รัฐบาล อนุทิน 2 สูตรไหน ตอบโจทย์ประชาชน หากส้มยังปลุกไม่หยุด ระวัง 6 ตุลาฯ

หากอนุทินทำไม่สำเร็จหรือสร้างความแตกต่างไม่ได้ ถ้าส้มยังปลุกไม่หยุด ระวัง 6 ตุลาฯ ถ้าประเทศชาติยังไม่มีความหวัง ยังหวังอะไรไม่ได้ ไม่มีอะไรให้เห็นเลย แล้วถ้าเศรษฐกิจบ้านเมืองมันลงมาอีก แล้วส้มยังไม่หยุด

จนถึงช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การจัดตั้งรัฐบาล "อนุทิน 2" ก็ยังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นทางการ แต่ข่าวว่ามีการเปิดดีล-เจรจากันอยู่ ระหว่างแกนนำพรรคภูมิใจไทยกับแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง

รายการ "ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" สัมภาษณ์ "แก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระด้านกฎหมาย-อดีตสมาชิกวุฒิสภา-อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540-อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ถึงเรื่องการเมืองหลังการเลือกตั้ง รวมถึงประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนับคะแนนใหม่และการทำงานของ กกต. ซึ่งมีเนื้อหาโดยสังเขปคัดมานำเสนอ ดังนี้

"แก้วสรร" กล่าวถึงชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ผลเลือกตั้งที่ออกมาการที่พรรคภูมิใจไทยได้ สส.มากขึ้นกว่าตอนปี 2566 มองว่ามีหลายสาเหตุ เช่นในเรื่องของเชิงพื้นที่ เพราะพรรคมีตัวบุคคลที่มีบารมี มีความผูกพันกับชาวบ้านในพื้นที่ อย่างเช่นการได้กลุ่มอดีต สส.พรรคชาติไทยพัฒนามาอยู่กับภูมิใจไทย หรือกลุ่มบ้านใหญ่ชุมพร ของชุมพล จุลใส และอีกหลายกลุ่มบ้านใหญ่ที่เข้ามาเติมที่ภูมิใจไทย รวมถึงกระแสเลยทำให้ภูมิใจไทยมาเป็นที่หนึ่ง และบางเขตที่เคยชนกัน พอมารวมกันที่พรรคภูมิใจไทย ก็ทำให้โอกาสของพรรคส้มก็ลดน้อยลง อย่างที่ชลบุรีจึงทำให้ตาอยู่อย่างพรรคส้มเลยอด

นอกจากนี้ ก็มีเรื่องของกระแสเรื่องไทย-เขมร แต่ก็มีผลในต่างจังหวัดมากกว่าในกรุงเทพฯ ที่ไม่พอใจการกระทำของเขมร ที่พบว่ากระแสความเป็นชาติในพื้นที่ต่างจังหวัดไวมากกว่า และมีผลมากกว่าที่กรุงเทพฯ เรื่องเขมรจึงมีผลในต่างจังหวัดสูง ส่วนที่กรุงเทพฯ เรื่องนี้มีผลไม่มากอย่างที่คิด รวมถึงเรื่องที่พูดว่าทหารมีไว้ทำไม มองว่าในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีผล แต่ไปมีผลกับต่างจังหวัด

การที่พรรคส้มให้โอกาสพรรคสีน้ำเงินเข้าไปเป็นรัฐบาลสองเดือนก่อนหน้านี้ถือเป็นจังหวะบวก เพราะในช่วงการเป็นรัฐบาล 2-3 เดือนเขาสามารถมองปัญหาไปที่ชาติได้ เพราะชาติกำลังโดนสหรัฐฯ บีบเรื่องภาษี ดังนั้นการค้าระหว่างประเทศเราต้องแข็ง สินค้าต้องเปิดตลาดได้ ไม่ใช่พึ่งแต่สหรัฐฯ ตรงนี้คือการมองที่ชาติ แล้วก็ไปดึงคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ มาเป็น รมว.พาณิชย์ และทีมต่างๆ เข้ามา ที่สะท้อนให้เห็นว่าเขามีนโยบายแบบนี้ แล้วเลือกคนมาแบบนี้ที่มันตรงกับทิศทาง ทำให้คนเห็นภาพได้ว่าคนนี้มองที่ประเทศ

