สสส.สานพลังเครือข่าย ขับเคลื่อน “Mind First Aid Literacy” จุดพลังองค์กรไทยดูแลใจวัยทำงานอย่างยั่งยืน
เมื่อ 28 ตุลาคม 2568 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) กรมสุขภาพจิต และสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) จัดเวิร์กช็อป “ดูแลใจ...ใครว่าไม่สำคัญ : สร้าง Mind First Aid Literacy เพื่อดูแลสุขภาพใจวัยทำงานในองค์กรอย่างยั่งยืน” ณ Club Slam Glowfish อาคาร Siam Patumwan House กรุงเทพฯ เพื่อขับเคลื่อนเสริมสร้างทักษะ “การปฐมพยาบาลทางใจ (Mind First Aid)” และสร้างวัฒนธรรมดูแลใจสู่องค์กรไทยทุกภาคส่วน
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า “การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต (Mental Health Literacy)” เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะบุคลากรในองค์กรที่มีความเครียดสูง และวัยทำงานที่ต้องเผชิญปัญหารอบด้าน โครงการ “Mind First Aid” มุ่งสร้าง “นักปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น” เพื่อเป็นผู้ฟังที่เข้าใจและช่วยเหลือผู้อื่นได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้พิการกว่า 100 คนที่ได้รับการฝึกอบรมและเริ่มได้รับการจ้างงานในองค์กรต่าง ๆ แล้ว สสส.จึงเห็นว่าการลงทุนด้านนี้ให้ผลลัพธ์สูงและลดภาระระบบสาธารณสุขได้ในระยะยาว
ผศ.ดร.ธีรพัฒน์ อังศุชวาล กรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง TIMS กล่าวว่า จากผลสำรวจพบว่า กว่า 50% ของคนทำงานยังเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพจิต และอีก 36% ต้องการช่องทางให้คำปรึกษาที่เข้าถึงง่าย สะท้อนว่าการดูแลใจยังไม่ใช่สิทธิพื้นฐานของทุกคน โครงการ Mind First Aid คือ จุดเริ่มต้นของการยกระดับ “สุขภาพใจ” ให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง
ภายในงานมีการบรรยายโดย ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ในหัวข้อ “Mental Health Trend in Organization” ที่ชี้ให้เห็นว่า สุขภาพจิตไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพั’ จำเป็นต้องสร้างเครือข่ายร่วมกับภาคเอกชนและองค์กรต่าง ๆ เพื่อเสริมสมรรถนะด้านจิตใจ โดยเฉพาะบุคลากร HR ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพจิตของคนทำงาน
.
ด้าน ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช รองคณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง “เครื่องมือในการดูแลจิตใจในองค์กร” และแนวคิด Self-Awareness: รู้จักใจ เข้าใจตัวเอง พร้อมนำเสนอ “GRACE Model” ประกอบด้วย Growth, Recognition, Acceptance, Care และ Environment เพื่อยกระดับสุขภาพจิตในองค์กรอย่างยั่งยืน โดยมองการดูแลใจใน 3 ระดับ ได้แก่ การส่งเสริม (Promotive) การป้องกัน (Preventive) และการรักษา (Curative)
ด้าน คุณสุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) กล่าวปิดท้ายว่า สมาคมในฐานะองค์กรวิชาชีพด้านทรัพยากรบุคคล มีพันธกิจในการยกระดับวิชาชีพ HR และพัฒนาศักยภาพคน เพราะ“ทรัพยากรมนุษย์คือพลังที่เปลี่ยนโลกได้” พร้อมย้ำว่า “ผลิตภาพขององค์กรจะเกิดขึ้นได้ เมื่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรดีขึ้น และหัวใจของคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การมีสุขภาพจิตที่ดี” การดูแลใจจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือพื้นฐานสำคัญขององค์กรที่แข็งแรงจากภายใน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ
ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม
9 องค์กรต้นแบบ เอื้อคนทำงานสุขภาวะจิตดี
สสส.และภาคีเครือข่าย มอบรางวัล “9 องค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต” (Thai Mind Awards 2026) เปลี่ยนที่ทำงานเป็นพื้นที่แห่งความสุขความปลอดภัยต่อจิตใจ
4 ปี “หมอกระต่าย” กับบทเรียนบนท้องถนน อย่าปล่อยให้ทางม้าลาย...เป็นพื้นที่เสี่ยง
เสียงสะท้อนจากเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อ 4 ปีก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในสังคมไทย เหตุการณ์การเสียชีวิตของ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ “หมอกระต่าย” จักษุแพทย์สาว
คนเมืองสุขภาวะดี! สสส. นำทีม 19 ภาคี สานพลัง ปั้น “ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์”
วันที่ 6 มี.ค.2569 ที่ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อน "ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์" 19 ภาคี นำโดย สสส. มูลนิธิช่วยไร้พรมแดน และภาคีเครือข่ายองค์กรโดยรอบ จัดกิจกรรม “เวทีสานพลังขับเคลื่อนย่านสุขภาวะสร้างสรรค์” เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและวางทิศทางยกระดับคุณภาพชีวิต 3 ชุมชนละแวกบ้านรอบ สสส.
สสส. จับมือ Rocket Media Lab เปิดรายงานข้อมูลเยาวชนกับปัญหายาเสพติด ชี้คดีเสพพุ่งสูง 77.44% เตือน “ยาบ้า-กัญชา-กระท่อม” เข้าถึงง่ายหลังปลดล็อก
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในเด็กและเยาวชนปัจจุบันถือเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและสถิติ
เด็กในสถานพินิจ25%ไม่เคยเข้าโรงเรียนเจาะลึกแรงจูงใจเด็กทำผิด
เด็กยุคดิจิทัลมีโอกาสเดินหลงทาง ก้าวพลาดเข้าไปอยู่ในวังวนอบายมุขสิ่งเสพติดหลายรูปแบบ บุหรี่ไฟฟ้า เหล้า ยาเสพติด การพนันออนไลน์ เล่นเกม ทำสื่อออนไลน์ Liveขายสินค้า

