ฟรีซข้าราชการ

ข่าวใหญ่ครับ

รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ”

ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น

ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว

จำแนกตามประเภทหลักๆ ดังนี้

๑.ข้าราชการพลเรือน ๑,๑๕๘,๐๗๑ คน (๔๐.๓%)

๒.ข้าราชการทหาร ๒๔๙,๖๗๑ คน (๘.๗%)

๓.ข้าราชการตำรวจ ๒๓๖,๓๑๔ คน (๘.๒%)

๔.ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ๑,๒๓๑,๐๘๓ คน (๔๒.๘%)

สาเหตุที่ต้องฟรีซ ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน

เพราะงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี หมดไปกับรายจ่ายประจำ

ซึ่งก็คือเงินเดือนและผลตอบแทนของข้าราชการ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (๑๑ สิงหาคม) ไฟเขียวแล้วครับ

บทสัมภาษณ์ของ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลกฎหมายให้รัฐบาล สรุปความได้ดังนี้

การปฏิรูปการจัดกำลังพลภาครัฐเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์ด้านการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งงบประมาณกว่า ๗๐% เป็นรายจ่ายประจำ

ส่งผลให้งบประมาณสำหรับการลงทุนมีสัดส่วนน้อย ก็หมายความว่าการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ถูกบีบด้วยงบประจำ

ข้าราชการทั้งหลายท่านไม่ผิดหรอกครับ เพราะต่างก็ทำงานเพื่อประเทศเหมือนกัน เพียงแต่โครงสร้างที่วางเอาไว้มันถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์

“...วันนี้ได้เสนอเรื่องการบริหารจัดการกำลังพลภาครัฐต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  โดยจะควบคุมอัตรากำลัง หรือ ฟรีซข้าราชการ ตรึงจำนวนอัตรากำลังไม่ให้เพิ่มจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยให้ถือว่าอัตรากำลังที่มีอยู่ ณ ขณะนี้เป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่จะมีได้ พร้อมให้มีการใช้กำลังจากหน่วยงานอื่นร่วมกัน

นอกจากนี้ จะมีการยกเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งตำแหน่งด้านวิชาการและตำแหน่งทั่วไป โดยไม่ให้กระทบกับตำแหน่งอื่น

รวมถึงยกเลิกตำแหน่งในแผนงานที่ไม่มีความจำเป็น

จากนั้นจะปรับโครงสร้างและภารกิจของแต่ละหน่วยงานให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น...”

นี่คือสิ่งที่โฆษณากันมาหลายรัฐบาลแต่ไม่เคยสำเร็จ

สาเหตุหลักๆ คือ นักการเมืองกลัวเสียฐานคะแนน

มาคราวนี้จะสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามดูครับ แต่ถือว่ามีความคืบหน้ากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ว่าไปแล้วสถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าสุกงอมมากพอที่จะปรับโครงสร้างระบบราชการขนานใหญ่ได้แล้ว

นอกจากปัญหาเรื่องงบประมาณที่เรื้อรังมานับสิบๆ ปี ปัจจัยเรื่องคนก็ถึงเวลาแล้ว

อย่างที่ทราบกัน ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว

อัตราการเกิดลดฮวบฮาบ น้อยกว่าอัตราการตาย

วัยแรงงานลดลง

ระบบราชการแบบเก่าที่ใช้คนจำนวนมากล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับการที่โลกเข้าสู่ยุค AI ที่ไม่ต้องการแรงงานมากเหมือนในอดีต

ตำแหน่งงานลดลง

สายการบังคับบัญชาสั้นลง

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยทำให้การปฏิรูปการจัดกำลังพลภาครัฐสามารถทำได้ง่ายขึ้น

“ปกรณ์” บอกว่า

“...อีกส่วนสำคัญคือการยกเลิกหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากและเป็นภาระด้านงบประมาณ

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอให้ยุติการจัดตั้งสำนักงานส่วนกลางในส่วนภูมิภาคเพิ่มเติมทั้งหมด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นแล้ว จะมีการทบทวนและทยอยยกเลิกแบบค่อยเป็นค่อยไป

ไม่ได้ยกเลิกทั้งหมดในคราวเดียว เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน

โดยจากเดิมที่มีอยู่กว่า ๑๐,๐๐๐ หน่วยงาน จะทยอยปรับลดลงนับจากนี้

รัฐบาลตั้งเป้าลดภาระงบประมาณรายจ่ายประจำ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ ๗๐% ให้เหลือไม่เกิน ๓๐%

หากไม่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตลูกหลานจะได้รับผลกระทบ จึงต้องยอมรับความจริงและแก้ไขปัญหา การดำเนินการให้สำเร็จภายใน ๔ ปีอาจไม่ทัน และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ ๘ ปี...”