นอกจากนี้ สิ่งที่เขาทำคือนโยบายรากฐานจริงๆ มันไม่ใช่เรื่อง 20 บาทรถไฟฟ้าตลอดสาย อันนั้นมันเรื่องต่างหาก แต่เขามองประเทศแล้วบอกว่า เราต้องมีอธิปไตยทางเศรษฐกิจ ต้องมีอธิปไตยความมั่นคงทางดินแดน ดูแลปากท้องประชาชนเฉพาะหน้า ทั้งหมดคือการมองประเทศ ดูจากนโยบายหาเสียง มีใครที่บอกว่าประเทศมีปัญหาแบบนี้ แล้วต้องทำแบบนี้ มีไหม ผมก็เห็นมีแต่ให้สัญญาว่าจะให้อะไรต่างๆ แต่ใครที่บอกว่าประเทศเป็นแบบนี้ ต้องทำอย่างนี้  จึงไม่อยากให้มองแค่ว่าที่คนเลือก (พรรคสีน้ำเงิน) เพราะคนอาจจะกลัวแดง กลัวส้ม เพราะเขาก็มีบวก

เมื่อถามความเห็นต่อกรณี พรรคประชาชนกวาดที่นั่งสส.เขตในกรุงเทพฯ ไปได้หมดทั้ง 33 เขต เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนอะไร "แก้วสรร" ให้ทัศนะว่า ผมว่าคนกรุงเทพฯและปริมณฑลโดดเดี่ยวสูง คืออยู่กับตัวเองมาก ไม่ได้ผูกพันกับสังคม ในละแวกจะหาบ้านใหญ่ก็ไม่ได้ ถ้าตัวคนก็เป็นเรื่องการสื่อสาร และคนกรุงเทพฯ อยู่กับตรงนี้ (โทรศัพท์มือถือ) มากกว่าคนต่างจังหวัดเยอะ คนกรุงเทพฯ อยู่กับโซเชียลมีเดียมาก ซึ่งข่าวสารมีอิทธิพลทางการเมืองมาก คนกรุงเทพฯ เสพมากที่สุด รวมถึงคนกรุงเทพฯ ก็เจ็บตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าที่อื่น ทำให้เกิดความเบื่อสูง

เมื่อมีการสื่อสารออกมาว่าต้องแก้ปัญหาที่โครงสร้างที่ระบบ อยู่ที่รัฐธรรมนูญ มันก็เลยเข้าไปในใจ โดยที่ข่าวเขมร ไม่ได้ระงมอยู่ในใจมากเหมือนคนต่างจังหวัด ที่ก็ต้องโทษยุคทักษิณเป็นต้นมา รวมถึงยุคพลเอกประยุทธ์ มันทำให้คนไม่มีความหวัง มีความหงุดหงิดสูง แต่คนต่างจังหวัดยังไม่จนมุมทางจิตใจขนาดนั้น ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าคนกรุงเทพฯ ว่าคนต่างจังหวัด ส่วนคนต่างจังหวัดก็ว่าคนกรุงเทพฯ ซึ่งผมคิดว่าประเทศเรามีปัญหาเรื่องอนาคต เรื่องความมั่นคง ความรู้สึกไม่มั่นคง มันมีหมด เพียงแต่คนต่างจังหวัดยังมีบ้านช่อง มีบ้านใหญ่ มีความเป็นสังคมที่ไม่เหมือนคนกรุงเทพฯ แต่ปัญหาเหมือนกันคือต่างก็ไม่มีอนาคตเหมือนกัน

"ตอนนี้ที่น่าห่วงคือเรื่องความแตกแยกทางความคิด ดังนั้นจะทำอย่างไรให้คนกรุงเทพฯ คนต่างจังหวัด อย่าหมกมุ่นในผลการเลือกตั้ง ให้ยอมรับในผลที่ออกมา แล้วก็ช่วยกันหวัง ช่วยกันมีส่วนร่วมให้แก้ปัญหาของชาติให้ได้"

เมื่อถามว่า คิดว่าโฉมหน้ารัฐบาลหรือสูตรตั้งรัฐบาลแบบไหนที่น่าจะตอบโจทย์คนทั้งประเทศ ทั้งคนกรุงเทพฯ และคนต่างจังหวัด "แก้วสรร" มองเรื่องนี้ว่า ในทัศนะผมปัญหาใหญ่คือการมองถึงเรื่องชาติ คิดเป็นชาติ ทำเป็นชาติ ไม่ใช่มัวแต่หาของขวัญผูกโบแจกชาวบ้าน ถ้าแบบนี้มันไม่รอด ตอนนี้เรามีปัญหาทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ คนต่างชาติบอกเราจะเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย เพราะฉะนั้นมันเป็นหน้าที่ของยุคสมัยที่เราต้องช่วยกันทำให้มองปัญหาเป็นประเทศ เห็นอธิปไตยทางเศรษฐกิจที่ต้องสร้าง ความเป็นหนึ่งเดียวทางทหารและความมั่นคง ที่สำคัญทุนต่างประเทศที่เข้ามายึดกิจการเรา อย่างตอนนี้เห็นเขาว่าทุนจีนมาเช่าสวนมะพร้าวแล้ว แต่มีนอมินีทั้งสวนมะพร้าว สวนทุเรียน ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยจะได้เข้าไปบริหาร เขารู้และต้องเดินหน้าต่อสำหรับนโยบายที่บิงโกสำหรับคนไทย คนกรุงเทพฯ ก็หวังว่าเขาจะทำให้ดู แม้เขาจะเลือกส้ม แต่เขาก็อยากเห็น สิ่งนี้คือชี้อนาคตให้เขา

"แก้วสรร" กล่าวต่อไปว่า การทำอธิปไตยทางเศรษฐกิจกับอธิปไตยความมั่นคงของชาติ ได้อนุทินกับภูมิใจไทย หากเขายังรักษาทิศทางตรงนี้เอาไว้ อย่าไปตั้งคณะรัฐมนตรีตามโควตา ผมว่าอนุทินที่เคยเป็นผู้รับเหมา ซึ่งนิสัยผู้รับเหมาเขากำหนดได้ว่าเขาจะชนะตรงไหน งานต้องเสร็จอย่างไร ประเทศตอนนี้ต้องการผู้รับเหมา ผมว่าให้ส้มชนะกรุงเทพฯ ก็ดี แล้วประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านด้วย

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา การทำงานในช่วงที่ประเทศมีปัญหาทั้งเรื่องอธิปไตย เรื่องชายแดนและเรื่องเศรษฐกิจ ตรงนี้มันเปลี่ยนคนได้ และผู้รับเหมาพอเขารู้ทีโออาร์แล้ว ที่หากเขาเขี้ยวพอ เรื่องคลัง เรื่องต่างประเทศ พาณิชย์ เขาคงไม่ให้ใครมาซับฯ (ซับคอนแทรค) อย่างเรื่องอธิปไตยทางเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่ 3 เดือนในการเป็นรัฐบาลอนุทินทำไว้ให้เห็น และหากเขารักษาต่อได้ อาจเป็นที่ถูกใจของคนกรุงเทพฯ ได้

ถ้าส้มยังปลุกไม่หยุด ระวัง 6 ตุลาฯ

ถามว่า หากสูตรตั้งรัฐบาลเป็นน้ำเงิน-แดง-เขียว รับได้หรือไม่ "แก้วสรร" ให้คำตอบว่า ผมไม่ติดใจ เพราะเมื่อซื้อตั๋วไปแล้ว เรือลำนี้ลงก็ต้องลง เพราะการเมืองก็มีลิมิต มีปัญหาของมันอยู่ เราจะมัวมานั่งอยู่ขอบสระน้ำแล้วมานั่งชี้ว่าปลาตัวนั้นไม่สวย ปลาตัวนี้สวย แต่หากพูดจากอดีตที่เคยมีมา ผมก็ห่วง ภาวนาให้นายทักษิณวางมือเสีย เพราะหากทักษิณยังอยู่ก็อันตราย ถ้ายังไม่วางมือ คือหากทักษิณไม่มายุ่ง แดงก็อาจเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองได้ ซึ่งสูตรภูมิใจไทย เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ก็เหมาะ แต่ทักษิณต้องหยุด หากถามว่าสูตรไหนสบายใจ ผมมีสิทธิ์พูดจากใจผม

"ก็ดูให้ดีแล้วกัน หากอนุทินทำไม่สำเร็จหรือสร้างความแตกต่างไม่ได้ ถ้าส้มยังปลุกไม่หยุด ระวัง 6 ตุลาฯ ถ้าประเทศชาติยังไม่มีความหวัง ยังหวังอะไรไม่ได้ ไม่มีอะไรให้เห็นเลย แล้วถ้าเศรษฐกิจบ้านเมืองมันลงมาอีก  แล้วส้มยังไม่หยุด บอกต้องเปลี่ยนแปลง บอกต้องเปลี่ยนแปลงระบบ ปัญหาอยู่ตรงนี้"

