รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเดินทางถึงอิสลามาบัด เช่นเดียวกับคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่มุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงของปากีสถานเพื่อพยายามเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ท่ามกลางการหยุดยิงที่เปราะบาง

อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน (กลาง-ขวา) และอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพบกปากีสถาน (ที่สองจากซ้าย) เดินร่วมกับอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน (กลาง) หลังจากเดินทางมาถึงฐานทัพอากาศนูร์ ข่าน ในเมืองราวัลปินดี ใกล้กับกรุงอิสลามาบัด เมื่อวันที่ 25 เมษายน (Photo by Handout / Pakistan's Press Information Department (PID) / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 กล่าวว่า เริ่มมีความหวังกับการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ระหว่างคู่ขัดแย้งในสงครามตะวันออกกลาง เมื่ออิหร่านส่งรัฐมนตรีต่างประเทศไปยังกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน ในขณะที่คณะผู้แทนสหรัฐฯกำลังเดินทางมาเช่นกัน
ทำเนียบขาวระบุว่า สตีฟ วิทคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์จะเข้าร่วม "การสนทนาแบบตัวต่อตัว" กับตัวแทนจากอิหร่าน แต่สื่อของรัฐบาลอิหร่านแย้งว่าพวกเขาไม่ขอเจรจาโดยตรง
แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิงในเลบานอนออกไปอีกสามสัปดาห์เมื่อวันพฤหัสบดี แต่อิสราเอลยังคงโจมตีทางตอนใต้ของประเทศในวันถัดมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน
ในขณะที่ทรัมป์แสดงความมั่นใจในโอกาสที่จะเกิดสันติภาพยั่งยืนในเลบานอน การบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางในวงกว้างนั้นเป็นเรื่องที่ยากกว่ามาก แม้ว่าความเร่งด่วนในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลก จะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
แคโรไลน์ ลีวิตต์ เลขาธิการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวแถลงว่า วิทคอฟฟ์และคุชเนอร์จะเดินทางไปยังปากีสถานในวันเสาร์ เพื่อเข้าร่วมการเจรจากับตัวแทนจากคณะผู้แทนอิหร่าน
ลีวิตต์กล่าวว่า "ฝ่ายอิหร่านได้ติดต่อมาตามที่ประธานาธิบดีเรียกร้อง และขอให้มีการพูดคุยแบบตัวต่อตัว" พร้อมเสริมว่าการเจรจาคือความหวังที่จะช่วยผลักดันให้มีการบรรลุข้อตกลง
เธอเสริมว่า รองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจารอบแรกในอิสลามาบัดเมื่อสองสัปดาห์ก่อน จะยังไม่เข้าร่วมในวาระนี้ แต่พร้อมที่จะเดินทางไปปากีสถานหากจำเป็น
จนถึงช่วงดึกวันศุกร์ ยังไม่ชัดเจนว่าฝ่ายอิหร่านจะยอมพบกับผู้แทนสหรัฐฯ โดยตรงหรือไม่
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศของพวกเขา ไม่มีกำหนดการจะพบกับตัวแทนชาวอเมริกัน และรัฐบาลอิสลามาบัดจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมในการถ่ายทอดข้อเสนอของอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้ง
กระทรวงต่างประเทศปากีสถานระบุว่า อาราคชีเดินทางมาถึงอิสลามาบัดเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ปากีสถานเกี่ยวกับความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยไม่ได้กล่าวถึงการเจรจากับวิทคอฟฟ์และคุชเนอร์โดยตรง
โฆษกของรัฐบาลอิหร่านแถลงว่า อาราคชีจะเดินทางเยือนโอมานและรัสเซียหลังจากแวะปากีสถาน เพื่อหารือถึงความพยายามยุติสงครามที่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเปิดฉากขึ้นต่อสาธารณรัฐอิสลามตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์
นับตั้งแต่การเจรจารอบที่แล้ว ความพยายามที่จะนำทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจาอีกครั้งได้หยุดชะงักลง โดยอิหร่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมตราบใดที่การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ยังคงอยู่
อิหร่านได้ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ทำให้เรือผ่านเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้ได้เพียงเล็กน้อย จนส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกปั่นป่วน
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันศุกร์ ท่ามกลางความหวังว่าการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่จะยุติการขัดขวางการค้าผ่านช่องแคบดังกล่าว
อันโตนิโอ คอสตา ประธานสภาสหภาพยุโรปกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ช่องแคบต้องเปิดทันทีโดยไม่มีข้อจำกัดและไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง
"นี่เป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับทั้งโลก" คอสตากล่าว
ดัชนีหลักของวอลล์สตรีทปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ เนื่องจากตลาดต่าง ๆ ต่างยินดีกับรายงานผลประกอบการล่าสุด และการเดินทางไปยังปากีสถานของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน
ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเสริมกำลังทหารในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมาถึงของเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สามในภูมิภาคนี้ คือ เรือ USS George H.W. Bush
ทรัมป์กล่าวถึงโอกาสในการสร้างสันติภาพในเลบานอนด้วยถ้อยคำที่สดใสในวันพฤหัสบดี หลังจากพบกับทูตอิสราเอลและเลบานอน โดยแสดงความหวังว่าจะมีการประชุมสามฝ่ายระหว่างผู้นำเลบานอนและอิสราเอลเช่นกัน
ทั้งสองประเทศอยู่ในภาวะสงครามอย่างเป็นทางการมานานหลายทศวรรษ และจนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้วก็ไม่ได้พบปะกันโดยตรงเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 1993
โมฮัมเหม็ด ราด หัวหน้ากลุ่มฮิซบุลเลาะห์ในรัฐสภาเลบานอน เรียกร้องให้รัฐบาลเบรุตถอนตัวจากการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล และเตือนว่าข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนในแบบที่ทรัมป์ต้องการนั้นจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนชาวเลบานอนอย่างแน่นอน
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลซึ่งให้คำมั่นว่าจะทำลายกลุ่มติดอาวุธดังกล่าว ระบุว่า "เราได้เริ่มต้นกระบวนการเพื่อบรรลุสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน และเป็นที่ชัดเจนสำหรับเราว่าฮิซบุลเลาะห์กำลังพยายามก่อวินาศกรรมในเรื่องนี้".

