาคทางเพศ” ณ อาคารรัฐสภา โดยมี นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง พร้อมด้วย ผู้บริหาร ,บุคลากรสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร นิสิต นักศึกษา เข้าร่วมโครงการ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้เข้าร่วมโครงการร่วมยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นายโสภณ กล่าวเปิดโครงการและบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สภาผู้แทนราษฎรกับการมีส่วนร่วมของประชาชน” ว่า รัฐสภาเป็นสถาบันหลักของระบอบประชาธิปไตย และเป็นพื้นที่สำคัญในการรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนจากทุกภาคส่วน แม้สังคมไทยจะให้ความสำคัญกับฝ่ายบริหารในการขับเคลื่อนประเทศ แต่คุณค่าที่แท้จริงของประชาธิปไตยอยู่ที่รัฐสภา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศ และเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ความเสมอภาคไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความแตกต่างทางเพศเท่านั้น แต่หมายถึงการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่ยึดติดกับฐานะทางสังคม ตำแหน่ง หรือความมั่งคั่ง "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ถือเป็นตัวอย่างในการสร้างความเสมอภาค ท่านเรียนจบนิติศาสตร์ เป็นอัยการขึ้นนั่งบัลลังก์ว่าความ ท่านเข้าไปในเรือนจำเพื่อไปดูทุกข์ สุข ความเป็นอยู่ของผู้ต้องหา ให้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถึงจะเป็นผู้ทำความผิดก็ตาม เป็นตัวอย่างที่ดีอีกตัวอย่างหนึ่งของคำว่าความเสมอภาค" ประธานรัฐสภา กล่าว นายโสภณ ได้ฝากข้อคิดถึงเยาวชนว่า คนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ จึงควรเรียนรู้และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ควบคู่กับการรักษารากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติ รวมถึงใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองและและร่วมขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า การพัฒนาประเทศต้องเริ่มจากการสร้างคน ส่งเสริมคนดี คนเก่ง ให้ได้รับโอกาสอย่างเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกันต้องไม่ทอดทิ้งผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เพื่อให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขและเท่าเทียม
'สนธิญา' ยื่นสอบจริยธรรม 'ไอซ์ รักชนก' ปมโพสต์จุ้น-เผลอเตะชามข้าวหมา
'สนธิญา' ยื่น 'โสภณ' สอบจริยธรรม 'ไอซ์ รักชนก' ปมโพสต์จุ้น-เผลอเตะชามข้าวหมา ลั่นระดับประธาน กมธ. ไม่ควรทำเช่นนี้ ชี้ฟ้องหมิ่นประมาทได้ แต่ไม่ทำ ไม่อยากจองเวร
'สส.-สว.' ยืนสงบนิ่งน้อมถวายความอาลัย 'พระองค์ภา'
'โสภณ' นำ 'สส.-สว.' ยืนสงบนิ่งน้อมถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

