
ผ่านไปอีก ๑ ขั้นตอนครับ...
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งรัฐมนตรีรวมทั้งสิ้น ๓๕ คน ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙ เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
ดังต่อไปนี้
๑.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
๒.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
๓.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
๔.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
๕.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
๖.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
๗.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
๘.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
๙.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
๑๐.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
๑๑.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
๑๒.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
๑๓.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
๑๔.นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
๑๕.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
๑๖.นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
๑๗.น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
๑๘.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
๑๙.นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
๒๐.นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
๒๑.นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
๒๒.น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
๒๓.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๒๔.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
๒๕.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
๒๖.นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
๒๗.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
๒๘.นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
๒๙.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
๓๐.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
๓๑.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
๓๒.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๓๓.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๓๔.นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
และ ๓๕.นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ครม.อนุทิน ๒ เป็นไปตามคาด และไม่มีอะไรให้ประหลาดใจ
๓ ทหารเสือ “ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์” ยังคงเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน คอยเก็บเกี่ยวผลงานให้รัฐบาล
รัฐมนตรีโควตาพรรคภูมิใจไทย ภาพรวมเป็นไปตามโครงสร้างพรรค
“ทรงศักดิ์ ทองศรี” ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่นี้คือตัวแทนจากบุรีรัมย์
ถ้า “อนุทิน-พิพัฒน์” ไม่อยู่ เขาคนนี้น่าจะนั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.แทน
ที่เหลือก็ว่าไปตามบ้านเล็กบ้านใหญ่
บางคนมีคุณภาพ บางคนเป็นตัวแทนตระกูล นี่คือการบริหารอำนาจสไตล์การเมืองไทย
ส่วนรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย คงได้แค่นั้น “ดร.เชน” พอจะเชิดหน้าชูตาได้ แต่คนอื่นยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะ
ดังนั้น ครม.อนุทิน ๒ จึงไม่ใช่ ครม.ที่สมบูรณ์แบบ และยังตอบไม่ได้ว่าศักยภาพโดยรวมสามารถรับมือกับสถานการณ์โลกที่กำลังวิกฤตอยู่ได้หรือไม่
ครม.ชุดนี้อยู่บนความคาดหวังครับ
ที่สำคัญเป็นคณะรัฐมนตรีที่คลอดหลังสงครามในตะวันออกกลาง ที่ถือเป็นวิกฤตระดับโลก
ก็คล้ายๆ นักเรียนรู้โจทย์คณิตศาสตร์ล่วงหน้าก่อนเข้าห้องสอบแล้วว่าต้องแก้สมการอย่างไร ถ้ายังสอบตกก็ถือว่านักเรียนคนนั้น ต้องขัดเกลาใหม่อีกเยอะ
ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า มีสมองไว้คั่นหู!
เมื่อรัฐบาลอนุทิน ๒ รู้ดีว่า นับจากนี้เป็นต้นไปปัญหาของประเทศอยู่ในขั้นวิกฤต ไม่มีเวลาฮันนีมูน รัฐบาลจะรับมือกับปัญหาวิกฤตนี้อย่างไร
หน้าตา ครม.แบบนี้ บอกตรงๆ ว่า ไม่ได้คาดหวังอะไรนัก
“ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์” ไม่ใช่เทวดาครับ มีโอกาสพลาดได้เช่นกัน ฉะนั้นการฝากอนาคตของประเทศไว้กับ ๓ คนนี้ดูจะไม่แฟร์สักเท่าไหร่
รัฐมนตรีอีก ๓๒ คนรับมือกับวิกฤตโลกได้หรือไม่
อย่าคิดว่าขณะนี้มีแค่ปัญหาน้ำมันราคาแพง เศรษฐกิจดิ่งเหว นะครับ หลังจากนี้จะมีปัญหาต่อเนื่องตามมามากมาย จะมานั่งเป็นรัฐมนตรีเพื่อเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลไม่ได้
ปัญหาสังคม ความมั่นคง คนตกงาน โจรขโมย เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ฯลฯ สารพัดปัญหาจะตามมาอีกมากมาย
ในภาวะปกติประเทศก็มีปัญหาเหล่านี้อยู่แล้ว ขณะนี้เราอยู่ในวิกฤต รัฐมนตรีแต่ละคนคงจะรู้อยู่แล้วว่าต้องเจออะไรบ้าง ฉะนั้นจะบริหารราชการแผ่นดินเหมือนในยามปกติไม่ได้เด็ดขาด
ครับ...หน้าที่รัฐบาลต้องทำทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ แต่ถ้าคิดว่ามากไป ก็ลองหยิบปัญหาอะไรสักอย่างขึ้นมาแก้ไขแล้วทำให้สำเร็จ
แล้วหยิบปัญหาอื่นๆ มาแก้ไขไปเรื่อยๆ
ดีกว่าอยู่ในตำแหน่งแล้วประชาชนบอกว่า ไม่เคยเห็นผลงาน
แต่พอไปเป็นฝ่ายค้านดันหลักแหลมไปเสียทุกเรื่อง
ฉะนั้นอย่าลืมตัวนะครับ!
รัฐบาลคือกระโถนรองรับทุกอย่างให้ประชาชน ไว้ว่าจะถูกก่นด่า พ่นของเสียใส่ ก็อดทนไว้ เพราะงานการเมืองคืองานอาสารับใช้ประชาชน
ไม่ใช่เจ้านายของประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าเล่นกับปืน
ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย
ฟรีซข้าราชการ
ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว
คนละฝั่งกำแพง
ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่
ไม่เอาอะไรสักอย่าง
เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว
ขวางทางปืน
ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก
ดับไฟใต้มันไม่ง่าย
ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ

