ศาลรธน. แจงคดีบาร์โค้ด เปิดไต่สวน 'กกต.' หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลักฐาน

‘นครินทร์’ เผยความคืบหน้าคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งพยานหลักฐาน ชี้แจงเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน ลับหรือไม่อยู่ที่ข้อกฎหมาย ดุลพินิจของตุลาการแต่ละคน ลั่นยึดรัฐธรรมนูญตัดสินคดี

30 มี.ค. 2569 – ที่โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า กระบี่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาคดีบัตรเลือกตั้งว่า ต้องรอคำชี้แจงจากคู่ความทั้งสองฝ่าย มติของศาลรับแล้ว ให้เวลาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคนยื่นคือผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งสองฝ่ายต้องยื่นคำแถลง และบัญชีพยานและการได้มาซึ่งพยาน เพื่อให้ศาลได้เข้าถึงพยานเหล่านั้น แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเปิดไต่สวนหรือไม่

ทั้งนี้ เมื่อเราได้รับคำชี้แจงจากทั้งสองฝ่าย ถ้าทั้งสองฝ่ายส่งบัญชีพยานเป็นบุคคลก็ต้องถามบุคคล ถ้าบุคคลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นที่เข้าใจหมดแล้วก็ไม่ต้องไต่สวน แต่ถ้าคำชี้แจงนั้นไม่เป็นที่เข้าใจตุลาการก็สามารถขอไต่สวนได้ การที่บัญชีพยานไม่ใช่บุคคลอาจจะเป็นเทปหรืออุปกรณ์ทางอื่นอิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง อาจจะไต่สวนหรือไม่ไต่สวนก็ได้ จะต้องดูเป็นกรณีไป จึงไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้

เมื่อถามว่า กรณีบัตรเลือกตั้งจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายนครินทร์ กล่าวว่า ยังตอบอะไรไม่ได้ จนกว่าจะได้เห็นหลักฐาน เอาหลักฐานเข้ามาที่ศาลดีกว่า ถ้าหลักฐานเข้ามาทั้งสองฝ่าย ทั้งทางผู้ตรวจการฯ ซึ่งก็อยากรู้เช่นกันว่าผู้ตรวจการจะยื่นใครมาเป็นพยาน เพราะมีผู้ร้องเข้ามาจำนวนมาก ผู้ตรวจการฯ อาจจะหนักใจ อาจจะอมทุกข์คนเดียวไม่ได้ นอกจากจะออกความทุกข์มาที่ศาล ก็อยากเห็นเหมือนกันว่าจะยื่นมาทั้งหมดหรือไม่ แต่ถ้าไม่ยื่นก็จบ ส่วน กกต. ก็เช่นกัน ต้องดูว่าจะยื่นใครมาเป็นพยาน จึงต้องตัดสินใจว่าจะถึงขั้นนั้นหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน ศาลอาจจะเรียกพยานหลักฐานเพิ่มก็ได้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ส่งเข้ามา เพราะตอนนี้ก็มีในใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังพูดไม่ได้ จนกว่าจะเห็นหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่จะยื่นเข้ามา

ส่วนบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่นั้น นายนครินทร์ กล่าวว่า จะลับหรือไม่ลับก็อยู่ที่ข้อกฎหมาย ซึ่งเรายังไม่ได้คุยกัน เพราะคำว่าศาลไม่ใช่ความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นความเห็นของทั้ง 9 คนที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่รัฐธรรมนูญจัดตั้งขึ้นหน้าที่ตามอำนาจของรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่มอบหมายให้ทำ ทั้ง 9 คนมีดุลพินิจเป็นอิสระ ดังนั้นหลังจากฟังข้อเท็จจริงแล้วแต่ละคนเชื่อว่ามีดุลพินิจในการวินิจฉัย ฉะนั้นบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยก็เป็นคำวินิจฉัยส่วนตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ภาคประชาชนจัดการเลือกตั้งจำลอง เพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปหาผู้เลือกได้ จะถูกนำหลักฐานมาพิจารณาต่อศาลได้หรือไม่ นายนครินทร์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเหล่านี้ยังไม่เคยเข้ามาที่ศาล ศาลไม่เคยได้รับมาก่อน ข้อเท็จจริงที่อยู่นอกศาล ขอให้นำเข้ามาในศาล ให้เข้ามาอยู่ในกระบวนการของศาล

ส่วนจะนำหลักรัฐศาสตร์มาวินิจฉัยในกรณีนี้ด้วยหรือไม่ เพราะมีคำพูดที่ว่า การที่เดินหน้าตั้งรัฐบาล และสงครามตะวันออกกลาง อาจทำให้ศาลไม่กล้าสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น นายนครินทร์ ยืนยันว่า วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมีทั้งหลักรัฐศาสตร์และหลักนิติศาสตร์อยู่ในตัวเอง แต่เมื่อมาผสมกันแล้ว กลายมาเป็นรัฐธรรมนูญที่กลมกล่อมหรือไม่ อยู่ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เนติวิทย์' ยักไหล่! ลั่นไม่ผิดคาด คำตัดสินศาล รธน. ปลุกร่วมต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำเลยคดีหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สำหรับผม มติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่ได้ผิดคาดสักเท่าไหร่ ในเมื่อเหตุปัจจัยในปัจจุบันเป็นแบบนี้

'เนติวิทย์' ขาแหย่คุก! คดีไม่ร่วมเกณฑ์ทหาร ศาลลงมติเอกฉันท์ พรบ.รับราชการทหาร ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2567 มาตรา 27 และมาตรา 45ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31