นักวิชาการ หนุน "เอกภพ" เสนอรื้อการปรับอัตราภาษียาสูบปี 60 มาตรวจสอบใหม่ ตั้งคำถามหาต้นตอคนรับผิดชอบ ตั้งแต่ปี 60 รัฐสูญภาษีปีละ 2 หมื่นล้าน สสส. เปิดหลักฐานก่อนปรับภาษียาสูบ เผยภาคสุขภาพเตือนแล้ว “ภาษีหลายอัตรา” เปิดช่องลดราคา-หนีไปบุหรี่ถูก ย้ำ สสส. ไม่ใช่ผู้กำหนดโครงสร้างภาษี 2 อัตรา และไม่มีอำนาจอนุมัติราคาบุหรี่
5 ตุลาคม 2569 - จากกรณีนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาล ตั้งคำถามถึงการปรับโครงสร้างภาษียาสูบ ปี 2560 ที่เปลี่ยนจากภาษีอัตราเดียวที่ไทยใช้มาตลอด เป็น 2 อัตรา จนทำให้บริษัทบุหรี่ข้ามชาติลดราคาบุหรี่เพื่อเสียภาษีในอัตราต่ำกว่าและแข่งขันกับบุหรี่ไทย จนกระทบต่อรายได้การยาสูบแห่งประเทศไทย ชาวไร่ยาสูบ และทำให้รายได้ภาษียาสูบของรัฐลดลง ขณะที่บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้น โดยโฆษกรัฐบาลเรียกร้องให้ สสส. ออกมารับผิดชอบนั้น
รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงความเห็นในประเด็นนี้ว่า การปรับโครงสร้างภาษียาสูบเป็น 2 อัตรา ตั้งแต่ปี 2560 มีปัญหาตามที่โฆษกรัฐบาลพูดจริง ส่วนใครต้องมีส่วนรับผิดชอบนั้น เสนอให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพราะทำให้ประเทศเสียรายได้ไปปีละ 2 หมื่นล้าน จากที่เคยเก็บภาษียาสูบได้ปีละ 6 หมื่นกว่าล้านบาท ก่อนปรับเป็นภาษี 2 อัตรา แต่ล่าสุดปี 2568 เก็บได้เพียง 4 หมื่นกว่าล้านบาท
รศ.พญ.เริงฤดี กล่าวต่อว่า มีข้อสังเกตและคำถามที่ควรนำมาพิจารณา 1.การปรับโครงสร้างภาษียาสูบปี 2560 กรมสรรพสามิตได้มีการหารือกับภาคสุขภาพ เช่น กระทรวงสาธารณสุข หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หรือไม่ 2.ทำไมแนวคิดของการปรับปรุงโครงสร้างภาษีปี 2560 ของกรมสรรพสามิต ไม่มีมิติด้านสุขภาพ แต่เป็น “ทำให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นสากล และไม่สร้างภาระภาษีเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค” ทั้งๆ ที่ก่อนมีการปรับภาษีมีนักวิชาการเศรษฐศาสตร์สุขภาพจากสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย ให้ความเห็นว่า “การปรับโครงสร้างภาษีต้องคำนึงถึงสุขภาพประชาชน ลดนักสูบหน้าใหม่ หยุดภาระรายจ่ายโรคไม่ติดต่อ (NCDs)”
รศ.พญ.เริงฤดี กล่าวอีกว่า 3.ทำไมบริษัทบุหรี่ข้ามชาติจึงออกมากล่าวสนับสนุนและแสดงความยินดีกับการผ่านกฎหมายโครงสร้างภาษียาสูบใหม่ปี 2560 หลังจากประกาศใช้เพียงไม่กี่วัน และไม่มีเสียงคัดค้านจากชาวไร่ยาสูบ หรือสมาคมค้าปลีกยาสูบ ทั้งที่การปรับอัตราภาษียาสูบที่ผ่านมา ทั้งบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ ชาวไร่ยาสูบ และสมาคมค้าปลีก จะออกมาคัดค้าน 4.ทำไมกรมสรรพสามิตไม่ดำเนินการกับบริษัทบุหรี่ข้ามชาติที่ลดราคาบุหรี่ลง ทั้งที่มีอำนาจดำเนินการ และกรมสรรพสามิตเคยให้สัมภาษณ์ว่ากฎหมายใหม่เปิดโอกาสให้กรมฯ ไม่รับราคาขายปลีกที่ผู้นำเข้าเสนอมาและมีอำนาจตั้งราคาใหม่
“5.หลังจากปรับโครงสร้างภาษีได้ 1 ปี เมื่อเดือน ต.ค. 2561 องค์การอนามัยโลกส่งผู้เชี่ยวชาญด้านภาษียาสูบเข้ามาหารือร่วมกับกรมสรรพสามิต และเชิญให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีของกรมสรรพสามิตไปหารือที่เจนีวาในปีถัดมา โดยเสนอให้แก้ไขโครงสร้างภาษียาสูบให้เป็นอัตราเดียวโดยเร็ว คืออัตราตามมูลค่าร้อยละ 40 และตามปริมาณ 1.2 บาทต่อมวน พร้อมเสนอให้ร่วมลงสัตยาบันในพิธีสารการขจัดการค้ายาสูบผิดกฎหมายของอนุสัญญาควบยาสูบองค์การอนามัยโลก ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการตามคำแนะนำนี้ 6.กฎกระทรวงกำหนดให้ปรับอัตราภาษียาสูบจาก 2 อัตราเป็นอัตราเดียวคือตามมูลค่าร้อยละ 40 และปริมาณมวนละ 1.2 บาท โดยอัตโนมัติตั้งแต่ 1 ต.ค. 2562 แต่เหตุใดมีการขยายเวลาถึง 2 ครั้ง จนกระทั่งมีการปรับอัตราภาษียาสูบอีกครั้งเมื่อปี 2564 ก็ยังคงใช้ 2 อัตรา ทั้งที่มีความเห็นจากทั้งนักวิชาการไทย สสส. และองค์การอนามัยโลกให้ปรับเป็นอัตราเดียว” รศ.พญ.เริงฤดี กล่าว
รศ.พญ.เริงฤดี กล่าวอีกว่า 7. ภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพร่วมกับ สสส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการจัดเสวนาวิชาการเกี่ยวกับภาษียาสูบหลายครั้ง ร่วมกับทำหนังสือถึงรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ให้มีการทบทวนปรับโครงสร้างภาษียาสูบให้เป็นอัตราเดียว ที่ทำให้บุหรี่มีราคาสูงขึ้น และวางระบบการปรับภาษีอย่างต่อเนื่องตามอัตราเงินเฟ้อ แต่เหตุใดจึงไม่มีการตอบรับข้อเสนอจากกรมสรรพสามิตเลย 8.คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ กำหนดให้มาตรการภาษียาสูบ เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในแผนปฏิบัติการควบคุมยาสูบแห่งชาติ โดยคณะทำงานตามยุทธศาสตร์นี้มี กรมสรรพสามิตเป็นประธานคณะทำงาน อยากให้ตรวจสอบว่ามีการนัดประชุมบ่อยแค่ไหนและเคยมีการนำประเด็นเรื่องการปรับอัตราภาษียาสูบเข้ามาหารือหรือไม่
“จากข้อสังเกตข้างต้นจึงอยากสนับสนุนให้ท่านโฆษกรัฐบาลรื้อการปรับโครงสร้างภาษียาสูบปี 2560 มาตรวจสอบใหม่อย่างละเอียดเพื่อหาคนรับผิดชอบที่ทำให้ประเทศต้องสูญเสียรายได้ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาท และให้เร่งผลักดันให้รีบปรับอัตราภาษียาสูบใหม่เป็นอัตราเดียว โดยให้มีภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพมีส่วนร่วมกำหนดอัตราที่เหมาะสมด้วย” รศ.พญ.เริงฤดี กล่าว
ด้านดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การพิจารณาเรื่องภาษีสรรสามิตยาสูบแบบ 2 อัตรานี้ จำเป็นต้องอาศัย “ข้อเท็จจริง ลำดับเวลา และอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย” อย่างครบถ้วน สสส. พร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ตั้งแต่ข้อเสนอของกรมสรรพสามิต เอกสารประกอบการเสนอคณะรัฐมนตรี รายงานการประชุม หนังสือหารือระหว่างหน่วยงาน ความเห็นของกระทรวงสาธารณสุข สสส. และภาควิชาการ ตลอดจนกระบวนการพิจารณาราคาขายปลีกของบริษัทบุหรี่ แต่ขอให้ตรวจสอบจากเอกสารและลำดับเหตุการณ์จริง
