
7 ก.ย.2569-เพจพรรคประชาชน – People’s Party โพสต์ข้อความเรื่อง “ความหวัง #ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ยังต้องรอต่อไป: เมื่อโครงการ ‘ทหารอาสา’ ไม่ใช่คำตอบ หากกองทัพไม่ยอมลดขนาด” เนื้อหาระบุว่า การยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร คือหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกองทัพ ที่ได้รับการขับเคลื่อนมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ครม. มีมติเห็นชอบให้แก้ไขกฎกระทรวงกลาโหม เปิดทางให้สำนักปลัดกระทรวงกลาโหมสามารถรับพลทหารอาสาได้ เพื่อดำเนินโครงการ ‘ทหารอาสา’ จำนวน 100,000 อัตรา จากจำนวนพลทหารที่ต้องการทั้งหมดประมาณ 140,000 นาย โดยทำสัญญาจ้าง 4 ปี
ซึ่งในปีแรกนี้ กองทัพบกได้ประกาศเปิดรับทหารอาสา 18,784 นาย พร้อมขยายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ที่สมัครเข้าโครงการ โดยสิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ จะมีการเปิดโครงการทหารอาสาในกองทัพเรือและกองทัพอากาศ เพื่อให้ครบ 25,000 อัตราในปีแรก ตามที่รัฐบาลได้เคยแถลงไว้กับสภาฯ หรือไม่
ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นก้าวที่น่ายินดี แต่ในความเป็นจริงคือ นโยบายนี้ยังไม่สามารถนำไปสู่การยกเลิกการเกณฑ์ทหารได้จริง
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบคือ ตราบใดที่กระทรวงกลาโหมยังคงยืนกรานไม่ทบทวนยอดความต้องการกำลังพลเดิม ซึ่งตั้งไว้สูงถึงประมาณ 140,000 นาย ต่อให้รัฐบาลจะรับทหารอาสาเข้ามาได้เต็ม 100,000 อัตรา กองทัพก็ยังคงมีส่วนต่างที่ขาดอยู่อีกหลายหมื่นอัตรา
ช่องว่างตรงนี้จะถูกเติมเต็มด้วยอะไร ถ้าไม่ใช่การพึ่งพาระบบ ‘บังคับเกณฑ์’ จับใบดำ-ใบแดง ดึงเอาเยาวชนเข้าสู่ค่ายทหารในทุกๆ ปีเหมือนที่ผ่านมา
พรรคประชาชนขอยืนยันว่า การยกเลิกเกณฑ์ทหารจะไม่มีวันสำเร็จ หากรัฐบาลทำเพียงแค่ ‘เพิ่มโควตาทหารอาสา’ โดยไม่กล้าที่จะแตะต้องหรือ ‘ลดความต้องการกำลังพล’ ที่ไม่จำเป็นของกองทัพลงไปพร้อมกัน นโยบาย ‘พลทหารสมัครใจ’ ของพรรคประชาชนที่เสนอในการเลือกตั้งปี 2569 (ซึ่งเสนอให้เปิดรับสมัครพลทหารปีละ 30,000 คน ปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 4 ปี) จึงไม่ได้มองแค่การหาคนมาเติมให้เต็มยอด แต่เราเสนอให้ลดอัตราพลทหารในส่วนงานที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ได้มีไว้เพื่อภารกิจความมั่นคง (เช่น งานธุรการ) ควบคู่ไปกับการยกระดับสวัสดิการ เงินเดือน สิทธิการศึกษา และการยกเลิกบังคับค้างแรมในค่ายหลังฝึก เพื่อเปลี่ยนการเป็นทหารจากภาระที่ถูกบังคับ ให้กลายเป็นอาชีพที่คนสมัครใจอย่างแท้จริง มีศักดิ์ศรี และมีเส้นทางเติบโต
