
11 ส.ค.2569-นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยเน้นการรู้ความเสี่ยงล่วงหน้า ป้องกันล่วงหน้า และเตรียมความพร้อมก่อนภัยมาถึง เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่เกษตร และเศรษฐกิจของประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค 5 คณะ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เพื่อให้หน่วยงานส่วนกลาง จังหวัด ท้องถิ่น ฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร ทำงานบนข้อมูลและแผนเดียวกัน ลดขั้นตอนการสั่งการ และสามารถเข้าป้องกันหรือช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วขึ้น
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หัวใจสำคัญคือหลัก “รู้ก่อน–ป้องกันก่อน–พร้อมรับมือ” โดยรัฐบาลจะนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ให้มากขึ้น มอบหมายให้ GISTDA และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ จัดทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ลงลึกถึงระดับตำบลและหมู่บ้าน เพื่อให้รู้ว่าพื้นที่ใดเสี่ยง พื้นที่ใดต้องเร่งป้องกัน จุดใดต้องเฝ้าระวัง และประชาชนกลุ่มใดต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับแรก
“เป้าหมายคือทำให้ข้อมูลความเสี่ยงถูกนำมาใช้ก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่เมื่อเกิดเหตุแล้ว ดังนั้นจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรู้ล่วงหน้าว่าจุดไหนต้องเตรียมเครื่องมือ จุดไหนต้องบริหารจัดการน้ำ พื้นที่เกษตรใดต้องวางแผนรับมือ และหากเกิดเหตุขึ้นจะเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างไร โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลก่อน” นางสาวรัชดา กล่าว
สำหรับภาคกลาง นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบขับเคลื่อน เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ มีทั้งพื้นที่เกษตร ชุมชนเมือง และพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและภัยแล้ง โดยจะใช้ภาคกลางเป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาระบบรับมือภัยอย่างครบวงจร ก่อนนำแนวทางที่ได้ผลไปขยายสู่ภูมิภาคอื่น
การดำเนินงานภาคกลางจะครอบคลุม 4 ด้าน ตั้งแต่ การป้องกันก่อนเกิดภัย การเผชิญเหตุและดูแลประชาชน การฟื้นฟูเยียวยา และการสื่อสารและการมีส่วนร่วม พร้อมจัดทำ Risk Map ควบคู่กับการติดตามพื้นที่เพาะปลูก ปริมาณน้ำ และจุดเสี่ยง รวมถึงจัดทำ Checklist มาตรฐานสำหรับ 17 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร เพื่อให้แต่ละพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของตนเองได้อย่างเป็นระบบ และรู้ว่าต้องดำเนินการอะไรบ้างก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤต
นอกจากนี้ กำหนดให้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นต้นแบบการจัดการภัยแล้งภาคการเกษตร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นต้นแบบการจัดการน้ำท่วม โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรวบรวมแผนและจัดทำ Checklist ขณะที่ สทนช. และ GISTDA จะติดตามข้อมูลและพัฒนา Risk Map อย่างต่อเนื่อง พร้อมมีคณะอนุกรรมการติดตามผล เพื่อให้แผนที่วางไว้ถูกนำไปปฏิบัติจริงในพื้นที่
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ซึ่งดีกว่าการตามเยียวยาภายหลัง ทั้งนี้ การใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน จะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งต่อชีวิต บ้านเรือน พื้นที่เกษตร และการประกอบอาชีพ และจะนำบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบไปขยายผลทั่วประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โฆษกรัฐบาล ป้องภูมิใจไทยไม่เคยกดดันองค์กรตรวจสอบ ปล่อยตามกระบวนการศาล
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาเคลื่อนไหวแถลงประกาศทวงคืนประเทศไทยขับไล่ทุนเทาต่างประเทศที่แอบแฝงทำธุรกิจต่างๆว่า จริงๆแล้วเรื่องของนายสนธิหรือว่าใครก็ตามที่ออกมาตั้งประเด็นหรือชี้แนะเรื่องอะไรต่างๆนั้น ในส่วนของรัฐบาล นายกฯ ครม.
'เอกภพ' รับไม้โฆษกรัฐบาล ปักธงสื่อสารข้อมูลจริง ฉับไว ไม่เติมไฟการเมือง
โฆษกรัฐบาลคนใหม่ประกาศแนวทางทำงาน เน้นข้อเท็จจริงตอบข้อมูลบิดเบือน ไม่มุ่งโต้วาทีทางการเมือง ช
'รัชดา' ยื่นลาออกโฆษกรัฐบาลแล้ว แจงไปภารกิจอื่น ครม.จ่อเคาะ 'หมอเอก' นั่งแทน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดยหนังสือลาออกระบุว่า ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตำแหน่งโฆษกประจำสำนักมนตรี
เตรียมสมัคร รัฐเดินหน้าระบบ ‘ทหารอาสา’ รับสมัคร 10 ก.ย.
"รัชดา" เผยรัฐบาลเดินหน้าผลักดันนโยบาย "ทหารอาสา" ตามที่แถลงต่อรัฐสภา เปิดโอกาสกำลังพลสำรองสมัครใจรับราชการ พร้อมรายได้และสวัสดิการรวม 15,000 บาทต่อเดือน ชู 4 โอกาสทั้งรายได้ ทักษะ การศึกษา และต่อยอดสู่อาชีพ เปิดรับสมัคร 10 ก.ย. 2569 - 24 ม.ค. 2570
ตีปี๊บ! รายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' ทุกเช้าเสาร์ ประเดิม 5 ก.ย.
รัฐบาลตีปี๊บรายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' เปิดมุมคิด–เจาะนโยบาย ฟังคำตอบจากรัฐมนตรีโดยตรง ทุกเช้าวันเสาร์ เริ่ม 5 ก.ย. นี้ 'รองนายกฯปกรณ์' ประเดิมพูดเรื่องปฏิรูประบบราชการ
ขยับเปลี่ยน ‘โทรโข่งรัฐบาล’ ปรับการข่าวตรงบุคลิก 'อนุทิน’
รัฐบาลขยับ ‘การข่าว’ เตรียมสลับ ‘หมอเอก’ นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็น ‘โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ แทน ‘ดร.กานต์’ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาลคนปัจจุบัน

