‘ภราดร’ ชูระบบดิจิทัล-Ai ยกระดับปกป้องผู้หญิงและเด็ก

23 พ.ย. 2568 – นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชนให้เข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และโปร่งใสยิ่งขึ้น ในโอกาส 25 พฤศจิกายน วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก รวมถึงการคุกคามทางเพศที่ยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จึงต้องการสร้างทัศนคติให้สังคมไทย “ไม่นิ่งเฉย ไม่ปล่อยผ่าน” พร้อมผลักดันการทำงานที่บูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อให้การปกป้องและช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาเป็นไปอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ระบบดิจิทัลของสำนักงานปลัด กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (สป.พม.) เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีการยกระดับการทำงานด้วยดิจิทัลมุ่งเป้าดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ถูกกระทำความรุนแรง เพื่อให้การทำงานเชื่อมโยงทั้งระบบและการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและตลอด 24 ชั่วโมง จนได้รับรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2568 (Digital Government Awards 2025) ในประเภท “หน่วยงานระดับกรมที่จัดทำนโยบาย ประสานงาน และกำกับดูแลเป็นหลัก” จากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จึงนับเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าของประเทศในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง

ในอดีตประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านสังคมประสบปัญหาหลายอย่าง ได้แก่ไม่รู้ว่าต้องติดต่อหน่วยงานใด เพราะปัญหาสังคมมีหลายประเภท ข้อมูลของแต่ละกรมไม่เชื่อมโยง ทำให้ต้องเล่าเรื่องซ้ำหลายครั้ง ต้องเดินทางไปสำนักงาน ซึ่งลำบากสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ประสบเหตุฉุกเฉิน ไม่มีระบบติดตามผลที่ชัดเจน ไม่รู้ว่าคำร้องอยู่ในขั้นตอนไหน เกิดความกังวลว่าจะไม่ได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที

ระบบดิจิทัลใหม่ของ สป.พม. จึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้โดยตรง มี 1) ศูนย์กลางรับเรื่องผ่านสายด่วน 1300 เชื่อมโยงเข้ากับทีมสหวิชาชีพ-หน่วยปฏิบัติการพื้นที่ ทำให้ช่วยเหลือเคสเร่งด่วนได้ทันที 2) ใช้ MSO–LOGBOOK เป็นฐานข้อมูลกลาง ลดการบันทึกข้อมูลซ้ำ และทำให้ทุกหน่วยงานเข้าถึงข้อมูลเดียวกัน 3) ใช้ระบบ พม. SMART และ ESS Help Me (ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ผ่าน LINE OA) เป็นช่องทางเฉพาะสำหรับเหตุฉุกเฉิน 5 ประเภท (ถูกข่มขู่ ถูกกักขัง เสี่ยงถูกล่วงละเมิด ผู้คลุ้มคลั่ง มั่วสุม) ทำให้การรับแจ้งเหตุฉุกเฉินเป็นระบบ มีข้อมูลส่งต่ออัตโนมัติ เพื่อให้มีการระงับเหตุและลงพื้นที่ทันที และ 4) ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะได้ด้วยตนเองผ่านระบบ e-Tracking ลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจในการขอความช่วยเหลือ

และเพื่อให้การใช้ดิจิทัลและการสร้างนวัตกรรมบริการด้วย AI เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในภาคราชการ รัฐบาลจะต้องส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้ในการกำหนดนโยบายและบริหารองค์กร เพื่อให้การปฏิบัติงานและการให้บริการสาธารณะมีความแม่นยำ รวดเร็ว และเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดมีเป้าหมายคือ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและเพิ่มศักยภาพบองประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จูรี' กระทุ้งรัฐ เปิดเผยหลักเกณฑ์ประเมินความเสียหาย เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ให้โปร่งใสเป็นธรรม

นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอเรียกร้องให้เปิดเผยหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายและจัดตั้งหน่วยอุทธรณ์

'ภราดร' ขอทุกฝ่ายช่วยถาม กกต. เหตุใดยังไม่เห็นชอบงบเยียวยาน้ำท่วมอีก 2.2 พันล้าน ทั้งที่ครม.อนุมัติแล้ว

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ แต่ด้วยที่ผ่านมาเป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จึงมีความจำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาก่อน

'จูรี' ยันต้องการ 'ไล่ลม' จุดติดขัดจ่ายงบเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วม ไม่มุ่งหวังความนิยมทางการเมือง

กรณีนายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือถึงนายกฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดงบเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่