“หลักฐานที่มีอยู่ไม่ได้ชี้ว่า สสส. เป็นผู้เสนอหรือสนับสนุนโครงสร้างภาษี 2 อัตรา ตรงกันข้าม ก่อนประกาศใช้โครงสร้างภาษีดังกล่าว มีฐานวิชาการที่ สสส. เตือนเรื่องการที่ผู้สูบหันไปหาบุหรี่ราคาถูก (Trade Down Effect) และมีข้อเสนอชัดเจนว่าระบบภาษีที่เรียบง่ายและอัตราเดียวเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า เพราะจุดยืนของภาคสุขภาพมีหลักเดียวมาตลอด คือ นโยบายภาษียาสูบต้องทำให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบเข้าถึงยากขึ้น ไม่ใช่สร้างแรงจูงใจให้บริษัทลดราคา และต้องลดโอกาสที่ผู้สูบจะเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ราคาถูกแทนการเลิกสูบ” รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวต่อว่า หลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2560 หรือเกือบหนึ่งเดือนก่อนที่อัตราภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ บทความ “โครงสร้างภาษียาสูบที่เหมาะสม ภายใต้ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตใหม่” ระบุว่า ระบบภาษีที่มีหลายขั้นอัตราสำหรับสินค้าชนิดเดียวกัน เปิดช่องให้ธุรกิจลดราคาสินค้าหรือออกสินค้าใหม่ราคาถูกเพื่อเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า ซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งต่อรายได้รัฐบาลและต่อระบบสาธารณสุข พร้อมเสนอว่า อัตราภาษีแบบอัตราเดียว (Uniform tax rate) เป็นแนวปฏิบัติที่เหมาะสม โดยอ้างถึงผลวิจัยของศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และ สสส. ตั้งแต่ปี 2553 ที่ชี้ถึงความเสี่ยงที่ประสิทธิผลของการขึ้นภาษียาสูบจะถูกลดทอนจากการที่ผู้สูบเปลี่ยนไปซื้อบุหรี่ยี่ห้อราคาถูกกว่า หรือ Trade Down Effect จึงสะท้อนว่าองค์ความรู้ที่ สสส. สนับสนุนมีการเตือนกลไกดังกล่าวมาก่อนการใช้โครงสร้างภาษี 2 อัตรา
“หลักฐานอีกชิ้นคือข่าวมติชนวันที่ 11 ก.ย. 2560 เป็นเวลา 5 วันก่อนภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ โดยระบุว่าอัตราภาษีเหล้า เบียร์ บุหรี่ และไพ่ ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ และจะเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 12 ก.ย. 2560 ก่อนประกาศให้ทราบเมื่อกฎหมายมีผลวันที่ 16 ก.ย. 2560 เนื่องจากกรมสรรพสามิตถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวและกังวลเรื่องการกักตุน ขณะเดียวกันข่าวดังกล่าวสะท้อนข้อเสนอจากภาควิชาการว่า การเก็บภาษีควรคำนึงถึงมิติสุขภาพและผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค” รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
