หลากทัศนะเกี่ยวกับการเสด็จเยือนสหรัฐฯ ของ ‘กษัตริย์ชาร์ลส์’

รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และประธานสภาผู้แทนราษฎร ไมค์ จอห์นสัน ฟังพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภาในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา – Photo by Henry Nicholls / POOL / AFP

การเสด็จเยือนสหรัฐฯ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านไปได้อย่างราบรื่นเกือบทั้งหมด พระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องอย่างมากจากสื่อต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชดำรัสต่อหน้าสภาคองเกรสสหรัฐฯ

นับเป็นครั้งแรกของราชวงศ์อังกฤษชุดปัจจุบันที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ระหว่างการเสด็จเยือนพร้อมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งสุดท้ายที่ราชวงศ์กล่าวสุนทรพจน์ในรัฐสภาคือเมื่อปี 1991 อย่างไรก็ตามสื่อต่างประเทศหลายสำนักให้ความสนใจเป็นหลักกับความท้าทายที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ทรงเผชิญ นั่นคือ การสร้างท่าทีที่เหมาะสมในสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์

สถานการณ์นั้นไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย ดังที่หนังสือพิมพ์ Le Monde ของฝรั่งเศสบรรยายไว้ว่า “การเมืองในสหรัฐอเมริกาโหดร้ายและแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมากเสียจนผู้เล่นทางการเมืองสูญเสียความเคยชินในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ชาญฉลาดไปแล้ว กระทั่งต้องมีกษัตริย์อังกฤษมาช่วยเตือนสติพวกเขา”

และดูเหมือนว่าจะประสบความสำเร็จ หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสบรรยายว่า “เป็นสุนทรพจน์ที่ประณีตบรรจง ซึ่งรักษาสมดุลระหว่างการรำลึกถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่อาจนำมาซึ่งฉันทามติ อารมณ์ขัน และการกลับคืนสู่หลักการพื้นฐาน โดยไม่แสวงหาการเผชิญหน้า และสอดคล้องกับสถานะที่เหนือกว่าของพระองค์ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ทรงชี้ให้เห็นโดยอ้อมถึงทุกสิ่งที่แยกพันธมิตรยุโรปออกจากรัฐบาลของทรัมป์ ได้แก่ ประเด็นเรื่องสภาพภูมิอากาศ หลักนิติธรรม ความสำคัญของพันธมิตรแอตแลนติก (นาโต) และยูเครน”

หนังสือพิมพ์ Neue Zürcher Zeitung ของสวิส อธิบายถึงวิธีการที่พระองค์ทรงประสบความสำเร็จโดยใช้นาโตเป็นตัวอย่างว่า “สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ทรงเชื่อมโยงเหตุการณ์โจมตีของผู้ก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 ซึ่งกำลังจะครบรอบ 25 ปี เข้ากับพันธมิตรป้องกันประเทศของชาติตะวันตก เพราะหลังจากการโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์และเพนตากอน นาโตได้ใช้มาตรา 5 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสต์” พระองค์ทรงย้ำประเด็นสำคัญที่สุดประเด็นหนึ่งคือ “พันธมิตรที่ทรัมป์ประณามนั้น ได้ให้ความช่วยเหลือแก่สหรัฐอเมริกา” ดูเหมือนพระองค์จะตรัสเป็นนัยว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอเมริกันไม่ควรประมาทหรือดูแคลนนาโต

ดังที่หนังสือพิมพ์ New York Times รายงาน การเสด็จเยือนของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ครั้งนี้มีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ “สิ่งที่ค่อนข้างผิดปกติสำหรับยุคของทรัมป์ ประธานาธิบดียึดตามบทพูดที่เตรียมไว้ในระหว่างพิธีการต่าง ๆ ของแต่ละวันเป็นส่วนใหญ่” และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ “ทรัมป์ไม่ได้โจมตีพันธมิตรอื่นใดในเวทีโลกเลย”

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์รายวัน de Volkskrant ของเนเธอร์แลนด์ เหตุผลอาจเป็นเพราะทัศนคติของทรัมป์ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ “เป็นหนึ่งในสถาบันไม่กี่แห่งที่ทรัมป์ให้ความเคารพอย่างสูงส่ง แม้ว่าเขาจะเป็นรีพับลิกัน แต่บางครั้งทรัมป์ก็ดูเหมือนจะมองตัวเองเป็นกษัตริย์แห่งอเมริกา”

ทรัมป์คงประทับใจกับคำคมที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ทรงยกมากล่าวในสุนทรพจน์ของพระองค์อย่างแน่นอน ตัวอย่างเช่น คำคมของเท็ดดี้ รูสเวลต์ ที่พูดถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์ “มรดกอันรุ่งโรจน์” ของความงามทางธรรมชาติของอเมริกา สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ใกล้ชิดกับพระทัยของกษัตริย์อังกฤษ ดังที่หนังสือพิมพ์ The Guardian เน้นย้ำ ในขณะเดียวกันความมุ่งมั่นของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์นั้น “ไม่เคยได้รับการตอบรับจากผู้ฟังที่ไม่ยอมประนีประนอมเช่นนี้มาก่อน ทรัมป์แทบจะประกาศสงครามกับสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติเลยทีเดียว”

อาจเป็นเพราะสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงไม่หลีกเลี่ยงหัวข้อเหล่านี้ พระองค์จึงออกจากห้องประชุม “ด้วยรอยยิ้มและการจับมือ” ตามที่หนังสือพิมพ์อังกฤษรายงาน “ด้วยทักษะการเขียนสุนทรพจน์และหนังสือรวบรวมคำคม หวังว่าพระองค์จะทรงสื่อสารประเด็นของพระองค์ได้อย่างชัดเจน โดยไม่ก่อให้เกิดการประณามอย่างรุนแรงจากกษัตริย์ผู้บ้าคลั่งบนโซเชียลมีเดีย”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลสหรัฐฯ เบรก ไม่ให้ปลดบุคคลข้ามเพศออกจากกองทัพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประสบความพ่ายแพ้บางส่วนในความพยายามที่จะกีดกันบุคคลข้ามเพศออกจากกองทัพ ศาลอุทธรณ์ในวอชิงตันตัดสินว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถปลดโจทก์ที่ยื่นฟ้องร้องทางกฎหมายออกจากหน่วยงานทหารได้

แพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีระบุว่า ทรัมป์ 'มีสุขภาพดีเยี่ยม' แต่ควรลดน้ำหนัก

ทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า แพทย์ประจำตัวของโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขามีสุขภาพ "ดีเยี่ยม" แต่แนะนำให้ลดน้ำหนัก หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีไม่กี่สัปดาห์ก่อนวันเกิดครบรอบ 80 ปีของเขา

'สี จิ้นผิง' เตือน 'ทรัมป์' เกี่ยวกับไต้หวันในการประชุมสุดยอดที่ปักกิ่ง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเตือนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ว่าการกระทำที่ผิดพลาดเกี่ยวกับไต้หวันอาจผลักดันให้ทั้งสองประเทศเข้าสู่ "ความขัดแย้ง" ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการพบปะกันอย่างดุเดือดในการประชุมสุดยอดมหาอำนาจที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

'ทรัมป์' โกรธอิหร่าน! เตือนข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในภาวะวิกฤต กองทัพสหรัฐพร้อมตอบโต้ความก้าวร้าว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า การหยุดยิงในสงครามตะวันออกกลางกำลังอยู่ในภาวะ "วิกฤต" หลังจากปฏิเสธข้อเสนอโต้กลับล่าสุดจากอิหร่าน ซึ่งระบุว่ากองทัพพร้อมที่จะตอบโต้ต่อการกระทำที่ก้าวร้าวใดๆ

จีนและสหรัฐฯ มีแผนจะเจรจาการค้าในเกาหลีใต้ช่วงกลางสัปดาห์นี้

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีนและสหรัฐฯ จะพบกันที่เกาหลีใต้ในช่วงกลางสัปดาห์นี้ เพื่อเจรจาการค้า กระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า รองนายกรัฐมนตรีเหอ หลี่เฟิง ผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจของจีน จะเข้าร่วม “การหารือเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจและการค้าซึ่งกันและกัน” ที่เกาหลีใต้ในวันอังคารและวันพุธ