
ห่างหายไปนานถึง 10 ปีเต็ม จนแทบจะลืมบรรยากาศเก่าๆ ในที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระระดับหอคอยงาช้าง ก็ยอมเปิดโหมดกระชับมิตร ขนทัพนักข่าวสายการเมืองลัดฟ้าไปรับลมทะเลที่ จ.กระบี่ ในงานสัมมนาสื่อมวลชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งระหว่างศาลและสื่อมวลชน งานนี้จัดเต็ม 3 วัน 2 คืน ชนิดที่เรียกว่ากวักมือเรียกความสัมพันธ์ที่เคยห่างเหินให้กลับมาแนบแน่นอีกครั้ง
แต่ที่กลายเป็นประเด็นจนต้องหยิบมาเมาธ์เห็นจะเป็นความน่ารักปนเอ็นดูของท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ที่ยอมรับแบบแมนๆ กลางวงสัมมนาว่า การจัดงานครั้งหน้าคงต้องทำการบ้านหนักกว่าเดิม

โดยเฉพาะการรับฟังความเห็นรอบด้านจากทุกฝ่าย และที่สำคัญคือต้องถามความเห็นจาก "ผู้สื่อข่าว" ให้ชัดเจนเสียก่อน จะได้ไม่เกิดอาการ "หน้าแตก" เหมือนทริปนี้
เหตุเพราะตอนแรกก่อนจะลงทะเบียนงาน มีการเปิดโหวตแบบประชาธิปไตยจ๋าให้เลือก 3 จังหวัดเพื่อเป็นสถานที่จัดงาน ปรากฏว่าชื่อของ "เมืองกาญจน์" กาญจนบุรี มีคนยกมือเอาด้วยแค่ 10 คน แต่พอมาถึงคิว "กระบี่" กลับมีคนเทใจโหวตให้ถล่มทลายกว่า 40 เสียง ท่าน ประธานนครินทร์ ถึงกับออกปากว่า เป็นตัวเลขที่น่าตกใจอยู่ไม่น้อย พร้อมแซวติดตลกแบบรู้ทันว่า "แปลว่าผู้สื่อข่าวสนใจสถานที่พอสมควร" ทำเอาขำกันกระจายทั้งห้องประชุม
ขณะที่ ท่าน อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีกหนึ่งท่านที่มาร่วมวงเสวนา ก็ร่วมวงแฉความลับด้วยอารมณ์ขันว่า ตอนแรกก็หวังดี คิดแทนนักข่าวไปไกลว่าไม่อยากเดินทางไกลหรือเปล่า เลยปักหมุดไว้ที่เมืองกาญจน์ใกล้ๆ กรุงเทพฯ นี่แหละ แต่ที่ไหนได้ พอเอาเข้าจริง เจ้าตัวยังแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าย้ายทริปมาลงที่อันดามันเสียแล้ว
“ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าย้ายไปกระบี่ พอทราบตอนแรกไม่เชื่อ จนกระทั่งต้องกดสายด่วนหาเลขาฯ ศาล เพื่อถามให้แน่ใจว่าไปกระบี่จริงไหม เพราะเช็กข้อมูลจากผู้สื่อข่าวเขายืนยันว่าไม่มีใครอยากไปเมืองกาญจน์ ทุกคนจะไปกระบี่ นี่ผมยังตกข่าวเองเลย" ท่านอุดมเล่าพลางยิ้มระคนขำที่เกือบจะตกขบวนทริปนี้เสียแล้ว
สรุปทริปนี้แม้จะมีการปรับเปลี่ยนแผนแบบสายฟ้าแลบตามเสียงส่วนใหญ่ แต่ท่าน ประธานนครินทร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อยากให้สัมภาษณ์
จบวงคุยบิ๊กซีอีโอชื่นมื่นไปเรียบร้อย หลัง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับเจ้าสัว บิ๊กนักธุรกิจ และผู้ประกอบการชั้นนำ หารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ จากภาคธุรกิจ และกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ
ผิดพลาดกันได้
หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ

