กนอ. เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมคาร์บอนต่ำ ขานรับนโยบายรัฐบาลและมติคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ดึงงบสนับสนุนจากธนาคารโลก 100 ล้านดอลลาร์ ปฏิรูปนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและแหลมฉบัง สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ผ่านกลไกคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงของประเทศไทย
11 ก.พ. 2569 -นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ประกาศเดินหน้า โครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน (Low Carbon City and Carbon Market Development) อย่างเต็มรูปแบบ โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยกระทรวงการคลัง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารโลก กนอ. และ กทม. เพื่อขับเคลื่อนกลไกการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ
รวมทั้งกลไกการมัดรวมคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรรับรองตามาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน และอนุมัติให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของ ธสน. จากธนาคารโลก โดยให้ ธสน. ขออนุมัติการกู้เงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ
นายสุเมธ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณในรูปแบบเงินกู้จากธนาคารโลก (World Bank) วงเงินรวม 200 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย กนอ. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐนำร่อง (PSO) ได้รับการจัดสรรวงเงินในระยะแรกสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,400 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้าน พลังงานหมุนเวียน (RE) และ ประสิทธิภาพพลังงาน (EE) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจากผลการศึกษาเบื้องต้นโดยธนาคารโลก เล็งเห็นว่านิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกได้ในปริมาณมากเพียงพอต่อการซื้อขายในระดับสากล
“กนอ. มุ่งเน้นการใช้กลไกที่ทันสมัย โดยธนาคารโลกจะให้เงินกู้ผ่าน ธสน. เพื่อนำไปปล่อยกู้ต่อให้แก่ภาคเอกชนซึ่งเป็นบริษัทจัดการด้านพลังงาน (ESCOs) และผู้รับเหมา (EPCs) เพื่อเข้ามาลงทุนติดตั้งเทคโนโลยีด้านการลดก๊าซเรือนกระจก อาทิ ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แบบบนดิน (Ground mounted), บนหลังคา (Rooftop) และทุ่นลอยน้ำ (Floating solar) รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานและสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging) โดย กนอ. ไม่ต้องใช้งบประมาณลงทุนเองแต่จะได้รับผลประหยัดจากการลดต้นทุนด้านพลังงานในระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง และรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต โดยคาร์บอนที่ลดได้จะมีการตรวจวัดและรายงานผลในรูปแบบ Digital Monitoring, Reporting and Verification (Digital MRV) และรายงานแบบ Real time จากจุดติดตั้ง เพื่อติดตามและรายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างถูกต้องแม่นยำตามมาตรฐานสากล สำหรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจะดำเนินการผ่านหน่วยประสานงานและบริหารการซื้อขาย (Coordinating and Managing Entity: CME) ซึ่งได้รับทราบในเบื้องต้นคาดว่าธนาคารกรุงไทยจะรับเป็นหน่วยประสานงานและบริหารการซื้อขาย (CME) ดังกล่าว” นายสุเมธ กล่าว
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 ของโครงการฯ ตั้งเป้าจำหน่ายคาร์บอนเครดิตสะสม 1 ล้านเมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์แรกเข้าสู่ตลาดสากล โดยคาร์บอนเครดิตที่ได้จะได้รับการรับรองจากหน่วยงานระดับโลกอย่าง Gold Standard จึงเป็นคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพสูงมาตรฐานทั่วไป และสามารถขายได้ในราคาสูง ทั้งนี้ หลังจากที่ ครม. อนุมัติในหลักการโครงการฯ แล้ว ขั้นตอนต่อไป กนอ. จะดำเนินการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายและยกร่างเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ (Request for Proposal: RFP) ในลำดับต่อไป
“ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้ถึง 2.33 ล้านตันคาร์บอน ภายใน 10 ปี แต่ยังทำให้เกิดกลไกการมัดรวมคาร์บอนเครดิต และจัดตั้งตลาดคาร์บอนในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่ต้องการลดความเสี่ยงจากมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM)”นายสุเมธ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กนอ.โชว์9เดือนยอดขายที่ดิน6พันไร่ ฟุ้ง’Smart Park’พร้อมรับลงทุนอีอีซี
กนอ.เปิดผลงาน9 เดือนปี 69 แกร่ง ยอดขายที่ดินพุ่ง 6,000 ไร่ ลุยเสริมทัพด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะ เร่งสปีดดึงดูดเม็ดเงินลงทุน FDI ทะยานสู่ศูนย์กลาง พร้อมเดินเครื่องเต็มสูบ! ดัน “มาบตาพุด เฟส 3” คืบหน้าตามแผน โชว์ Smart Parkนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวต้นแบบมุ่งสู่คาร์บอนต่ำพร้อมรับลงทุนEEC
Dow ผนึกพลัง 3,000 จิตอาสา 'เก็บ...เซฟ...โลก' ฟื้นฟูชายหาด สร้างจิตสำนึก เพื่อทะเลระยองที่ยั่งยืน
กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ผนึกกำลังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการภาคเอกชน องค์กรเครือข่ายกว่า 23 หน่วยงาน และประชาชนจิตอาสากว่า 3,000 คน ร่วมกิจกรรม “เก็บ...เซฟ...โลก” ภายใต้แคมเปญ #PullingOurWeight เนื่องในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล ประจำปี 2569 ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งสำคัญของจังหวัดระยอง
'แม่สมปอง' ทวงคืนความเป็นธรรมน้ำมูล 36 ปีแช่แข็ง 'พลังงาน-ธนาคารโลก' ยื้อเวลารับผิดชอบ
รัฐแช่แข็งปัญหาปากมูล 36 ปี ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ออกแถลงการณ์ กระทุ้งกระทรวงพลังงานและธนาคารโลกยุติการยื้อเวลา เร่งรับรองสิทธิและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูลอย่างเป็นธรรมและเร่งด่วนที่สุด
พพ. ผนึก 7 องค์กร วางรากฐานภาคเกษตรสู่คาร์บอนต่ำ
พพ.ผนึก 7 องค์กร เกษตร–สิ่งแวดล้อม วางกรอบ 5 ปี ดึงเทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนยกระดับภาคเกษตรครบวงจรตั้งแต่พืช ข้าว ปศุสัตว์ ถึงประมง เดินหน้าลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลและระบบ MRV รองรับการลดก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมาย Net Zero
'วราวุธ' สั่ง กนอ.ระงับปรับพื้นที่ใน WHA ESIE จี้3วันสรุปข้อเท็จจริง
“วราวุธ” สั่ง กนอ.ระงับปรับพื้นที่ใน WHA ESIE 5 หลังพบหลักฐานบ่งชี้มีการระเบิดหิน จี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงรายงานใน 3 วัน กำชับ หากพบผิดกฎหมายต้องดำเนินคดีเด็ดขาดทันที