ในโลกยุคปัจจุบันที่ภัยคุกคามด้านความมั่นคงมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยไม่ได้ต้องการกองทัพที่มี ‘คนมาก’ แต่เราต้องการกองทัพที่กะทัดรัด คล่องตัว และมีขีดความสามารถสูง
กองทัพแห่งอนาคตต้องไม่วัดความแข็งแกร่งจากจำนวนพลทหารที่เกณฑ์มาได้ แต่วัดจากขีดความสามารถของกำลังพลทุกคน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไหม' จี้หั่นงบปี 70 อีก 1 แสนล้าน ชงแก้กม.เลิกตั้งงบสำรองแข็งตัว 3 เท่า ปลดล็อกภาระประเทศ
‘ศิริกัญญา’ จี้หั่นงบปี 70 อีก 1 แสนล้าน พร้อมเสนอแก้กฎหมายเลิกตั้งงบสำรองแข็งตัว 3 เท่าเพื่อปลดล็อกภาระประเทศ
บทเรียนจำแม่น! 'ศิริกัญญา' ขอไม่โต้ 'อนุทิน' ปม MOA 'ภท.-ปชน.' เป็นปิงปองมากกว่าสาระ
‘ศิริกัญญา’ ขอ ไม่โต้ นายกฯ ปม MOA บอก 2 คนยลตามช่องเป็นปิงปองมากกว่าสาระ แจง ที่บอกลืมไปแล้วหมายถึงวันครบรอบ แต่บทเรียนจำแม่น หลังถูกถามคนไม่พอใจ เหตุขานชื่อ ‘อนุทิน’ แล้วลืมวันครบรอบ
'อนุทิน' ฟาดรัวส้ม ขี้แพ้ชวนตี บอกตามสบายทิ่มรัฐบาลต่อเนื่อง
"อนุทิน" ปัด "ภูมิใจไทย" เอี่ยวฮั้ว สว.! ซัดพรรคประชาชนโยงมั่ว-ขี้แพ้ชวนตี บอก "ไอติม" ตอบ "นภินทร" ให้รอดก่อน คนดูทั้งประเทศรู้ ใครพูดจริงพูดเท็จชี้ ไทม์ไลน์รัฐบาลกับเลือกตั้ง สว. คนละเรื่อง ยัน มีคำสั่งพรรคห้ามยุ่งเด็ดขาด ลั่น ตามสบาย หลังฝ่ายค้านจะเปิดความเชื่อมโยงต่อเนื่อง
ชัดเจน! 'อนุทิน' ซัดคนผิดสัญญา MOA คือพรรคประชาชน บอกโดนเพิ่มเงื่อนไข-บีบยุบสภา
‘อนุทิน’ ซัด คนที่ผิดสัญญาMOA คือพรรคประชาชน แนะ ย้อนเทปฟังคำพูด ‘เท้ง’ เพิ่มเงื่อนไข-ข่มเหงนายกฯ ให้ยุบสภาฯ แซะ ‘ไอติม’ ไม่เคยอยู่ในสมการแล้วจะมาเคลมอะไร
ถกงบฯปี 70 วาระ 2-3 'มาร์ค-ไหม' จองกฐิน งบกลาง 1.2 หมื่นล้าน
จับตา ถกงบฯปี 70 วาระ 2-3 เติมงบกลาง 6,044 ล้าน รับภัยพิบัติ หั่นทิ้งงบค่าโง่คลองด่าน 3 พันล้าน ด้าน “มาร์ค-ไหม” จ้อง ล้มงบกลาง 1.2 หมื่นล้าน
ส้มหวั่น ล้างบาง 'บิ๊กดีเอสไอ-พนักงานสอบสวน' โดนเป่าคดีโกงสว.
‘พนิดา’ หวั่นโยกย้ายผู้บริหาร-พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ก่อน กกต.ชี้ขาด 229 ราย เอื้อสีน้ำเงินปูทางเป่าคดีโกง สว. เตือน อย่าให้กระบวนการยุติธรรมไปใช้รับใช้การเมือง-เป่าคดีใคร

