ทัพเรือ-ตำรวจน้ำสกัดอาวุธสงครามข้ามชาติ ยึด AK-47 กระสุนกว่า 2.4 หมื่นนัด

กองทัพเรือผนึกตำรวจน้ำตราด ขยายผลขบวนการลักลอบขนของเถื่อนทางทะเล ก่อนรวบชาย 1 รายที่ท่าเรือใน จ.ตราด ยึด AK-47 จำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุน 24,405 นัด พบใช้สปีดโบ๊ทรับของจากกลุ่มบุคคลต่างชาติกลางทะเล ลำเลียงมาจากฝั่งกัมพูชา เร่งขยายผลหาแหล่งที่มา-ปลายทางและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

22 สิงหาคม 2569 - พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือร่วมกับตำรวจน้ำจังหวัดตราด ขยายผลติดตามขบวนการลักลอบขนของเถื่อนทางทะเลอย่างต่อเนื่อง กระทั่งตรวจพบเป้าหมายต้องสงสัย และนำไปสู่การจับกุมขบวนการลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามชาติ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืน AK-47 และเครื่องกระสุนรวมกว่า 24,000 นัด

โดยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเป้าหมายบริเวณท่าเรือดิเรก ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดอาวุธสงคราม เครื่องกระสุน และยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด ส่วนผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัว

จากการตรวจสอบของกลาง พบอาวุธปืนเล็กยาว AK-47 จำนวน 2 กระบอก ซองบรรจุกระสุนสำหรับปืน AK-47 จำนวน 102 ซอง กระสุนปืนขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 23,640 นัด และกระสุนปืนขนาด 12.7 มิลลิเมตร จำนวน 765 นัด รวมเครื่องกระสุนที่ตรวจยึดได้ทั้งสิ้น 24,405 นัด

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดเรือสปีดโบ๊ทสีขาว-น้ำเงิน จำนวน 1 ลำ และรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอีก 3 คัน

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ขบวนการดังกล่าวใช้เรือสปีดโบ๊ทเดินทางไปรับสิ่งของจากกลุ่มบุคคลชาวต่างชาติ ซึ่งนำมาส่งมอบกันบริเวณกลางทะเล โดยสิ่งของดังกล่าวถูกลำเลียงมาจากฝั่งประเทศกัมพูชา ก่อนนำกลับเข้ามายังท่าเรือในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมนำของกลางทั้งหมดส่งสถานีตำรวจภูธรแหลมงอบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบแหล่งที่มาของอาวุธ จุดหมายปลายทาง ตลอดจนบุคคลและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

พลเรือตรี ปารัช กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการด้านการข่าวระหว่างกองทัพเรือ ตำรวจน้ำ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ทำให้สามารถสกัดกั้นอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมากได้ก่อนถูกลำเลียงไปยังจุดหมาย

การปฏิบัติครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “ปิดด่าน 100%” ซึ่งไม่ได้หมายถึงการควบคุมเฉพาะด่านหรือจุดผ่านแดนทางบก แต่ครอบคลุมถึงการปิดและเฝ้าระวังช่องทางลักลอบทุกเส้นทาง ทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงช่องทางธรรมชาติ ท่าเรือ และเส้นทางเดินเรือที่อาจถูกใช้ในการลักลอบนำพาบุคคล หรือขนส่งอาวุธ ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดน

กองทัพเรือยืนยันว่าจะยังคงผนึกกำลังกับตำรวจน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดด้านการข่าว การลาดตระเวน และการตรวจการณ์ทั้งทางบกและทางทะเล เพื่อสกัดกั้นขบวนการผิดกฎหมาย และไม่ให้ผู้กระทำผิดอาศัยช่องทางธรรมชาติหลีกเลี่ยงมาตรการของเจ้าหน้าที่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กทม. คาดการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวัง 11 ชุมชน

กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานว่า คาดการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยา วันนี้ยังไม่ล้นแนวเขื่อนฯ เฝ้าระวัง สำหรับชุมชนนอกแนวเขื่อนฯ และจุดฟันหลอ 11 ชุมชน ในพื้นที่เขตดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน

หลบความวุ่นวายไปทักทายพี่เต่า เช็กอิน 'ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ’

หากใครกำลังมองหาทริปพักผ่อนแบบไปเช้า-เย็นกลับใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้หลีกหนีความเร่งรีบ ได้สูดกลิ่นอายลมทะเลเต็มปอด และได้สัมผัสเรื่องราวดีๆ ต่อใจ “อาทิตย์เอกเขนกฉบับนี้” ขอแนะนำ

กลาโหมบูรณาการทุกเหล่าทัพ-รวมพลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตอุทกภัยทั่วกรุงเทพฯ

จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหมบูรณาการกำลังจากทุกเหล่าทัพ ทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ระดมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที

นี่หรือรางวัลนักรบ! เพจดังข้องใจ ผบ.ทร. ถีบ 'น.อ.ธรรมนูญ' พ้นสายคุมกำลังรบ ไปนั่งตบยุงกองการกีฬา

เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งเกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นภายหลังผู้บัญชาการทหารเรือได้ปรับย้ายนายทหารระดับนาวาเอกจำนวน 87 นาย ซึ่งปรากฏว่า นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา นักรบทมอดา-บ้านสามหลัง ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองการกีฬา สำนักงานสวัสดิการทหารเรือ (ผอ.กองการกีฬา สวัสดิการ ทร.)