7 มีนาคม 2569 - สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวเลขที่ 208/2569 วันที่ 6 มีนาคม 2569 กกต. เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่เจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 34 ราย ใน 11 จังหวัด ได้แก่ ยะลา นครศรีธรรมราช สุรินทร์ ตรัง นครพนม ร้อยเอ็ด อ่างทอง บุรีรัมย์ สกลนคร หนองคาย และลพบุรี
สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ มีดังนี้
1.จังหวัดยะลา จำนวน 1 ราย ได้แก่
พลทหาร วรวุฒิ สุขช่วย
2.จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 1 ราย ได้แก่
น.ส.ศิราพร พูนจันทร์นา
3.จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2 ราย ได้แก่
3.1 น.ส. อมรรัตน์ ทองวรรณ์
3.2 นายสำเนียง สมัญญา
4.จังหวัดตรัง จำนวน 6 ราย ได้แก่
4.1 นางอารีย์ เย่าตัก
4.2 นายวิฑูรย์ รัศมีปาน
4.3 นางญาวสุ แสงรัตน์
4.4 นางอมรรัตน์ สมสู่
4.5 นางพรรณประพร สมสู่
4.6 นางนงนุช หนูวัน
5.จังหวัดนครพนม จำนวน 7 ราย ได้แก่
5.1 นายวราพร เสนเพ็ง
5.2 นายกิตติศักดิ์ จันทร์ทอน
5.3 นายสมชาติ พิมพิลา
5.4 นายสุกัน แก้วนิล
5.5 น.ส.สิรินญา มหาวงค์
5.6 นายกำพล ภัทรยุคลธร
5.7 นายปริญญา ดีพรหม
6.จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 3 ราย ได้แก่
6.1 นายอำนาจ อินทะโส
6.2 นายสุบรรณ ประทุม
6.3 นายสุวิทย์ รำมะนา
7.จังหวัดอ่างทอง จำนวน 1 ราย ได้แก่
น.ส.ประภาศิริ ขันทอง
8.จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 4 ราย ได้แก่
8.1 นายวิเชียร แสบรัมย์
8.2 นายวิบูลย์ เที่ยงธรรม
8.3 นายโกศล มหามาตร
8.4 นายนาวิน เศรษฐกุญจร
9.จังหวัดสกลนคร จำนวน 4 ราย ได้แก่
9.1 นายสมอน แสงบุญมี
9.2 นายชัย ถึงคำภู
9.3 นายสมบัติ คอนสรขันธ์
9.4 นายศรยุทธ สาขามุละ
10.จังหวัดหนองคาย จำนวน 3 ราย ได้แก่
10.1 ส.ต.อ.วุฒิพงษ์ คำเอก
10.2 นางอัศราวรรณ บุญอยู่
10.3 น.ส.ปุญชณิฎา ธรรมวาจารย์
11.จังหวัดลพบุรี จำนวน 2 ราย ได้แก่
11.1 นายอุทิศ ไชยสุระ
11.2 นายประทวน ชมกลิ่น
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอแสดงความห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง ส.ส.และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว. รุมอัด กกต. รายงานผลจัดเลือกตั้ง อ้างโปร่งใส สวนทางประชาชนพูดตรงกัน 'อย่ามาแหวง'
ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560
เลขาฯกกต. รับจัดเลือกตั้ง 69 เกิดข้อผิดพลาด ฟุ้งนำกล้องวงจรปิดติดทุกหน่วยเลือกตั้ง
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า ทาง กกต.ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง โดยทั้งสองเรื่องนี้ แต่ที่ยืนยันได้คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้
กกต. ส่งบัญชีพยาน 11 คน ถึงมือศาลรธน. สัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติส่วนตัว
กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คน สู้คดีคิวอาร์โค้ด ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติพยาน ยันทาบทามเหตุเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน เชื่อศาลเน้นที่ข้อมูลไม่ใช่ตัวบุคคล
พึ่งศาลฎีกา! สว.เทวฤทธิ์ยื่นหนังสือเบรกตั้ง 'ตุลาการศาล รธน.-กกต.'
'สว.เทวฤทธิ์' ยื่นหนังสือถึง ปธ.ศาลฏีกา ขอคณะกรรมการสรรหาฯ ชะลอการคัดเลือกตุลาการศาลรธน.-กกต. เหตุยังไร้ผู้นำฝ่ายค้านพร้อมระวังผลประโยชน์ทับซ้อนกรณี 138 สว. ถูกสอบสวน
อดีตผู้พิพากษากระเทาะระบบยุติธรรมกรณียกฟ้อง 'กกต.' คดีฮั้วสว.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า “ยกฟ้องเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง”: เมื่อกระบวนการยุติธรรมปิดประตูตั้งแต่หน้าศาล — บทเรียนจากคดีฟ้อง กกต. กรณีฮั้วเลือก สว.
ดร.ณัฏฐ์ รับถูก ‘กกต.’ เชิญเป็นพยานคดีบัตรเลือกตั้ง
นักกฎหมายมหาชนเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานกลาง ย้ำยึดหลักกฎหมาย ไม่เข้าข้างฝ่ายใด พร้อมแนะหยุดสร้างกระแสที่ทำให้สังคมสับสน

