เมืองหลวงอินโดนีเซียเผชิญวิกฤตขยะ กระเทือนสุขอนามัยและภาพลักษณ์

รถบรรทุกกำลังขนถ่ายขยะ ขณะที่เครนกำลังเคลื่อนย้ายขยะขึ้นไปยังระดับที่สูงขึ้น ณ บ่อขยะบันตาร์ เกบังซึ่งมีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 200 สนาม และรับขยะจากจาการ์ตาถึง 7,500 ตันต่อวัน ตั้งอยู่ในเมืองเบกาซีบริเวณชานเมืองจาการ์ตา โดยบ่อขยะแห่งนี้เป็นหนึ่งในบ่อขยะที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Photo by Yasuyoshi CHIBA / AFP)

ถนนที่เต็มไปด้วยขยะ, บ่อขยะที่ล้น และความหวาดกลัวต่อภัยถล่มของกองขยะเหล่านั้น กำลังคุกคามกรุงจาการ์ตาซึ่งเป็นมหานครที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ขณะที่เมืองหลวงของอินโดนีเซียแห่งนี้กำลังดิ้นรนกับวิกฤตขยะ

จาการ์ตาและเมืองรอบข้าง ซึ่งรวมเรียกว่า มหานครจาการ์ตา, เกรเทอร์จาการ์ตา หรือในชื่อท้องถิ่นว่า จาโบเดตาเบก เป็นที่อยู่อาศัยของประชากร 42 ล้านคน และผลิตขยะมากถึง 14,000 ตันต่อวัน

สิ่งนี้ทำให้เกิดแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อสถานที่ฝังกลบขยะประมาณ 8 แห่งที่ให้บริการในภูมิภาค ซึ่งขณะนี้ใกล้เต็มหรือเต็มหมดแล้ว ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของประชากรและรายได้นำไปสู่การบริโภคที่สูงขึ้น และปัญหาเรื้อรังของการขาดการคัดแยกและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการกำจัดขยะ ได้สร้างวิกฤตนี้ขึ้น

แม้แต่สถานที่ฝังกลบขยะขนาดใหญ่อย่างบันตาร์ เกบัง ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ฝังกลบขยะแบบเปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 110 เฮกตาร์ (ประมาณ 687.5 ไร่) ก็ยังประสบปัญหาเรื่องความจุ

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นระบุว่า ปัจจุบันมีขยะอยู่ประมาณ 55 ล้านตันแล้ว โดยไม่ได้ระบุว่าเหลือพื้นที่ว่างอีกเท่าใด แม้เคยมีรายงานว่าพื้นที่เต็มเกินความจุแล้วก็ตาม

ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองหลวงเท่านั้น ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตเตือนว่าบ่อขยะเกือบทั้งหมดของประเทศจะเต็ม (หรือเกินความจุ) ภายในปี 2028

ขณะที่ประชากรจำนวนมากยังคงทิ้งขยะแบบเปิดโล่งซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และมักมีการเผาขยะที่ปล่อยสารมลพิษอันตรายออกมา

การที่บ่อขยะเกินความจุนั้นมาพร้อมกับความเสี่ยงเพิ่มเติม

ในปี 2022 กองขยะสูง 30 เมตรที่บ่อขยะในเมืองจิปายุงของจังหวัดชวาตะวันตก ทำให้เกิดดินถล่มไหลลงสู่แม่น้ำและท่วมสะพาน ก่อนไหลต่อไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยอินโดนีเซียพบว่า บ่อขยะจิปายุงมีปริมาณขยะเกินความจุมาตั้งแต่ปี 2014

และในปี 2005 มีผู้เสียชีวิต 143 รายจากเหตุการณ์กองขยะถล่มที่บ่อขยะอีกแห่งหนึ่งในเมืองจิมาฮีของจังหวัดชวาตะวันตก ซึ่งเกิดจากการระเบิดของก๊าซมีเทนและฝนตกหนัก

รัฐบาลเผยว่ามีแผนที่จะปิดบ่อขยะหลายแห่งอย่างถาวร รวมถึงบ่อขยะในเมืองตังเกรังใต้และจิปายุง

รัฐบาลกำลังส่งเสริมโรงงานผลิตพลังงานจากขยะโดยการเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีแผนจะสร้าง 34 แห่งภายใน 2 ปี

"นี่เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ เกือบ 3,500 ล้านดอลลาร์" ผู้นำอินโดนีเซียกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ถึงกระนั้น โรงงานที่วางแผนไว้อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนการคัดแยกและการรีไซเคิลได้ เนื่องมาจากผลของความตระหนักรู้ที่ต่ำ รวมทั้งนโยบายและความไม่สอดคล้องกันในการดำเนินการจัดการขยะ นั่นเป็นเพราะปัญหาถูกละเลยมานานแล้ว

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปสำหรับระบบการจัดการขยะที่ยังคงออกแบบมาตามแบบจำลองเดิมของการเก็บรวบรวม-ขนส่ง-กำจัด โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการลดปริมาณขยะในระดับครัวเรือน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะระบุว่า ความล้มเหลวของรัฐบาลในการให้ความรู้แก่ประชาชนและการขาดการบังคับใช้กฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ขณะที่ต้นตอปัญหาอยู่ที่รูปแบบการบริโภค ดังนั้นสิ่งที่ต้องแก้ไขต้องเริ่มจากวิธีที่บริโภค.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขยะล้นเมือง หาดใหญ่วิกฤตอีกระลอก 'อบจ.สงขลา' รับปัญหาหนักเร่งเคลียร์พื้นที่ทั้งวัน

วิกฤตขยะหาดใหญ่กองขยะภูเขาสูงท่วมแยกสะพานดำหลังน้ำท่วมใหญ่ เมืองเร่งระดมรถแบคโฮเร่งเคลียร์พื้นที่ทั้งวันตลอด 24 ชม.