8 ม.ค.2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) ซึ่งแก้ไข มาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉบับพรรคเพื่อไทยนั้น มีสาระสำคัญ คือ เสนอแก้ไขมาตรา 256 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยตัดหลักเกณฑ์การลงมติในวาระที่หนึ่ง และวาระที่สาม ที่ต้องใช้เสียงสว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และเสียงของสส.ฝ่ายค้านไม่น้อยกว่า 20% ออก
นอกจากนี้ ยังได้ตัดมาตรา 256(8) เฉพาะส่วนคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ อำนาจศาลหรือองค์กรอิสระ จะต้องทำประชามติก่อนการทูลเกล้าฯ ถวาย ออกด้วย และยังคงการให้ทำประชามติ ใน 3กรณี คือ แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป หมวด2พระมหากษัตริย์ และหมวด15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทย ได้เพิ่มหมวดใหม่ขึ้น ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) จำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และกำหนดข้อห้ามของบุคคลที่จะสมัครเป็น สสร. ไว้ว่า ห้ามเป็นข้าราชการการเมือง สส. สว. รัฐมนตรี และยังได้นำลักษณะต้องห้ามของสส.มาบังคับใช้ด้วย ทั้งนี้กำหนดให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเลือกตั้งสสร. ภายใน 60 วัน เมื่อเลือกตั้งเสร็จให้ กกต.รับรองภายใน 15 วัน
สำหรับการจัดทำรัฐธรรมนูญกำหนดให้ สสร. ตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 47 คน แบ่งเป็น สสร.แต่งตั้ง 24 คน โดยกำหนดคุณสมบัติ คือ ต้องเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน รัฐศาสตร์ มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน และการร่างรัฐธรรมนูญ และอีกจำนวน 23 คน ให้สสร. แต่งตั้งจากการเสนอชื่อโดยสภาฯ 12 คน สว. 5 คน และ คณะรัฐมนตรี 6 คน พร้อมกับกำหนดระยะเวลายกร่างรัฐธรรมนูญ ให้เสร็จภายใน 180 วัน จากนั้นต้องส่งให้รัฐสภาเห็นชอบภายใน 30 วัน เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้วให้นำไปจัดการออกเสียงประชามติ
นอกจากนั้นแล้วยังให้สิทธิ รัฐสภามีอำนาจเสนอความเห็นเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ สสร. ดำเนินการได้ด้วย ซึ่งกำหนดเป็นบทบังคับ ให้ สสร.แก้ไขภายใน 30 วัน พร้อมกับให้ลงมติยืนยันด้วยเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของ สสร.ที่มี จากนั้นจึงส่งให้ กกต.ทำประชามติ แต่หาก สสร. ลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป และให้อำนาจ สสร. ชุดเดิมยกร่างใหม่ภายใน 90 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย กำหนดเป็นข้อห้ามที่ชัดเจนว่า “การจัดทำรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 และ หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้” พร้อมให้อำนาจรัฐสภาวินิจฉัยว่าหากมีการจัดทำเนื้อหาที่เป็นข้อห้ามดังกล่าวให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญตกไป และให้ สสร. ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลรธน. แจงคดีบาร์โค้ด เปิดไต่สวน 'กกต.' หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลักฐาน
'นครินทร์' เผยความคืบหน้าคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งพยานหลักฐาน ชี้แจงเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน ลับหรือไม่อยู่ที่ข้อกฎหมาย ดุลพินิจของตุลาการแต่ละคน ลั่นยึดรัฐธรรมนูญตัดสินคดี
พท.-ภท.เร่งผุดนโยบาย พี่ศรีชงสอบ3ว่าที่รมต.
แกนนำเพื่อไทยรุดเข้าตึกไทยคู่ฟ้า หารือนายกฯ คืบหน้าตั้งรัฐบาลใหม่
อยู่ยาว! 'ยศชนัน' เผยเพื่อไทยติวเข้มส.ส.วางแนวทางการทำงาน 4 ปี
ที่โรงแรมเอสซีพาร์ค กรุงเทพฯ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสัมมนาพรรคเพื่อไทย ว่า
สลค. คึกคัก! 'ครม.อนุทิน 2' แห่ยื่นเอกสารเช็กคุณสมบัติ
ว่าที่รัฐมนตรี 'ครม.อนุทิน 2' ทยอยส่งทีมงาน ยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติ ตัวแทน 'ประเสริฐ-รุทธพล-ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ' ถึง สลค.
ฝุ่นตลบ! ครม.อนุทิน2 'ภูมิใจไทย' ตัดเทคโนแครตแจกบ้านใหญ่ 'เพื่อไทย' วิ่งแย่งชิงเก้าอี้
เทพไท มอง ครม.อนุทิน2 'ภูมิใจไทย-เพื่อไทย' จะเห็นแรงกระเพื่อม แย่งชิงกันเป็นรัฐมนตรีในพรรคการเมือง2พรรค
'จาตุรนต์' เกาะติดชีวิตเกษตรกรเลี้ยงกุ้งฉะเชิงเทรา ตามหาน้ำมันดีเซลเติมเครื่องตีน้ำบ่อ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang

