
18 เม.ย.66 – เวลา 11.00 น.ที่ศาลปกครองกลาง นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอไต่สวนฉุกเฉิน ในคดีหมายเลขดำที่ 1961/2565 เนื่องจากมีกรณีฉุกเฉินเนื่องจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำหนดให้ กฟผ.ลงนามในสัญญาซื้อไฟฟ้าจากเอกชนจำนวน 175 ราย ที่มีปริมาณเสนอขายรวม 4,852.26 เมกะวัตต์ จากที่ กกพ.ประกาศเปิดรับซื้อ 5,203 เมกะวัตต์ ในวันที่ 19 เมษายน 2566 นี้
ทั้งนี้ เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า ประเทศไทยมีกำลังการผลิตมากถึง 51,048 เมกกะวัตต์ ขณะที่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศในปี 2565 มีเพียง 30,135 เมกกะวัตต์เท่านั้น อันทำให้มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าสำรองล้นประเทศ หรือมากเกือบ 60% แต่ทว่าคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ กลับมีมติให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไปดำเนินการจัดซื้อไฟฟ้าจากเอกชนเพิ่มในโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (Fit) ปี 2565-2573 สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน, พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน(Battery Energy Storage System : BESS), สำหรับพลังงานลม, สำหรับก๊าซชีวภาพ(น้ำเสีย/ของเสีย) และโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าล้นประเทศมากถึง 53,659 เมกกะวัตต์ หรือมีกำลังไฟฟ้าสำรองมากกว่า 62% ซึ่งมาตรฐานสากลกำหนดไว้เพียงประมาณ 15-20% เท่านั้น
การที่มีพลังงานไฟฟ้าสำรองมากกว่า 53,659 เมกกะวัตต์ หรือกว่า 62% จะมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของค่าเอฟที (Ft) ซึ่งการไฟฟ้าก็จะไปไล่เก็บจากประชาชนทุกครัวเรือนเพื่อเอามาชดเชยให้เอกชนเจ้าของโรงไฟฟ้าที่ กฟผ.ได้ลงนามในสัญญาซื้อสำรองไว้ แบบเสียเปล่า เพราะปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศไทยมีเพียงแค่ 3 หมื่นกว่าเมกกะวัตต์เท่านั้น และหากพิจารณาบริษัทต่าง ๆ ใน 175 รายนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นของบริษัทขนาดใหญ่ ผู้ร่ำรวยระดับปะเทศที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แทบทั้งสิ้น
การฮึกเหิมในการใช้อำนาจตามอำเภอใจและน่าจะเป็นการตอบสนองความต้องการของฝ่ายการเมืองดังกล่าว ในที่สุดผู้ที่จะต้องแบกรับภาระค่าจัดซื้อจัดหาไฟฟ้าจากผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าของเอกชน คือ พลเมืองไทยทุกครัวเรือน ทุกห้างร้าน ทุกผู้ประกอบกิจการ แม้แต่วัดวาอาราม ศาสนสถานก็ไม่เว้น เยี่ยงนี้สังคมไทยจะปล่อยให้เลยตามเลยไปมิได้ เพราะจะมีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะบนความทุกข์ของประชาชนทุกครัวเรือน ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ในคดีที่ 1/2566 ลงวันที่ 9 ม.ค.2566 ที่ผ่านมา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงจำต้องมาร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการลงนามซื้อไฟฟ้าในวันนี้ นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กฟผ. รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน 3 ปีซ้อน ตอกย้ำการดำเนินงานตามมาตรฐานสากล
นางพัชรินทร์ รพีพรพงศ์ รองผู้ว่าการบริหาร เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้ารับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน
กฟผ. เคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต ระดมพลแพ็กถุงยังชีพ 4,000 ชุด พร้อมส่งมอบอาหารปรุงสุก 1,200 กล่อง และน้ำดื่ม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง
วันนี้ (28 กันยายน 2569) นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำทีมผู้บริหาร พนักงาน และจิตอาสา เร่งบรรจุถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 4,000 ชุด ณ ศูนย์กีฬากำธน สินธวานนท์ สำนักงานใหญ่
ลุ้น!ศาลวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง
“เท้ง-ส้ม” มาแรง! โพลหนุนนั่งนายกฯ “อนุทิน” คะแนนนิยมร่วงอันดับ 3 จับตาศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง “ศาลปกครอง-สว.” หยุดตามมติ ครม.
ศาลปกครองฯ แจ้งปิดทำการวันหยุดพิเศษ 28-29 ก.ย. เลื่อนนัดทุกคดีออกไปก่อน
ศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลาง ปิดทำการเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 28 - 29 กันยายน 2569
'ศรีสุวรรณ' บุกร้อง ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง 2 สว. กลับคำให้การคดีฮั้ว สว.
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว. อันถือได้ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่