ถามย้ำว่า อาจนำไปสู่เหตุการณ์แบบตอน 6 ตุลาคม 2519 "แก้วสรร" ตอบว่า ก็ได้ หากต่างคนต่างเคลื่อนไหว  ทั้งฝ่ายไดโนเสาร์ ทั้งฝ่ายปลุกระดม เดี๋ยวก็มีกระทิงแดงสมัยใหม่

-หากจะพัฒนาไปเป็นเหตุการณ์แบบ 6 ตุลาฯ อย่างที่บอก สารตั้งต้นคืออะไร?

ความสิ้นหวัง แล้วเขาก็จะมีอาหารมากขึ้น อาหารคือความสิ้นหวังของผู้คน

-คิดว่าพรรคส้มจะเป็นอย่างไรต่อไป ตอนนี้เหลือ 118 เสียง หากเขายังเดินแนวเดิม เน้นให้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเป็นหลัก แล้วก็ต้องรุกเร้าในการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่?

ด่านแรก ต้องสร้างกฎหมายว่าด้วยสมาชิกสภาร่าง รธน.ขึ้นมา โดยการแก้ไข รธน.ว่าด้วยกระบวนการร่าง รธน.ทั้งฉบับ ซึ่งหลังผ่านประชามติ ขั้นตอนต่อไปก็คือใครจะมาเป็นคนร่าง แล้วร่างกันอย่างไร มีขอบเขตอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง ตรงนี้จะเป็นดีเบตใหญ่ในรัฐสภาว่าจะเอาอย่างไร ดูจากร่างที่ค้างอยู่ พรรคส้มก็ต้องพยายามจะเสนอให้มีสภาร่าง รธน.มาจากการเลือกตั้ง แต่ศาล รธน.ก็ห้ามไว้ พรรคส้มก็เสนอให้มีที่ปรึกษาสภาร่าง รธน.มาจากการเลือกตั้ง เขาก็ต้องกำหนดให้มีเรื่องการมีส่วนร่วมต่างๆ ช่วงนั้นจะเป็นโอกาสที่เขาจะสร้างความเคลื่อนไหวได้ ที่ก็ต้องเป็นห่วงว่าจะลามปามนอกจอ นอกเวทีไปหรือไม่

ผมว่าผมรู้จักนิสัยส้ม เขาคือนักปฏิวัติ เขาไม่ใช่นักบริหาร ผมไม่เห็นเขาอยากเป็นรัฐมนตรีเลย อย่างแทนที่จะไปร่วมรัฐบาลกับอนุทิน แต่มาเอาเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ บางคนมองว่าเขาอยากนิรโทษตัวเอง แต่ผมว่ามีมากกว่านั้น เขาต้องการเห็นความเคลื่อนไหวที่คึกคักทั้งประเทศ การตื่นรู้ เป็นเหมือนกับดรามาใหญ่ขึ้นมา อย่างตอนนี้ก็มีเรื่อง แพ้ไม่ว่า แพ้ได้ แต่โกงไม่ได้ เอาอีกแล้ว นับใหม่ นับใหม่

หวด กกต.เลิกทำงานแบบ 'รัราชการ'

"แก้วสรร อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์" กล่าวถึงเรื่องการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ที่มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ กกต.สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ในหลายเขตว่า ตามกฎหมายเลือกตั้งการให้นับคะแนนใหม่ เกิดขึ้นในช่วงการนับคะแนน เช่นหากพบมีการหยิบบัตรเลือกตั้งนอกหีบขึ้นมา คนก็ร้องค้าน แบบนี้คือการค้านแล้วให้นับคะแนนใหม่ พอตัวเลขลงตัวหมดแล้วก็คือจบ ที่เหลือเป็นเรื่องการคัดค้านว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ที่อาจเป็นปัญหาเรื่องคะแนนก็ได้ แต่ต้องมีความชัดเจนว่าไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรมอย่างไร ลำพังบอกว่าหีบบัตรเลือกตั้งไม่มีสายรัดคาด มันไม่ใช่

ผมเพิ่งฟังเคสของเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา ที่ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์มาอันดับสอง บอกว่าจะร้องคัดค้าน เพื่อให้นับใหม่ แต่เขามีเหตุผล ไม่ใช่อยากนับใหม่ดื้อๆ เหตุผลคือ บัตรเขียวกับบัตรชมพูนับแล้วจำนวนไม่เท่ากัน  ทั้งที่ตอนแจกก็แจกพร้อมกัน ตอนรวมมันต้องเท่ากัน แต่ปรากฏว่ามันหายไป ห่างกันเป็นหมื่น คือมันต้องมีความสงสัยมีเหตุให้น่าเชื่อได้ว่ามันไม่สุจริต แบบนี้ฟังได้ ไม่ใช่มาบอกแต่นับใหม่ๆ ใส่เสื้อยืดกัน บ้าหรือเปล่า แต่ต้องเป็นกรณีไม่สุจริต อย่างเคสสงขลาหากว่าเป็นเรื่องจริง อย่างนี้ต้องนับแน่นอน ต้องเปิดเลย นับเลย ซึ่ง กกต.สั่งเองได้ แล้วที่บอกว่าจะให้นับใหม่ทั่วประเทศ แบบนี้บ้าแล้ว ไปพูดเรื่องการเลือกตั้งสกปรกปี พ.ศ. 2500 ซึ่งอันนั้นมันเละเทะ เพราะมีทั้งการเวียนเทียน ไพ่ไฟ ไฟดับ อันนี้มันเรื่องผิดระเบียบ คุณต้องบอกมาว่าตรงไหนที่มันน่าจะไม่สุจริต ต้องมีตรงนี้

-คิดว่าควรมีการสังคายนาการทำงานของ กกต.อย่างไร?

ดันไปนึกว่าตัวเองเป็นกระทรวง แล้วก็แบ่งว่าคนนี้ดูกรมนี้ๆ เหมือนรัฐมนตรีช่วยฯ กกต.ไปทำงานแบบนั้น ทั้งที่เป็นงานแบบคณะกรรมการที่คิดเป็นคณะ แล้วต้องให้ประชาชนเชื่อถือ ต้องสามารถแสดงการนำหรือทำความเข้าใจกับชาวบ้านด้วยตัวเองให้คนเขาเชื่อ ไม่ใช่ไปนั่งมุดเหมือนเป็นผู้พิพากษาศาลปกครองอยู่บนบัลลังก์ ใครอยากร้องอะไรก็ส่งมา แบบนี้ไม่ได้ เขาไม่ได้ให้มาเป็นขุนนางแบบนี้ เขาให้มาเป็นกรรมการ แล้วการเลือกตั้งเป็นของประชาชน คุณไม่มาชี้แจงอะไรกับประชาชน แบบนี้ไม่ไหว ไปคิดว่าตัวเองเป็นอธิบดี เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ คนถึงหงุดหงิดกัน เพราะความเป็นรัฐข้าราชการ. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดสมการ หลังประชามติผ่าน มีโอกาสเกิด ร่าง รธน.ฉบับสีน้ำเงิน

ผลประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่เสียงส่วนใหญ่ลงมติให้ความเห็นชอบกับคำถามประชามติที่ว่า "ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" ด้วยคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาร่วม 19.9 ล้านเสียง

เพื่อไทยทำได้ 'เด็จพี่' แจงยิบเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใ

ดร.อานนท์ ชี้รัฐบาลต้องมีโจร นักการเมืองไทยไม่มีขาวใสบริสุทธิ์

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีการจัดตั้งรัฐบาล ว่า ผมรบกับระบอบทักษิณมาตลอดนะครับ

อดีตบิ๊กศรภ. อัดพรรคส้มกะกินสองต่อ รู้ว่าแพ้แต่แหกปากร้องไปเรื่อย!

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กว่ารู้ว่าแพ้แน่ๆอยู่แล้ว แต่ขอแหกปากร้องไปเรื่อยๆ

แฟนคลับเพื่อไทยเซ็ง 'ก่อแก้ว-อนุสรณ์' สองขุนพลประท้วง-โต้เดือด หลุดโผเข้าสภา

ผลเลือกตั้ง สส.อย่างไม่เป็นทางการ พรรคเพื่อไทยได้ 74 ที่นั่ง แต่ชื่อของ “ก่อแก้ว พิกุลทอง” และ “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” ไม่ติดบัญชีเข้าสภา ทำเอาผู้สนับสนุนจำนวนไม่น้อยบ่นเสียดายสองบทบาทหลักในเกมอภิปราย