
เรื่องฮั้ว สว.จะเป็นชนวนสำคัญทางการเมืองครับ
ถึงขั้นล้มรัฐบาลได้
ไม่ใช่เพราะ “ไอติม-ไอลอว์” ออกมาแฉ
ไม่ใช่เพราะสำนวนสอบสวนหลุด
แต่เพราะกระบวนการสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ถูกเซตไว้ตั้งแต่แรก
คดีฮั้ว สว.เป็นมหกรรมการเมืองที่ใหญ่กว่าที่หลายๆ คนคิด
และคดีนี้ถูกนำมาเป็นเกมการเมืองตั้งแต่ยุครัฐบาลแพทองธาร
“ภูมิธรรม เวชยชัย” และ “ทวี สอดส่อง” สองรัฐมนตรีถูกร้องเรียนว่าใช้อำนาจแทรกแซง ดีเอสไอ รับคดีฮั้ว สว. ไว้เป็นคดีพิเศษ
ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการใช้อำนาจดีเอสไอซ้อน กกต.หรือไม่
ย้อนกลับไปดูบรรยากาศทางการเมืองขณะนั้น คุกรุ่นอย่างหนัก เพราะ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตกเป็นเป้าถูกโจมตี
นั่นทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างหนักระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
มีการวิเคราะห์ไปถึงขั้นว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ต้องการกำราบ “อนุทิน”
อย่ามาเทียบชั้น!
แม้ภายหลังจะมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอน “ภูมิธรรม-ทวี” และศาลรัฐธรรมนูญ มีมติว่า ดีเอสไอ มีอำนาจตามกฎหมายในการสอบสวนคดีฮั้ว สว. แต่ร่องรอยความขัดแย้งทางการเมืองยังคงอยู่
ผลของการทำคดีฮั้ว สว.ของดีเอสไอ ส่งผลต่อทิศทางคดีที่พุ่งเป้าไปที่พรรคภูมิใจไทย
คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ ๒๖ ที่ถูกพูดถึงกันมาก ก็มาจากความร่วมมือในการทำคดีของ กกต.และดีเอสไอ
โดยที่บทบาทส่วนใหญ่อยู่ที่ ดีเอสไอ
บทบาทของ กกต.ในขณะนั้นราวกับ ลูกหาบ
อย่างที่ทราบกันคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ ๒๖ ซึ่งนำโดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก นี้ ได้มีมติในวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ให้สั่งฟ้อง สว. ๑๓๘ คน
พร้อมเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยอีก ๙๑ คน
รวมทั้ง “อนุทิน”
ไทม์ไลน์นี้ยังอยู่ในรัฐบาลแพทองธาร
ก่อนที่รัฐบาลแพทองธารจะพังพาบในเดือนสิงหาคม และรัฐบาลอนุทิน ๑ มารับไม้ต่อในเดือนกันยายน
การตั้งรัฐบาลใหม่มีการต่อสู้กันดุเดือดระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย มีข้อเสนอลดแลกแจกแถม แต่สุดท้ายพรรคส้มไว้ใจ “อนุทิน” มากกว่า
แม้จะมีความเชื่อว่าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ ๒๖ ทำงานอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ก็เกิดปัญหาตรงที่ มีผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว.หลายคนยืนยันตรงกันว่า ไม่เคยได้รับหมายเรียก หรือถูกคณะกรรมการชุดที่ ๒๖ เรียกตัวไปให้ถ้อยคำหรือสอบสวนเลย
บางคนเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวอาจยุติไปแล้ว
ขณะที่ คณะกรรมการชุดที่ ๒๖ ยืนยันว่าตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก เช่น เส้นทางการเงินและการติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่มคน
พยานของคณะกรรมการชุดที่ ๒๖ เป็นใคร?
พยานประกอบด้วยบุคคลกว่า ๗๐๐ ปาก
กลุ่มหลักๆ คือ...
กลุ่ม สว.สำรอง
กลุ่มผู้สมัคร สว.สอบตก
ทั้งหมดนี้อ้างตรงกันว่าพบเห็นการฮั้วกันในขั้นตอนเลือก สว.