นพ.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ผู้กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตไม่ใช่ สสส. กฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีออกภายใต้อำนาจตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะที่ สสส. มีบทบาทด้านการสร้างเสริมสุขภาพ สนับสนุนองค์ความรู้ และขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสุขภาพ มิได้มีอำนาจกำหนดพิกัดหรืออัตราภาษีสรรพสามิต สำหรับคำถามว่าเหตุใดจึง “ปล่อยให้” บริษัทบุหรี่ลดราคาลงหลังใช้โครงสร้างภาษีใหม่ ต้องพิจารณาอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายให้ชัดเจนเช่นกัน เพราะมาตรา 17 และมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 กำหนดกลไกเกี่ยวกับราคาขายปลีกแนะนำและอำนาจของอธิบดีกรมสรรพสามิตในการพิจารณาราคาที่ใช้เป็นเกณฑ์คำนวณภาษี สสส. ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการอนุมัติ ปฏิเสธ หรือกำหนดราคาขายปลีกของบริษัทบุหรี่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกภพ' ลั่นขอเป็นหัวหอกตรวจสอบ สสส. ถาม 25 ปี ใช้งบ 7.7 หมื่นล้าน แต่สุขภาพคนไทยกลับแย่ลง
โฆษกรัฐบาล อ้างมีข้อมูลจากคนแวดวงสาธารณสุข สสส. ใช้งบเอื้อพวกพ้อง-เครือข่าย กันเงินไว้กินดอกเบี้ย-ลงทุนหลักทรัพย์ ลั่น ขอเป็นหัวหอกเดินหน้าตรวจสอบตระกูล ส.
นายกฯ โยนปม 'ภาษีบาป' เป็นเรื่องของสภาฯ
“อนุทิน” ระบุการเสนอแก้ไขกฎหมายดึงเงินภาษีบาปของ Thai PBS และ สสส. เข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน เป็นเรื่องขั้นตอนของสภาฯ เผยยังไม่ได้คุยกับ “ศุภชัย” ก่อนหัวเราะปัดตอบคำถามถูกมองแทรกแซงสื่อ
รัฐบาลปัดฮุบไทยพีบีเอส แจงดึง 'ภาษีบาป' เข้าระบบตรวจสอบ ไม่รื้อโครงสร้าง
โฆษกรัฐบาล ปัด สส.ภูมิใจไทย ชงกฏหมายแก้ภาษีบาปหวังฮุบไทยพีบีเอส ย้ำ ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างบริหาร บอก รับงบประมาณต้องทำให้โปร่งใส-เป็นกลาง เทียบโมเดล สปสช.
"อธิบดีกรมสรรพสามิต" ยืนยันชัด ปรับโครงสร้างภาษีบาป-ยกเลิกเงินส่วนเพิ่ม 2% ไม่เอื้อประโยชน์เอกชน
อธิบดีกรมสรรพสามิตยืนยันชัด ปรับโครงสร้างภาษีบาป-ยกเลิกเงินส่วนเพิ่ม 2% ไม่เอื้อประโยชน์เอกชน พร้อมออกกฎกระทรวงนำเงินเข้าสู่คลังแผ่นดินโดยตรง เป็นไปตามนโยบายรัฐเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและลดความซ้ำซ้อน ชี้ 4 กองทุนต้องปรับไปยื่นของบประมาณเช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น
'เอกนิติ' ปัดตอบรื้อกม. 'ไทยพีบีเอส-สสส.' เข้าระบบงบฯ แทนใช้ภาษีบาป บอกยังไม่ได้รายงาน
‘เอกนิติ’ ปัดตอบปมรื้อกฎหมาย ให้ ‘Thai PBS-สสส.’ เข้าระบบงบประมาณแผ่นดิน แทนการใช้ภาษีบาป บอกสั้นๆ ‘ขอดูก่อน ยังไม่ได้มารายงานเลย’
'สว.ประพนธ์' ตั้งกระทู้ถาม กองทุน สสส. ข้องใจใช้เงินลงทุนสินทรัพย์ 'พัฒนา' แจงยึดตามกม.
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามของนพ.ประพนธ์