ถึงเวลาแล้วต้องทำให้ได้ครับ

สโลแกนพรรคภูมิใจไทย “พูดแล้วทำ”  ก็ขอให้ลงมือทำอย่างจริงจังเสียที

ประเทศญี่ปุ่นมีข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เรียกว่า โคมุอิง รวมทั้งหมดประมาณ ๓.๓ ล้านคน จากประชากรราว ๑๒๓ ล้านคน

ขณะที่ไทยประชากรล่าสุดเหลือ ๖๕ ล้านคน แต่มีข้าราชการ ๒.๘ ล้านคน

งบเงินเดือนข้าราชการของญี่ปุ่นคิดเป็น ๑๔-๑๙ เปอร์เซ็นต์ ส่วนของไทยคิดเป็น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นตัวเลขนี้แล้วตะลึงครับ

เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ภาครัฐไทยน่าจะมีปัญหาขาดกำลังคนเล็กน้อยในการให้บริการพื้นฐานอย่างมีคุณภาพและทั่วถึง

และมีแนวโน้มกำลังคนจะเกินความต้องการในหลายสาขา

ยิ่งการบริหารงานภาครัฐเป็นเบี้ยหัวแตก มีหน่วยงานจำนวนมากถึง ๒๐ กระทรวง มีหน่วยงานระดับกรมกว่า ๒๐๐ หน่วยงาน หากไม่มีการบริหารจัดการเสียใหม่ จะเกิดความซ้ำซ้อนสิ้นเปลืองงบประมาณ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๐ แห่ง ก็เป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องกำลังคนที่มีแนวโน้มจะล้น รวมทั้งประสิทธิภาพการทำงานต่ำอันเนื่องมาจากอิทธิพลของการเมืองท้องถิ่น

ยังไม่นับที่โกงข้อสอบเข้ามา

ทำให้มีกำลังคนภาครัฐจำนวนมากถูกใช้ไปกับฝ่ายงานสนับสนุนที่ต้องมีในทุกหน่วยงาน จนขาดกำลังคนที่มีหน้าที่ให้บริการจริง

มันก็ตอบคำถามเบื้องต้นได้ว่า ทำไมการลงทุนภาครัฐของไทยในแต่ละปีนั้น ช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน จนขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยากลำบาก

ลองสลับตัวเลข วันหนึ่งหากงบประจำลดลงเหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ งบลงทุนพุ่งขึ้นไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยเทียบชั้นประเทศพัฒนาแล้วได้ไม่ยาก

ฉะนั้นนับหนึ่งให้ได้ครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนละฝั่งกำแพง

ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่

ไม่เอาอะไรสักอย่าง

เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว

ขวางทางปืน

ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก

ดับไฟใต้มันไม่ง่าย

ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ

ออเดอร์จากคุก!

ช่วงหลังไม่ค่อยมีข่าวคราวนักโทษคดี ม.๑๑๒ ที่อยู่ในคุกเลยครับ คงเพราะกระแสหดหาย ไร้คนสนใจ แม้กระทั่งคนที่อ้างว่าเคยร่วมต่อสู้มาด้วยกัน ก็หันไปสนใจเรื่องอื่นๆ มากกว่าที่จะมองกลับเข้าไปในคุก

แค่ผู้หญิงคนเดียวยังเอาไม่ลง

เขาจีบกันแล้วครับ... หลังจาก “ไหม ศิริกัญญา” ค่ายส้ม หลุดพูดเรื่องดีลแดง-เขียว ว่า “...คงต้องมาคุยกับฝั่งเราด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นสมการทางการเมืองอาจจะไม่ครบถ้วน...” ก็ถูกตีความว่า ส้มก็รอเสียบอยู่