รองโฆษกฯ จี้เจ็บป่วยฉุกเฉินช่วงหยุดยาวสงกรานต์ เข้ารักษาได้ทุก รพ.ที่อยู่ใกล้

รองโฆษกรัฐบาล แจง หยุดยาวสงกรานต์ หากเจ็บป่วยฉุกเฉินระดับวิกฤติ เข้ารักษาได้ทุก รพ.ที่อยู่ใกล้

9 เม.ย. 2566 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 มีวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 13 – 17 เมษายน 2566 ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางต่างจังหวัด เพื่อกลับบ้าน เยี่ยมเยียน เฉลิมฉลองกับครอบครัว รวมถึงทำกิจกรรมต่าง ๆ และรดน้ำดำหัวขอพรจากญาติผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีประชาชนเดินทางจำนวนมาก และมักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเป็นประจำ จากข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2565 ภาพรวมสถิติอุบัติเหตุ ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เมษายน เกิดอุบัติเหตุรวม 1,917 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 1,869 คน ผู้เสียชีวิต 278 ราย รัฐบาลจึงมีความห่วงใยประชาชน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย สามารถใช้สิทธิ์ Universal Coverage for Emergency Patients : UCEP ได้ ดังนี้

1.กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินระดับวิกฤติ หากไม่รักษาทันทีมีโอกาสเสียชีวิตสูง สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ที่สถานพยาบาลทุกแห่งที่อยู่ใกล้สุดโดยเร็ว เป็นไปตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิ์ทุกที่ (Universal Coverage for Emergency Patients : UCEP) ของรัฐบาล โดยให้สถานพยาบาลที่ให้การรักษาเบิกค่าใช้จ่ายค่ารักษาจาก สปสช. ตามอัตราที่กำหนด

2.กรณีเจ็บป่วยที่ไม่ใช่ฉุกเฉินระดับวิกฤติ หรือกรณีผู้มีสิทธิบัตรทองที่เดินทางไปต่างถิ่นแล้วมีความจำเป็นต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล เช่น มีความดันโลหิตขึ้นสูง ปวดศีรษะมาก เกิดภาวะท้องเสียรุนแรง เป็นต้น กรณีนี้ให้เป็นไปตามข้อบังคับ สปสช. ว่าด้วยการใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุขกรณีที่มีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุหรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ระบุว่าผู้ป่วยสิทธิบัตรทองหากมีเหตุสมควร หรือกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลอื่นที่ไม่ได้ลงทะเบียนหน่วยบริการประจำและสถานพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามมาตรา 7 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

“ ขอให้ประชาชนเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ ในการเข้ารับบริการรักษาพยาบาลฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้เพื่อความสะดวก พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลหน่วยบริการที่อยู่ในพื้นที่ระหว่างเดินทางและจุดหมายปลายทาง เพื่อเป็นข้อมูลในการเข้ารับการรักษาพยาบาลได้โดยเร็ว ส่วนประชาชนที่เจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่อง ควรเตรียมพร้อมยารักษาโรคเพื่อให้เพียงพอสำหรับการเดินทาง สิ่งที่สำคัญต้องไม่ประมาท พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทาง และมีสติอยู่ตลอดเวลา ” นางสาวรัชดา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.อนุมัติงบกลาง 558 ล้าน เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม กำชับเร่งเบิกจ่ายให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝน มีประชาชนได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

'ยามะเร็งพระราชทาน' ส่งถึงรพ.แล้ว 2.88 พันกล่อง คาด ต.ค. กระจายครบ

รัฐบาลเผยยามะเร็งพระราชทาน 'IMCRANIB' กระจายให้โรงพยาบาลแล้ว 2,880 กล่อง ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้รับยาแล้ว 215 ราย คาดกระจายครบ 23,000 กล่อง ภายในเดือนตุลาคม

รัฐบาลชวนใช้ ‘แจ้งรัฐ’ บนแอปทางรัฐ แจ้งปัญหาหน่วยงานราชการแบบครบวงจร

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ที่กระทบประชาชน

รัฐบาลยกระดับรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง ใช้ Risk Map ถึงหมู่บ้าน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยเน้นการรู้ความเสี่ยงล่วงห

รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง