รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ หนึ่งเดียว จากพรรคโอกาสใหม่ ล้มบ้านใหญ่ เดินเข้าสภาฯ

สู้หนักจริงๆ จนชนะมาได้ ก่อนวันเลือกตั้งโพลเกือบทุกสำนักบอกว่าเราจะแพ้ แต่เราก็เอาชนะมาได้..ที่ชนะเลือกตั้ง คะแนนที่ได้มาซึ่งเป็นคะแนนที่ค่อนข้างเยอะ คิดว่าเป็นเสียงที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

หนึ่งใน สส.-นักการเมืองหน้าใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็คือ "รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคโอกาสใหม่" นักการเมืองหญิง-สส.หนึ่งเดียวจากพรรคโอกาสใหม่ บุตรสาว นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ นักการเมืองชื่อดัง-อดีต สส.อุตรดิตถ์หลายสมัย  โดยรสรินทร์เอาชนะคู่แข่งบ้านใหญ่จังหวัดอุตรดิตถ์มาได้แบบขาดลอย

"รสรินทร์" เล่าประวัติส่วนตัวก่อนเข้าสู่ถนนการเมืองว่า เรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากนั้นไปเรียนไฮสกูลที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนเรียนที่อังกฤษเคยมีโอกาสได้ไปเชียร์นักสนุกเกอร์คนดัง วัฒนา ภู่โอบอ้อม หรือพี่ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ตอนไปแข่งที่ Bournemouth หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อปริญญาตรีที่สหรัฐอเมริกา ที่ University of Illinois at Urbana Champagne โดยจบวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการบัญชี เมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยเรียนจบด้วยเวลาเพียงแค่สามปีครึ่ง หลังจากนั้นเดินทางกลับมาประเทศไทย โดยไปช่วยงานการเมืองบิดา นายศรัณย์วุฒิ ที่ลงเลือกตั้งเป็น สส.อุตรดิตถ์  กับพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2544 ต่อมาก็กลับไปทำงานที่สหรัฐฯ กับบริษัทชั้นนำอยู่ประมาณสี่ปี หลังจากนั้นก็กลับมาช่วยงานธุรกิจครอบครัวที่ประเทศไทยและอยู่จนถึงปัจจุบัน

...สำหรับความสนใจทางการเมืองเกิดขึ้นในช่วงที่ได้ไปช่วยคุณพ่อหาเสียง ทำงานการเมือง เลยได้อยู่คลุกคลีกับประชาชนมาตลอด ในช่วงที่คุณพ่อเป็น สส.อุตรดิตถ์ เราช่วยงานการเมืองคุณพ่อมาตลอด โดยเฉพาะการลงพื้นที่คอยดูแลช่วยเหลือประชาชน ทำให้เราซึมซับตรงนี้ เพราะเราเป็นคนที่คลุกคลีอยู่กับประชาชน ทำให้รู้ว่าประชาชนขาดแคลนอะไร ปัญหาของประชาชนอยู่ตรงไหน

"รสรินทร์ สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่" สะท้อนปัญหาของประชาชนชาวอุตรดิตถ์ว่า ปัญหาหลักๆ ของประชาชนในพื้นที่ก็คือเรื่อง "ที่ดินทำกิน" ซึ่งที่อุตรดิตถ์มีพื้นที่ป่าประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ของทั้งจังหวัด แต่ก็มีแนวนโยบายของป่าไม้ว่าต้องให้เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งขัดแย้งกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ไม่แน่ใจว่าเหตุใดภาครัฐมีนโยบายลักษณะดังกล่าว

ส่วนเรื่องที่สองก็คือ อุตรดิตถ์ที่มีเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งตอนที่สร้างเขื่อนเมื่อประมาณ 60 กว่าปีก่อนหน้านี้ ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพจากที่ดินอุดมสมบูรณ์ของตัวเอง ต้องมาแตกแยกกันออกหมด ซึ่งจนป่านนี้ยังไม่มีโฉนด ทั้งที่พวกเขาเสียสละให้กับคนทั้งแผ่นดินได้ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากเขื่อนสิริกิติ์ แต่คนที่อุตรดิตถ์จนป่านนี้ยังไม่มีที่ดินทำกินที่ถูกต้อง ไม่มีโฉนด ไม่สามารถไปทำอะไรได้เลย

ปัญหาดังกล่าวคือสิ่งที่ชาวบ้านเขาเดือดร้อนและรอคอยมานานมาก โดยเมื่อประชาชนเลือกเข้ามาเป็น สส. เราก็จะผลักดันการแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างเต็มที่

