
“พาณิชย์”เผยผลสอบความรับผิดทางละเมิด กรณีทุจริตจัดซื้อถุงมือยางแสนล้านเสร็จแล้ว พบ อคส.เสียหายเบื้องต้น 2,003.77 ล้านบาท ยังไม่รวมดอกเบี้ย ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ จ่อฟันแก๊งทุจริต 7 รายให้ชดใช้ความเสียหาย แย้ม “พ.ต.อ.รุ่งโรจน์” และพวกรวม 3 ราย ส่อโดนชดใช้กว่า 400 ล้าน ผู้บริหารสูงสุดใน อคส.อีก 1 ราย ชดใช้คนเดียวกว่า 400 ล้าน เตรียมชง ผอ.อคส. ก่อนส่งคลังดำเนินการ
1 พ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิด ที่มีนายวันชัย วราวิทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ได้พิจารณาความเสียหายขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และบุคคลที่จะต้องชดใช้ความเสียหายให้ อคส. กรณีทุจริตจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาทเสร็จแล้ว หลังจากเชิญผู้เกี่ยวข้องและผู้ที่เข้าข่ายต้องชดใช้ความเสียหายทั้งหมด มาให้ถ้อยคำด้วยตนเอง และทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดมาให้แล้ว แต่กำลังปรับปรุงรายละเอียดอีกเล็กน้อย จากนั้นจะเสนอผลการสอบอย่างเป็นทางการให้นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ อคส. พิจารณา ก่อนเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิด กระทรวงการคลัง พิจารณาต่อไป เพราะเป็นหน่วยงานที่ดูแลความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ
สำหรับผลการพิจารณา พบว่า การทุจริตครั้งนี้ ทำให้ อคส. เสียหายเบื้องต้น 2,003.77 ล้านบาท เป็นตัวเงินที่ อคส. ได้โอนเป็นค่ามัดจำถุงมือยางให้กับบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ คู่สัญญาที่ อคส. ว่าจ้างผลิต ยังไม่รวมดอกเบี้ย และค่าเสียโอกาสทางธุรกิจของ อคส. โดยมีผู้ต้องชดใช้ความเสียหายรวม 7 คน คาดว่า เจ้าหน้าที่ อคส. ทั้ง 3 ราย ได้แก่ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ อดีตรักษาการผู้อำนวยการ อคส. , นายเกียรติขจร แซ่ไต่ และนายมูรธาธร คำบุศย์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ 8 ที่ถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงให้ไล่ออกไปแล้ว ต้องชดใช้ความเสียหายรวมกันไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท และยังมีผู้บริหารสูงสุดใน อคส. อีก 1 คน ที่ต้องชดใช้อีกกว่า 400 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดกระทรวงการคลัง พิจารณาแล้ว และเห็นชอบตามผลสอบนี้ จะส่งเรื่องกลับมาให้ผู้อำนวยการ อคส. เพื่อดำเนินการให้ทั้ง 7 รายชดใช้ความเสียหาย หากทั้งหมดไม่ยินยอมชดใช้ หรือไม่มีเงินจ่าย อคส. จะบังคับยึดทรัพย์ต่อไป
ส่วนการไล่ออก พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ นายเกียรติขจร และนายมูรธาธร หลังจากที่คณะกรรมการ (บอร์ด) ได้เห็นชอบให้ไล่ออก เพราะมีความผิดวินัยร้ายแรงนั้น ในส่วนของพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ นายเกรียงศักดิ์ ได้ทำหนังสือไปยังสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อให้ดำเนินการ เพราะพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ถูกคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ย้ายด่วนไปนั่งที่สำนักนายกฯ จึงต้องรอให้ปลัดสำนักนายกฯ เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนอีก 2 ราย นายเกรียงศักดิ์ ได้ลงนามในคำสั่งไล่ออก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง 3 ราย ยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งไล่ออกต่อประธานบอร์ด อคส. ได้ หากยื่นอุทธรณ์จริง บอร์ด อคส. จะแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำอุทธรณ์ โดยต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
สำหรับการฟ้องร้องคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตจัดซื้อถุงมือยาง ล่าสุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ทั้งเจ้าหน้าที่ อคส. 3 คนที่ถูกไล่ออก เจ้าหน้าที่อื่นใน อคส. รวมถึงภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง คาดว่า จะสรุปสำนวนทั้งหมด และชี้มูลความผิดได้ในเร็ว ๆ นี้ จากนั้นจะส่งเรื่องให้อัยการดำเนินการฟ้องร้องต่อไป และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะดำเนินการทางแพ่ง โดยอาจยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อเอาเงินมาคืนให้ อคส.
ขณะที่คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอีก 1 ชุด ที่นายเกรียงศักดิ์ เพิ่งแต่งตั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ อคส. ที่เข้าข่ายกระทำความผิดเพิ่มเติมในโครงการจัดซื้อถุงมือยาง นอกเหนือจากทั้ง 3 คนที่ถูกไล่ออกไปแล้ว ปัจจุบันคณะกรรมการอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เมื่อเสร็จแล้ว หากพบผิดจริง นายเกรียงศักดิ์ จะตั้งคณะกรรมการสอบวินัย เพื่อลงโทษทางวินัยด้วย
นอกจากนี้ อคส.ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในโครงการทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ อคส. ส่อใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต จนทำให้ อคส. และรัฐเสียหาย ซึ่งเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา นายเกรียงศักดิ์ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อป.ป.ช. ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ และพวก ในฐานร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับภาคเอกชน จนทำให้ อคส. เสียหายกว่า 1,300 ล้านบาทแล้ว คาดว่า จะมีกรณีทุจริตอื่น ๆ อีก ที่เตรียมยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย
‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย
ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA
ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว
'กล้าธรรม' จี้พาณิชย์รับมือของแพง ชี้เงินเฟ้อพุ่ง-ชาวบ้านรับภาระหนัก
“พีรวัส สมวงศ์” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม เรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เร่งออกมาตรการคุมราคาสินค้าอย่างเป็นรูปธรรม หลังเงินเฟ้อไทยเร่งตัวต่อเนื่อง เตือนต้นทุนพลังงานกำลังส่งผ่านสู่สินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ท่ามกลางภาระค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเผชิญทุกวัน
'ฝ่ายค้าน' บี้ล่า 'นอมินี' หลังพาณิชย์เจอแหล่งใหญ่ห้วยขวาง 53 บริษัท ชี้เป้าลุย 'สมุย-กระบี่-ภูเก็ต'
รองหน.พรรคปชป.ชี้กรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 53 ราย
“ศุภจี”สั่งเชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. พัฒนาแดชบอร์ดสินค้าข้าว
“ศุภจี”สั่งการเดินหน้าพัฒนา Dashboard สินค้าข้าว เชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. ใช้ดาวเทียม ข้อมูลการผลิต และการตลาด ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อช่วยคาดการผลผลิตได้แบบเรียลไทม์ นำร่อง จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายให้ครบทั้งประเทศ
ปชป. จี้พาณิชย์เร่งควบคุม 'ค่าจีพี' แพลตฟอร์มออนไลน์รีดกำไรผู้ค้าอ่วม
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประะานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อน โดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หารือถึงทิศทางและมาตรการของรัฐในกรเข้าไปกำหนดค่า จีพี หรือค่าทำเนียม ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

