
กนอ.เซ็นสัญญาตั้งนิคมฯ เอเพ็กซ์กรีน ในพื้นที่อีอีซี เน้นสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ คาดแล้วเสร็จ ปี 66 ฟุ้งเกิดการลงทุนในนิคมฯ 64,000 ล้านบาท หนุนจ้างงานเพิ่มประมาณ 16,000 คน
20 ต.ค. 2564 - นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมและเตรียมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ตามนโยบายรัฐบาล โดยในวันที่ 19 ต.ค.64 กนอ.ได้ลงนามในสัญญาร่วมดำเนินงาน กับ บริษัท เอเพ็กซ์ ปาร์ค จำกัด จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์กรีน อินดัสเตรียล เอสเตท เพื่อรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมสมัยใหม่(นิว เอส-เคิร์ฟ) โดยนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์กรีน อินดัสเตรียล เอสเตท ตั้งอยู่ในพื้นที่ต.หัวสำโรง และต.แปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นการดำเนินงานในรูปแบบนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนา และให้บริการระบบสาธารณูปโภค จัดเป็นนิคมอุตสาหกรรมลำดับที่ 66 โดยใช้ระยะเวลาพัฒนาโครงการประมาณ 2 ปี ซึ่งหลังจากประกาศเขตนิคมอุตสาหกรรมแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ในปี 2566
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์กรีน อินดัสเตรียล เอสเตท มีพื้นที่ประมาณ 2,191.50 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 1,600.22 ไร่ หรือคิดเป็น 73.17% พื้นที่ระบบสาธารณูปโภคประมาณ 358.34 ไร่ คิดเป็น 16.22% และพื้นที่สีเขียวและแนวกันชนประมาณ 232.03 ไร่ คิดเป็น 10.61% ของพื้นที่ทั้งหมด โดนนิคมดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศที่รัฐบาลจัดเตรียมระบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจร มีศักยภาพที่เอื้อต่อการลงทุน ซึ่งจากศักยภาพดังกล่าวคาดว่านิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน
“นิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์กรีน อินดัสเตรียล เอสเตท หากมีการลงทุนเต็มพื้นที่แล้ว จะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในนิคมฯ ประมาณ 64,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานประมาณ 16,000 คน สะท้อนถึงศักยภาพของการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม และการเป็นหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคตได้อย่างแน่นอน”นายวีริศ กล่าว
ทั้งนี้โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์กรีน อินดัสเตรียล เอสเตท เน้นกลุ่มนักลงทุนเป้าหมายที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในกระบวนการผลิตเป็นหลัก เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง ชิ้นส่วนยานพาหนะ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมเบา กลุ่มกิจการบริการและสาธารณูปโภค กลุ่มเกษตรกรรมและผลผลิตจากการเกษตรที่มีความต้องการใช้น้ำต่ำ และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมตามโครงการอีอีซี โดยโครงการฯ ได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากพื้นที่ตั้งโครงการถือว่าอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ มีเครือข่ายเส้นทางคมนาคมที่สะดวก โดยอยู่ห่างจากท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบังและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดประมาณ 100-130 กิโลเมตร ห่างจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภาประมาณ 80-120 กิโลเมตร และมีนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงพื้นที่โครงการฯ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
CCP ตั้งเป้าปี69รายได้โต 10%ตุนแบ็คล็อก1,800ล้าน
CCP เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จับมือพันธมิตรพัฒนาวัสดุทดแทนคอนกรีต-ลดคาร์บอน ทุ่มงบ 70 ล้านเสริมประสิทธิภาพการผลิต พร้อมรักษาแบ็คล็อกไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10%
อมตะ ผนึก BOI เสริมแกร่ง SMEหนุนขยายลงทุนอีอีซี
อมตะ ผนึก BOI เสริมแกร่ง SME ไทย เปิดเวทีเชื่อมโยงซัพพลายเชนสู่ตลาดโลก เจาะกลุ่ม อุตสาหกรรม EV อิเล็กทรอนิกส์ Matching หนุนขยายลงทุนพื้นที่ EEC
กนอ.คลอดมาตรการส่งเสริมเช่าที่ดิน ‘Smart Park’ดูดเม็ดเงิน FDI
กนอ. รุกหนัก! คลอดมาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดิน ‘Smart Park’ ดูดเม็ดเงิน FDI ชูไทยเป็นฐานการผลิตที่มั่นคง-ปลอดภัย จากวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง
‘กรณ์’ บุกแปดริ้ว เขต 1 ช่วย ‘แป้ง–อรกฤติย์’ ขอคะแนนเสียง ชนบ้านใหญ่
“กรณ์” บุกแปดริ้ว เขต 1 ช่วย “แป้ง–อรกฤติย์” ขอคะแนนเสียง ชนบ้านใหญ่ ไล่ทุนเทา เปลี่ยนเมืองทางผ่านสู่เมืองเศรษฐกิจ