สำหรับ "รสรินทร์ สส.อุตรดิตถ์สมัยแรก เขต 2พรรคโอกาสใหม่" การลงเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ใช่การลงสมัคร สส.ครั้งแรก เพราะตอนเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เคยลงสมัคร สส.ในเขต 2 อุตรดิตถ์มาแล้ว โดยครั้งนั้นลงสมัครในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยรสรินทร์เล่าว่า การลงสมัครเลือกตั้งเมื่อปี 2566 การเตรียมตัวมีน้อยกว่าการลงเลือกตั้งปี  2569 อย่างไรก็ตามแม้จะไม่ชนะเลือกตั้งปี 2566 แต่ก็ยังดูแลแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพราะคุณพ่อ ศรัณย์วุฒิมีนโยบายว่า เราต้องช่วยเหลือดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่องไม่ให้ขาด โดยเราลงพื้นที่ดูแลประชาชนตลอด ซึ่งการที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนคิดว่าเป็นเพราะความไว้วางใจ จากที่ได้อยู่กับชาวบ้านมาตลอด

เมื่อถามว่า ตอนที่ไม่ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 รู้สึกท้อหรือไม่ หรือว่าตั้งใจไว้มาตลอดว่าจะทำงานการเมือง จะต้องชนะเลือกตั้งเป็น ส.ส.ให้ได้ "รสรินทร์" กล่าวตอบว่า  เนื่องจากตอนปี 2566 มีเวลาเตรียมตัวน้อย แต่พอหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง เรายังทำงานในพื้นที่คอยช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนรู้จักเรามากขึ้น เลยคิดว่าตรงนี้คือสิ่งที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ความไว้วางใจเรา เพราะว่าเขาเจอเราบ่อย และส่วนตัวเป็นคนที่ชาวบ้านมองว่าเราเป็นคนที่เข้าถึงง่าย คุยกันรู้เรื่อง ชาวบ้านเลยรู้สึกผูกพัน

หลังเลือกตั้งปี 2566 ในการอยู่กับพื้นที่คอยดูแลช่วยเหลือประชาชน แม้เราจะไม่ได้ สส. แต่ว่าคุณพ่อศรัณย์วุฒิมีโครงการที่ท่านเคยทำไว้อยู่ตอนที่ยังเป็น สส.อยู่ เช่นเรื่องของการช่วยประสานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ป่วย ผู้พิการ เพราะคุณพ่อมีการประสานงานต่อเนื่องเพื่อคอยช่วยเหลือคนในพื้นที่ซึ่งเขาเดือดร้อน และยังมีเรื่องโครงการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องที่ทำอยู่  รวมถึงเรื่องที่ดินทำกิน เช่นที่ดินของนิคมสร้างตนเองฯ เป็นต้น

...ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชน เพราะคนอุตรดิตถ์มีเขื่อนในจังหวัดก็จริง แต่ว่ายังไม่มีน้ำใช้ที่ดี น้ำยังค่อนข้างมีสีเหลืองจนถึงค่อนข้างเป็นสีแดง เพราะว่าพื้นที่เราติดอยู่กับแม่น้ำป่า ซึ่งถ้าเป็นน้ำสีแดงจะนำไปอุปโภคบริโภคไม่ได้ แล้วเรื่องการเกษตร ระบบกระจายน้ำยังเข้าไปไม่ทั่วถึง แหล่งน้ำยังมีไม่เพียงพอ หน้าแล้งก็แล้งจนแบบไม่มีน้ำใช้ ส่วนหน้าฝนก็เกิดน้ำท่วม บางครั้งน้ำท่วมจนเป็นวิกฤต  ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขสำหรับปัญหาเชิงพื้นที่

และกับคำถามที่ว่า คิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ประชาชนชาวอุตรดิตถ์เขต 2 เลือกเข้าไปเป็น สส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ "รสรินทร์ สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่" กล่าวตอบว่า คิดว่าเป็นเพราะเป็นคนที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง  สิ่งนี้คือเสียงที่ชาวบ้านต่างบอกมา เพราะเราเป็นคนที่เข้าถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะว่าเราจะไปหาชาวบ้านด้วยตัวเอง อย่างช่วงหาเสียงหลังยื่นสมัครรับเลือกตั้งเสร็จ เราก็ใช้วิธีการตบเท้าเข้าหาชาวบ้าน อยู่บนรถแห่หาเสียง ยืนอยู่บนรถแห่หาเสียงตลอดร่วม 30 วัน ยืนตากแดดตลอด ซึ่งพอเจอชาวบ้านเราจะลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปคุยกับเขา ไปขอคะแนนเขา เราใช้วิธีแบบนี้ โดยที่ไม่มีการจัดตั้ง ไม่มีการปราศรัย ก็แหวกแนวกว่าคนอื่น

นอกจากนี้ อีกส่วนหนึ่งที่อาจโดนใจชาวบ้านก็คือเรื่องเพลงที่ใช้หาเสียง ที่เป็นเพลงสไตล์แบบแรป ซึ่งจะแหวกแนวจากคนอื่น โดยเราเป็นคนชอบเพลงแรป ซึ่งตอนแรกคุณพ่อก็บอกว่าทำไมไม่ใช้เพลงลูกทุ่ง แต่เราคิดว่าคนอื่นเขาใช้กันหมด แต่พอเราใช้เพลงหาเสียงแนวแรป ก็ไปโดนใจเด็กโดนใจวัยรุ่น ทำให้เขาไปบอกครอบครัว ไปบอกคนในหมู่บ้านให้มาเลือกเรา อาจจะเป็นเรื่องของกระแสที่เขาชอบ

-การที่ลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคโอกาสใหม่ ที่เป็นพรรคขนาดเล็กและเป็นพรรคตั้งใหม่ และไม่มีกระแส ทำให้การหาเสียงลำบากหรือไม่?

คือจริงๆ การหาเสียงก็ไม่ยากสำหรับการลงสมัครกับพรรคโอกาสใหม่ เพราะว่าทางท่านหัวหน้าพรรค ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ ก็ช่วยคนอุตรดิตถ์ ช่วยเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องที่ดินทำกิน เรื่องพื้นที่ป่า ท่านก็ช่วยดูแลมาตลอด ก็คิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องยาก อีกทั้งคุณพ่อศรัณย์วุฒิก็ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสใหม่ด้วย เวลาหาเสียงก็จะอิงทั้งสองท่าน ทั้งหัวหน้าพรรคและคุณพ่อ ทำให้การหาเสียงที่ลงกับพรรคโอกาสใหม่ที่อุตรดิตถ์ไม่ใช่เรื่องยาก และที่ชนะเลือกตั้งทางพรรคก็ให้การสนับสนุนอย่างมาก และอยู่ที่การลงพื้นที่ด้วย เพราะการลงพื้นที่ของเราค่อนข้างจะละเอียด โดยลงพื้นที่หาเสียงพบประชาชนทุกหมู่บ้านในพื้นที่เลือกตั้ง รวม 256 หมู่บ้าน  ไปหาชาวบ้านทุกวัน ไปพบปะประชาชน เป็นเรื่องของความมานะพยายาม

-การที่เป็นลูกสาวของอดีต สส.อุตรดิตถ์ ศรัณย์วุฒิ มีส่วนที่ทำให้ได้คะแนนเสียงชนะเลือกตั้ง?

มีส่วน เพราะว่าพ่อแม่พี่น้องส่วนใหญ่ในพื้นที่ยังคิดถึงคุณพ่อ เพราะคุณพ่อเป็น สส.ที่ดูแลประชาชนเป็นอย่างดี และด้วยความเชื่อมั่นว่าลูกสาวน่าจะดูแลพ่อแม่พี่น้องได้ดี

แม้ไม่ชนะเลือกตั้งปี 2566 แต่ยังลงพื้นที่ช่วยประชาชน

สำหรับ "รสรินทร์ สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่" ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ได้ไปร่วมแถลงข่าวที่พรรคภูมิใจไทย ในนามของพรรคโอกาสใหม่ เพื่อแสดงจุดยืนว่าพร้อมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อเราถามว่า หลังเข้าไปทำงานเป็น สส.ในสภาฯ ในส่วนของปัญหาพื้นที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่อยากเข้าไปช่วยขับเคลื่อนแก้ปัญหามีอะไรบ้าง "รสรินทร์" ให้คำตอบสำหรับคำถามนี้ว่า คือจริง ๆ มีความตั้งใจหลายอย่าง  แต่ด้วยความที่ว่าเราเข้าไปคนเดียว ก็อาจจะยังไม่มีเสียงสนับสนุน ตอนนี้สิ่งที่อยากได้คือเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล-พรรคฝ่ายรัฐบาล เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะเข้าไปผลักดัน             

...เช่นเรื่องของ "เบี้ยผู้สูงอายุ" เพราะว่าเบี้ยผู้สูงอายุที่ได้แต่ละเดือนตามอายุของผู้สูงอายุแต่ละคน รวมถึงเบี้ยผู้พิการที่ได้แค่ 800 บาท ซึ่งหากดูจากค่าครองชีพในปัจจุบัน บางคนเท่ากับได้เฉลี่ยวันละ 20 บาท ซึ่งเงิน 20 บาททุกวันนี้แค่ซื้อน้ำดื่มสองขวดก็หมดแล้ว แต่เขาต้องอยู่กินทั้งเดือน แต่มีเบี้ยผู้สูงอายุแค่เดือนละ 600 บาท มันเป็นไปไม่ได้ และจากสภาวะปัจจุบันที่ลูกหลานต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ โดยที่ตายายปู่ย่าต้องอยู่ที่้บ้านเกิดในต่างจังหวัด โดยต้องรับภาระเลี้ยงหลานให้กับลูกที่ไปทำงานตามโรงงานในกรุงเทพฯ โดยที่บางครั้งก็ไม่ส่งเงินกลับมาให้

...มีบางครอบครัวที่เราเจอเขาอยู่กัน 5 คน มีตายาย คนที่เป็นตาอายุ 70 ปี ส่วนยายเป็นผู้พิการและผู้สูงอายุในวัย 60 กว่าปี โดยอยู่กับหลานสามคน โดยหลานก็ต้องไปเก็บผัก ไปหาจิ้งหรีด ไปจับกบมากิน หม้อหุงข้าวก็ไม่มี โดยที่ครอบครัว ตา-ยาย สองคนได้เงินเบี้ยผู้สูงอายุรวมกันแล้วก็แค่หนึ่งพันกว่าบาท เด็กๆ ได้เงินวันละ 1 บาท คือขาดทุกอย่าง

สิ่งนี้คือสังคมจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะในตอนนี้สินค้าเกษตรราคาตกต่ำมาก ปลูกอะไรก็ขายไม่ค่อยได้  แต่ค่าครองชีพสูงมาก มันเป็นความเหลื่อมล้ำที่ไม่ควรจะเกิดในประเทศไทย ถ้าเผื่อเราสามารถลดความเหลื่อมล้ำตรงนี้ได้  อย่างน้อยให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น ให้ได้เฉลี่ยวันละ 100 บาทก็ยังดี อยากให้ได้เดือนละ 3,000 บาท ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงการดูแลกลุ่ม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรืออสม. ด้วย เพราะคนเหล่านี้ดูแลประชาชนมาโดยตลอด จึงควรจะเข้าไปดูแลพวกเขาในเมื่อเรามีงบประมาณ เพราะการทำเรื่องต่างๆ บางสิ่งบางอย่างอาจจะไม่ได้จำเป็น แต่บางทีเราลืมไปว่าควรจะดูแลใครหรือไม่ เราไม่ควรทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรื่องนี้จะเข้าไปสานต่อผลักดันให้พวกเขาได้เงินเพิ่มขึ้น

และอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะทำ เพราะเป็นความตั้งใจของตัวเองก็คือ เรื่องค่าอาหารกลางวันเด็ก เพราะทุกวันนี้ค่าอาหารกลางวันเด็กเฉลี่ยแล้วแค่วันละ 20 กว่าบาท แต่บางโรงเรียนก็ได้ 27-30 บาท แต่เด็กๆ ที่เขามาโรงเรียน เขาไม่ได้กินข้าวเช้ามาจากบ้าน เพราะว่าอยู่กับตายาย ปู่ย่า เขาก็หวังพึ่งอาหารกลางวันที่โรงเรียน พอมาเจออาหารกลางวันที่เป็นน้ำพะโล้กับไข่ต้มหนึ่งฟอง ส่วนข้าวก็ให้ไม่มาก ทำให้เด็กกินก็ไม่อิ่ม ทั้งที่พวกเขาคือกำลังสำคัญของชาติ และยิ่งหากไปเทียบกับประเทศอื่นที่เขาดูแลเด็กๆ ของประเทศอย่างดี เราควรต้องคิดตรงนี้ให้มากๆ

เพราะในเมื่องบประมาณหลายอย่าง เราไปใช้โดยที่ว่าบางอย่างก็อาจจะเหมาะสมบ้างไม่เหมาะสมบ้าง อันนี้ไม่ขอก้าวล่วง แต่คิดว่าควรจะเข้าไปดูแลตรงส่วนนี้ อย่างน้อยให้เด็กๆ ได้ค่าอาหารกลางวันสักวันละ 40 บาทก็ยังดี เพราะเด็กก็ต้องมีทั้งข้าว-นมและผลไม้ ถึงจะได้สารอาหารครบถ้วน  เพราะเด็กคือกำลังของชาติ แต่ไม่ค่อยได้รับการดูแลเพราะว่าเราได้ไปอยู่กับเด็กๆ เยอะมาก ที่ผ่านมาเคยเข้าไปที่โรงเรียนหลายแห่ง ไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ทำให้เห็นว่าเขากินอะไรกัน  อันนี้คือความจริงประเทศไทยที่เกิดขึ้น คิดว่าเรื่องนี้อยากจะผลักดันให้ดีขึ้น

หักโพลทุกสำนัก ชนะเลือกตั้ง ล้มบ้านใหญ่

เมื่อถามว่ามองเรื่องของ "ทายาททางการเมือง" อย่างไร "รสรินทร์ สส.พรรคโอกาสใหม่" กล่าวว่า คำว่าทายาททางการเมืองก็เป็นจุดที่ทำให้เราสามารถมาต่อยอดกับสิ่งที่มีอยู่  แต่ทายาททางการเมืองเราก็อาจจะมองด้วยว่าเขาทำแบบไหน เพราะก็อาจจะมีทายาททางการเมืองที่ทำงานกับที่ไม่ทำงาน  แต่ตัวเราพูดตรงๆ ว่าสู้มา สู้หนักจริงๆ มาด้วยตัวเองล้วนๆ จนชนะมาได้ โดยคู่แข่งก็เป็นบ้านใหญ่ด้วย ก่อนวันเลือกตั้งโพลเกือบทุกสำนัก บอกว่าเราจะแพ้ แต่เราก็เอาชนะมาได้

"เดินหาเสียงทั้งวัน ตื่นตั้งแต่ตีสี่ตีห้าเพื่อเตรียมตัวลงพื้นที่ หาเสียงเสร็จกลับเข้าบ้านก็ประมาณสี่ทุ่มห้าทุ่ม เป็นแบบนี้ทุกวัน ยืนอยู่บนรถแห่ตลอดเกือบสามสิบวัน เพราะว่าสู้ แล้วสู้จริงๆ ไปถึงก็เดินเข้าหาชาวบ้าน ใช้ความจริงใจในการหาเสียง การเลือกตั้งรอบนี้ถือว่าเราทำการบ้านมาค่อนข้างดี ทำให้ชนะเกือบทุกตำบลคือมี 28 ตำบล เราชนะมาได้ 26 ตำบล บางหมู่บ้านเราชนะ ได้คะแนนมา 300 คะแนน คู่แข่งได้ 20 คะแนน"

ถามปิดท้ายว่า วางเป้าหมายชีวิตไว้อย่างไรบ้าง คิดว่าจะอยู่บนถนนการเมืองยาวหรือไม่ "รสรินทร์ สส.อุตรดิตถ์  พรรคโอกาสใหม่" กล่าวตอบว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะที่ชนะเลือกตั้ง คะแนนที่ได้มาซึ่งเป็นคะแนนที่ค่อนข้างเยอะ คิดว่าเป็นเสียงที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน.

โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

🔴 LIVE อดีต ผบ.ทอ.แฉ ‘ซูเปอร์ยิว..ดีพสเตท’ บงการสงครามโหด..!!..!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร

อดีต ผบ.ทอ.แฉ ‘ซูเปอร์ยิว..ดีพสเตท’ บงการสงครามโหด..!!..!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 07 มีนาคม พ.ศ.2569

สะดุ้ง! เจ้าหน้าที่ กกต. บาดเจ็บระหว่างคุมเลือกตั้ง 34 รายใน 11 จังหวัด

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวเลขที่ 208/2569 วันที่ 6 มีนาคม 2569 กกต. เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

จับตาเลือกก.ต. ยกชุด3ชั้นศาล เต็งจ๋าแห่สมัคร

จับตาเลือกตั้งใหญ่ ก.ต. 3 ชั้นศาล “วีระพงศ์-ตุลยวัต-พงษ์เดช” คิว ปธ.ศาลฎีกาเต็ง ชั้นอุทธรณ์ “มัณทรี-กีรติ-ณรัช” มีลุ้น ชั้นต้นขับเคี่ยวหนัก “ธิดาพร-สิทธิชัย” โดดเด่น

จับตา! เลือกตั้งใหญ่ 'ก.ต.' ศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น

จับตา! เลือกตั้งใหญ่ ก.ต. 3 ชั้นศาล 'วีระพงษ์ -ตุลยวัตร -พงษ์เดช' คิวประธานศาลฎีกา 'ฉัตรชัย' ก็มาแรง ส่วนอุทธรณ์ 'มัณทรี-กีรติ-ณรัช' มีลุ้น ชั้นต้นขับเคี่ยวหนัก 'ธิดาพร-สิทธิชัย' โดดเด่น