มีการแจกเงิน
มีโพย
นอกจากนี้ยังมี พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือก สว.ระดับประเทศ และทำหน้าที่เป็นพยานปากเอก นำหลักฐานคลิปวิดีโอความผิดปกติและกระบวนการลอกโพยในสถานที่เลือกมาส่งมอบให้คณะกรรมการชุดที่ ๒๖
แต่...คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ ๓๖ มีมติ ๕ ต่อ ๒ เห็นว่าข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. จำนวน ๒๒๙ คน ไม่มีมูลความผิด
และทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา
คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ ๓๖ ลงมติเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ซึ่งอยู่ในช่วงรัฐบาลอนุทิน
จุดเปลี่ยนนี้เองนำมาสู่ความไม่ไว้วางใจ กกต. และผนวกรวม กกต.เป็นส่วนหนึ่งของระบอบสีน้ำเงิน
เผือกร้อนที่ กกต.ต้องตัดสินใจในวันที่ ๑๔ กันยายนนี้ ส่งผลโดยตรงต่อรัฐบาลอนุทิน
เพราะฝ่ายค้านโหมโรงมาหลายเดือนแล้ว
บวกกับม็อบสนธิก็เตรียมยำเช่นกัน
ไทม์ไลน์การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจึงต้องจับตามองเป็นพิเศษ
กกต.มีทางเลือกอยู่ ๓ แนวทาง
๑.เห็นชอบตามมติของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ ๒๖ คือส่งศาลฎีกาฟันทั้งยวง ๒๒๙ คน รวมทั้งนายกฯ อนุทิน
๒.ปล่อยหมดทุกคนตาม คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ ๓๖
และ ๓.ส่งศาลฎีกาบางส่วน
ทั้ง ๓ แนวทางมีผลทางการเมืองแตกต่างกัน
ซึ่งแน่นอนว่าหากเอาตามข้อ ๒ อุณหภูมิการเมืองไทยจะร้อนแรงขึ้นมาทันที และเป้าหมายล้มระบอบสีน้ำเงินจะใกล้เคียงขึ้น
หากฟ้องบางส่วน ก็ยังคงถูกโจมตีว่า กกต.รับงานจากระบอบสีน้ำเงิน เพื่อลดอุณหภูมิทางการเมืองลง สุดท้ายรัฐบาลอนุทินก็จะถูกโจมตีอยู่ดี
หากฟ้องหมด นอกจาก กกต.จะยกภูเขาออกจากอกแล้ว การไปพิสูจน์ในศาลฎีกา จะได้รับการยอมรับมากกว่า อุณหภูมิทางการเมืองก็จะเย็นลงชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าศาลจะพิพากษาออกมาเช่นไร ความขัดแย้งทางการเมืองไม่มีวันยุติลงได้
เหตุผลไม่มีอะไรซับซ้อน
เพราะทุกพรรคการเมืองล้วนต้องการอำนาจ
คดีฮั้ว สว.จึงเป็นการตัดแขนขาฝ่ายหนึ่ง เพื่อไปเพิ่มให้อีกฝ่าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อาถรรพ์กันยายน
ดุเดือดครับ...การเมืองรอบสัปดาห์นี้ โหมโรงนำไปสู่การซักฟอกรัฐบาลที่ฝ่ายค้านยังปิดเป็นความลับว่าจะยื่นเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ คือ ยื่นในสมัยประชุมนี้อย่างแน่นอน สรุปคือไม่เกิน ๒๒ ธันวาคม
เอาประเทศของเราคืนมา
มาแล้วครับ... สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศ "ลงถนน" ผ่านเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" "...ถึงเวลาแล้ว 'เอาประเทศไทยของเราคืนมา' สนธิแถลงข่าว ๗ กันยา. แสดงจุดยืนลงถนน
ขำตรงไหน
ดูเหมือนจะเป็นเอกฉันท์ครับ เสียงบูลลี สว. "ประทุม วงศ์สวัสดิ์" ที่นำเสนอแก้ปัญหา "นอมินี" บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ด้วยการให้ต่างชาติถือหุ้น ๑๐๐%
เปลี่ยนม้ากลางศึก
ไม่มีสาระอะไรมากหรอกครับ... แค่ตรวจสอบประวัติของโฆษกรัฐบาลคนใหม่ เพราะอยากรู้ว่าทำไมนายกฯ อนุทินถึงตัดสินใจเปลี่ยนม้ากลางศึก
อย่ากลัวที่จะเปลี่ยน
ผ่านพิธีปลุกเสกจากวุฒิสภาไปเรียบร้อยแล้วครับ สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้าน ที่ประชุมวุฒิสภาวานนี้ (๓๑ สิงหาคม) ดุเดือดดีครับ แม้บรรยากาศการประชุมโดยรวมจะเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ แต่การอภิปรายบางช่วงบางตอน สําบัดสํานวนมาเต็ม
BRN จอมโกหก
สองสามวันก่อนมีความเคลื่อนไหวของ BRN กลุ่มก่อการร้ายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาจากเฟซบุ๊กชื่อ Amanah Putra

