สสส. ผนึก ทร.-มทร.ธัญบุรี ดัน BSF จัดการขยะอินทรีย์ ลดฝังกลบ

สสส. บุก EEC จับมือ ทร. - มทร.ธัญบุรี - สวนต้องก้าว ขยายผลจัดการขยะอินทรีย์ด้วย BSF พร้อมหนุนคัดแยกขยะต้นทาง มุ่งลดฝังกลบ ขจัดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมจากขยะมูลฝอย

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศาสตร์ทหารเรือ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กองทัพเรือ (ทร.) สวนต้องก้าว และภาคีเครือข่าย เปิดการดำเนินงานการจัดการขยะมูลฝอยที่แหล่งกำเนิดอย่างยั่งยืนและจัดการขยะอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพในสภาพควบคุมสิ่งแวดล้อมด้วยหนอนแมลงทหารดำ (Black Soldier Fly: BSF) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางในระดับชุมชนและแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่ ด้วยแนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชนและการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้ดำเนินงานใน 4 พื้นที่ต้นแบบใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออก-จังหวัดชลบุรี, ภาคใต้-จังหวัดสงขลา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-จังหวัดขอนแก่น และภาคเหนือ-จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขยายผลมาจากดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

พลเรือเอก สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ และประธานกรรมการบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของกองทัพเรือ กล่าวว่า “พลเรือเอกจิรพล ว่องวิทย์ /ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Development Goals (SDGs) โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่กองทัพเรือรับผิดชอบและมีส่วนในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ โครงการการจัดการขยะมูลฝอยที่แหล่งกำเนิดอย่างยั่งยืนและการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพผ่านการเลี้ยงหนอนแมลงทหารดำ โดยนำร่องในพื้นที่ของศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการขยะที่สะท้อนถึงการบูรณาการองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยึดโยงกับความสมดุล พอประมาณและยั่งยืน กองทัพเรือพร้อมเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงทางทะเล หากยังรวมถึงความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ อาหาร และพลังงานของประเทศอีกด้วย จึงขอขอบคุณทุกหน่วยงานและภาคเอกชนที่ร่วมกันผลักดันโครงการฯ ให้เกิดขึ้นในครั้งนี้และพร้อมที่จะขยายผลต่อไปในพื้นที่ EEC และอื่นๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป ”

นายศรีสุวรรณ ควรขจร ที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า “ปัญหาขยะมูลฝอยในประเทศไทย ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่มีสัดส่วนสูง ปัจจุบันถูกนำไปกำจัดด้วยการฝังกลบ ไม่มีการแปรรูป หรือใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ นับว่าเป็นการสูญเสียทรัพยากรอย่างมาก อีกทั้งยังสร้างก๊าซเรือนกระจก (มีเทน) ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย ดังนั้นการจัดการขยะมูลฝอยที่แหล่งกำเนิดอย่างยั่งยืน และการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพในสภาพควบคุมสิ่งแวดล้อมด้วยหนอนแมลงทหารดำ (BSF) จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนตั้งแต่ต้นทาง เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ส่งเสริมการคัดแยกขยะ และพัฒนาการจัดการขยะอินทรีย์ที่เป็นเทคโนโลยีชีวภาพ สามารถย่อยสลายขยะอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และควบคู่กับการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

รศ.ดร.ปัญญา มินยง สำนักงานบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวเสริมว่า “โครงการนี้มีการดำเนินการใน 4 จังหวัดเป้าหมาย 4 ภูมิภาคที่มีปริมาณขยะสูงของแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ชลบุรี สงขลา ขอนแก่น และเชียงใหม่ สามารถกำจัดขยะอินทรีย์ได้มากถึง 1,600 กิโลกรัมต่อวัน และผลิตตัวอ่อนแมลงทหารดำได้ไม่ต่ำกว่า 400 กิโลกรัมต่อวัน สามารถนำไปแปรรูปเป็นโปรตีนสัตว์ทางเลือก ลดต้นทุนอาหารสัตว์ในชุมชน แล้วยังสามารถการลดขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดโดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่ต้องนำไปกำจัดด้วยการฝังกลบมากกว่า 10% โดยโครงการยังส่งเสริมให้ชุมชน ผู้ประกอบการ ภาคีมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการขยะมูลฝอย ตั้งแต่การตั้งจุดคัดแยกขยะ การนำส่งเศษอาหาร/ขยะอินทรีย์มาเลี้ยง BSF ไปจนถึงการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินผลการดำเนินงาน และได้จัดทำคู่มือการเลี้ยงหนอนแมลงทหารดำและแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยระดับครัวเรือน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกร และประชาชนทั่วไปสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ขณะเดียวกันยังได้มีการพัฒนาฐานข้อมูลผลกระทบทางชีวภาพขึ้น ใช้ในการติดตามและประเมินผลในระยะยาว ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดนโยบายระดับท้องถิ่นและระดับประเทศอีกด้วย”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ตำบลจัดการสุขภาวะ” สสส.จับมือ 3,690 อปท. ยกระดับสุขภาวะแบบเข้าถึงพื้นที่

สสส. มุ่งสร้างสุขภาวะระดับตำบล สนับสนุนชุมชนพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพตามบริบทตน ประกอบฐานข้อมูลสุขภาพท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด Health in All Policies

สุขภาวะมุสลิมไทย วิถีวะสะฏียะฮ์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทุกช่วงวัย

ประชากรมุสลิมทั่วโลกปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1.6 พันล้านคน คิดเป็น 23% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านคน ภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030) ในประเทศไทย

เบาหวานระยะสงบ ด้วย E-learning DM Remission

สสส.สานพลังภาคีเพิ่มโอกาสผู้ป่วยเบาหวานควบคุมโรค ยกระดับระบบบริการสุขภาพไทยสู่การสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน ด้วย E-learning DM Remission

สมาคมเบาหวานฯ -สสส.จับมือภาคี ยกระดับบุคลากรสาธารณสุข ผ่าน E-Learning DM Remission ขยายต้นแบบดูแล ‘เบาหวานระยะสงบ’ หวังลดการใช้ยา

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน สรุปผลโครงการโรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ (DM Remission) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2

เมื่อ EV Bus ไม่ได้เป็นแค่รถโดยสาร แต่คือคำตอบ.."ลดความเหลื่อมล้ำ"

สำหรับคนเมืองใหญ่ การขึ้นรถโดยสารอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับประชาชนจำนวนมากในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก นักเรียน ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย “การเดินทาง”