
เอาเข้าไป
เดี๋ยวนี้สำนักข่าวระดับโลกปล่อยเฟกนิวส์กับเขาด้วย
นักวิชาเกินก็ไม่สนสี่สนแปด เอาไปวิจารณ์กันน้ำลายแตกฟอง
ข่าวเรื่องรัฐบาลไทยมีแผนจะใช้ความร่วมมือทางทหารและการฝึกคอบร้าโกลด์เป็นเงื่อนไขต่อรองในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เพื่อตอบโต้มาตรการกำแพงภาษีศุลกากรระดับสูงของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
มันออกมาจากสำนักบลูมเบิร์ก
ไม่ใช่ไก่กานะครับ
บลูมเบิร์กเป็นสำนักข่าวระดับโลกสัญชาติอเมริกัน มีชื่อเสียงอย่างแรงในด้านการรายงานข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และตลาดทุน
นักธุรกิจทั่วโลกต้องอ่านต้องดู
วันนี้ไม่รู้ไปเอาข่าวที่ไหนมานำเสนอเป็นลบต่อประเทศไทย
บลูมเบิร์กอ้างแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง ไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนามและสังกัด เผยว่า รัฐบาลไทยมีแผนที่จะนำความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารมาเป็นเงื่อนไขต่อรองในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา เพื่อเตือนรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า มาตรการกำแพงภาษีที่เข้มงวดของสหรัฐ อาจบีบให้ไทยต้องลดระดับความร่วมมือทางทหาร ซึ่งรวมถึงการฝึก Cobra Gold อันเป็นรากฐานสำคัญของหนึ่งในพันธมิตรด้านความมั่นคงที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐในภูมิภาคเอเชีย
ข่าวยังอ้างว่ารัฐบาลไทยตั้งใจที่จะบรรจุข้อเสนอดังกล่าวไว้ในข้อเสนอต่างตอบแทน (Counter-proposal) ในขณะที่การเจรจาการค้าทวิภาคีกำลังจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้
แม้ข้อกำหนดดังกล่าวจะถูกร่างขึ้นด้วยถ้อยคำในเชิงกว้าง แต่ไทยอาจพิจารณาทบทวนการเข้าร่วมกิจกรรมทางทหาร หากมาตรการกำแพงภาษีที่สูงขึ้นสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
บลูมเบิร์กตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเสนอดังกล่าวนับเป็นความพยายามที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักของรัฐบาลไทย ในการนำความร่วมมือด้านความมั่นคงที่มีมานานหลายทศวรรษกับรัฐบาลวอชิงตัน มาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองการเจรจา
ตามปกติแล้วจะมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องการค้าเท่านั้น
ทำให้นึกถึงข่าวสงครามในตะวันออกกลางที่ออกมาจากสื่อตะวันตกขึ้นมาทันทีครับ เสนออีกร้อยปีก็มีมุมเดียว คือมุมที่ตะวันตกอยากให้เป็น
อิหร่านนี่เป็นปีศาจไปเลยครับ
แต่พอน้องๆ ยูทูบเบอร์ไทยนำเสนอเรื่องราวในอิหร่านผ่านมุมมองน้องๆ เหล่านั้น ภาพพลิกจากหลังเท้าเป็นหน้ามือในทันที
ความน่ากลัวที่สื่อตะวันตกยัดใส่หัวชาวโลกมานมนานมันหายไปในทันที
นี่ก็เช่นกัน บลูมเบิร์กนำเสนอข่าวเป็นตุเป็นตะโดยไม่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยเลยว่า ข่าวที่ได้มานั้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
“สุรชาติ บำรุงสุข” มีดีกรีนักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง แต่ถ้าจะให้ชัดนี่คือนักวิชาการฝ่ายซ้าย ที่เคยวิจารณ์รัฐบาลลุงมาอย่างดุเดือด รัฐบาลหนูก็ไม่รอด
วันนี้งับข่าวบลูมเบิร์กเข้าไปเต็มๆ
“...แนวทางนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง เนื่องจากไทยไม่มีอำนาจต่อรอง (leverage) เหนือสหรัฐมากพอที่จะบีบให้ทำเนียบขาวเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจได้ และอาจนำไปสู่ความสูญเสียในระดับที่คาดไม่ถึง
โดยการนำประเด็นความมั่นคงมาแลกกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็น 'เกมที่ผิด' เพราะการฝึกคอบร้าโกลด์ไม่ใช่เพียงเสาหลักความสัมพันธ์ของสหรัฐในเอเชียเท่านั้น แต่ยังเป็นผลประโยชน์ทางทหารที่สำคัญยิ่งของไทยเอง
หากรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าชนกับสหรัฐในลักษณะนี้ ไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียทั้งโอกาสในตลาดการค้าสหรัฐ และเสียโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถทางการทหารไปพร้อมกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่า ปัจจุบันตลาดสินค้าหลักของไทยยังคงอยู่ในสหรัฐ ในขณะที่ไทยยังเสียเปรียบดุลการค้าให้แก่จีนอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ท่าทีของผู้นำไทยที่ดูเหมือนจะโน้มเอียงเข้าหาจีนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนผ่านนโยบายและการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมา
สัญญาณเหล่านี้อาจบ่งบอกว่า ไทยกำลังถอยห่างจากพันธมิตรเก่าแก่อย่างสหรัฐอีกครั้ง เช่นเดียวกับสถานการณ์หลังรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลในยุทธศาสตร์ต่างประเทศของไทยอย่างมีนัยสำคัญ
หากรัฐบาลไม่สามารถรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจ "จีน-สหรัฐ" ได้อย่างเหมาะสม ย่อมจะนำมาซึ่งความสุ่มเสี่ยงต่อสถานะของประเทศไทยในเวทีโลก
ท้ายที่สุด รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศจำเป็นต้องเร่งสร้างความชัดเจนว่า ไทยกำลังตัดสินใจทิ้งผลประโยชน์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐ เพื่อเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่จริงหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีคำถามสำคัญว่า การนำการฝึกร่วมทางทหารมาเป็นเครื่องมือต่อรองนั้น ได้มีการหารือและรับฟังความเห็นแย้งจากกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพบกแล้วหรือไม่
เพราะหากการต่อรองล้มเหลว รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่ามีแผนรองรับในอนาคตอย่างไร เพื่อไม่ให้ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตที่ต้องสูญเสียทั้ง 'ตลาด' และ 'ความมั่นคง' ไปพร้อมๆ กัน...”
เป็นไงครับ จากคอบร้าโกลด์ ไปรัฐประหาร ไปจีน มาครบสูตรเลย ข่าวมันไม่มีมูลตั้งแต่ต้น แต่นำมาวิเคราะห์ราวกับว่ารัฐบาลไทยเลือกแนวทางนี้แล้ว
โดยเนื้อหาข่าวแทบเป็นไปไม่ได้เลยครับที่รัฐบาลไทยจะกล้าตัดสินใจแบบนั้น
ฉะนั้นคนให้ข่าวกับบลูมเบิร์กต้องมีวาระซ่อนเร้นบางประการ
ข่าวนี้ถูกปฏิเสธทันควันโดยโฆษกรัฐบาล “รัชดา ธนาดิเรก”
“...ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่ใช่แนวนโยบายของรัฐบาลไทย
การเจรจาการค้ากับสหรัฐดำเนินไปบนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ความเป็นธรรมและความสมดุลทางการค้า
โดยรัฐบาลจะพิจารณาข้อเสนออย่างรอบคอบ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ ภาคการผลิต และประชาชนไทย พร้อมแสวงหาข้อตกลงที่สร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
ไทยกับสหรัฐมีความสัมพันธ์ที่กว้างและลึกในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน
แต่ละเรื่องมีกรอบและผลประโยชน์ของประเทศที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รัฐบาลจะไม่ใช้ผลประโยชน์ด้านหนึ่งของประเทศไปแลกกับอีกด้านหนึ่ง...”
ฝั่งโฆษกกระทรวงกลาโหม “พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ” ก็ชี้แจงไว้ชัดเจน
“...การฝึกยังเป็นไปตามแผนเหมือนเดิม ยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง
การฝึกคอบร้าโกลด์ ปี ๗๐ (Cobra Gold 2027) เป็นการฝึกครั้งที่ ๔๖ แบบ light year ตามแผนการฝึกวงรอบ ๖ปี โดยกำหนดจัดขึ้นในห้วง มี.ค.๗๐ ในไทย
สำหรับความแตกต่างระหว่าง heavy กับ light มีความแตกต่างกันเล็กน้อย คือ รูปแบบการฝึกในส่วนการวางแผนของฝ่ายอำนวยการ โดยการฝึก Heavy year เป็นการฝึก แบบ command post exercise (CPX) โดยเอา scenario ของการฝึกมาบูรณาการฝึกทั้งภาคสนามและภาคฝ่ายอำนวยการด้วยกัน เสมือนว่าฝ่ายอำนวยการคิด ผู้บัญชาการตกลงใจ แล้วนำไปปฏิบัติในสนามจริง
ส่วน light year จะเป็นการฝึกภาคสนามและภาคฝ่ายอำนวยการแยกจากกัน โดยแยกเอาการฝึกฝ่ายอำนวยการในรูปแบบ STAFFEX มาเน้นกระบวนการแสวงข้อตกลงใจ ฝึกให้กระบวนการนี้ตกผลึก ได้เป็นแผนการปฏิบัติที่จะเอาไปใช้ต่อในปี heavy year (ที่จะเอามาทดลองใช้ในการฝึก CPX) ส่วนเรื่องจำนวนคนและยุทโธปกรณ์ อาจมีแตกต่างกันเล็กน้อย แต่คิดว่าไม่ได้เป็นสาระสำคัญ ระหว่าง light year กับ heavy year...”
ชัดเจนนะครับ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่ก็น่าประหลาดใจ นักวิชาการอดีตนักศึกษาหัวเอียงซ้าย เคยได้พรรคคอมมิวนิสต์จีนในอดีตสนับสนุน มาวันนี้บอกว่าอย่าหือกับอเมริกา อย่าคบจีนจนเกินงาม
จะเอาไงแน่พ่อคุณ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าเล่นกับปืน
ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย
ฟรีซข้าราชการ
ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว
คนละฝั่งกำแพง
ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่
ไม่เอาอะไรสักอย่าง
เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว
ขวางทางปืน
ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก
ดับไฟใต้มันไม่ง่าย
ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ

