ต้นแบบระบบดูแลจิตใจนักศึกษา ในวันที่โลกไม่อ่อนโยน

สภาวะความเครียดเรื้อรังจากการแข่งขันสูง นำมาสู่ความกดดันและเหนื่อยล้าที่จะเติมเต็มความฝัน บรรยากาศในปัจจุบันถูกจำกัดความว่า The Burnout Society หรือยุคสมัยแห่งการหมดไฟ

แรงโหมจากสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นภัยสงคราม การก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ซึ่งล้วนแต่มีผลต่อการจ้างงานและตำแหน่งงานแทบทั้งสิ้น เหล่านี้ยิ่งทำให้คนในปัจจุบันรู้สึกว่าชีวิตเป็นของหนัก ในขณะที่จิตใจด้านในกลับเบาหวิว

ไม่ใช่เพียงแค่คนในวัยทำงาน หากแต่คลื่นความเครียดยังได้แผ่กระจายเข้าห่มคลุมสถาบันอุดมศึกษาลงไปถึงโรงเรียน นักศึกษาจำนวนไม่น้อยใจพังตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

ผลสำรวจของเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (TUN-HPN) ในปี 2565 ระบุว่า มีนิสิตนักศึกษาราว 40% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 9,050 คน ที่มีความเครียดบ่อย-เครียดตลอดเวลา มากไปกว่านั้นคือพบว่าเกือบ 1 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่างมีความรู้สึกเศร้า มี 12% เคยทำร้ายตัวเอง มี 4% เคยคิดฆ่าตัวตาย และมีถึง 4.3% ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการทางจิตเวช

ผศ.บุรชัย อัศวทวีบุญ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) วิเคราะห์ถึง 3 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อสุขภาพจิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย 1. การปรับตัวจากการเป็นนักเรียนมาสู่นักศึกษาซึ่งต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น 2. ความสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน รวมถึงอาจารย์ 3. ความคาดหวังเกี่ยวกับการเรียนและมีงานทำหลังจบการศึกษา

นอกจากนี้นักศึกษาหลายรายมีอาการของโรค ทั้งโรคทางอารมณ์ และความวิตกกังวลซึ่งผ่านการรักษาอย่างต่อเนื่องมาจนเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้การปรับตัวต้องใช้ความพยายามมากขึ้น อีกทั้งยังพบนักศึกษาที่แสดงอาการทางจิต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรคจิตเภทที่มีการแสดงอาการได้ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายถึงวัยทำงาน ทำให้การปรับตัวในชีวิตยากขึ้นไปอีก โดยความรุนแรงของปัญหาสุขภาพจิตมีตั้งแต่ระดับที่สามารถรับมือหรือปรับตัวได้เอง ต้องการการปรึกษาเพื่อให้ผ่านภาวะวิกฤต ไปจนถึงระดับรุนแรงที่เริ่มทำร้ายตัวเอง และพยายามจะปลิดชีวิตตัวเอง (Suicide attempt)

จากการทำงานในอดีตของ ศูนย์ให้คำปรึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU Well-Being : Counseling Center) ชี้ชัดลงไปว่า นอกเหนือจากความเครียดที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาทุกชั้นปีที่มีกราฟความเครียดพุ่งสูงในช่วงของการสอบและการประกาศผลคะแนนแล้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เป็นกลุ่มคนที่ต้องการการใส่ใจเพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับระบบของมหาวิทยาลัยได้ดียิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะปรับตัวเรื่องระบบการเรียนแล้ว ความรับผิดชอบในชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น การย้ายที่อยู่มาอาศัยในหอพัก การปรับตัวเข้ากับเพื่อน การวางแผนการเงิน สิ่งเหล่านี้ยิ่งกระตุ้นให้เกิดความเครียดและความกังวลมากขึ้น

จากผลการทำงานด้านสุขภาพจิต ทำให้ช่วงหลังมานี้ มีการพูดถึงการจัดทำมาตรการหรือการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในสถานศึกษาอย่างเข้มข้น ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่าเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งในปี 2568-2569 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ภายใต้การนำของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี ได้ยกเรื่องนี้เป็น Quick Big Win หรือวาระสำคัญเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์

ระบบดูแลสุขภาพจิตธรรมศาสตร์ ดำเนินการโดยมีแกนกลางอยู่ที่ศูนย์ Thammasat Well Being Center ทำหน้าที่ทั้งในเชิงรับและเชิงรุก ตั้งแต่การให้คำปรึกษารายบุคคล การให้คำปรึกษาผ่าน Call Center การให้บริการโดยจิตแพทย์ การรักษาผ่านระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) การจ่ายยาร่วมกับโอสถโดมของคณะเภสัชศาสตร์และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ การพัฒนาแอปพลิเคชัน TU Wellness ที่เชื่อมกับ TU GREAT เพื่อประเมินปัญหาสุขภาพจิตเบื้องต้นด้วยตัวเอง ไปจนถึงการรับมือเหตุฉุกเฉินทางสุขภาพจิต

ปัจจุบันการขอเข้ารับบริการด้านสุขภาพจิตจะใช้เวลาประมาณครึ่งวัน ช้าสุดไม่เกิน 2 วัน โดยไม่รวมกรณีที่ต้องการนัดเวลาตามที่ตัวเองมีความสะดวก ในกรณีจำเป็นต้องรับยา สามารถนำใบสั่งยาไปติดต่อที่โอสถโดมได้ หรือหากเป็นยานอกบัญชีก็สามารถติดต่อที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ

ในแง่ของอัตรากำลังคนที่ให้บริการจะแบ่งเป็น ส่วน คือ 1. บุคลากรของธรรมศาสตร์ 2. นักศึกษาที่ผ่านการฝึกงานจากโรงพยาบาลแล้ว 3. นักศึกษาฝึกงาน 4.บุคคลภายนอกที่ติดต่อมาให้บริการเพิ่ม

สำหรับศูนย์รังสิต มีนักจิตวิทยา 1 คน นักแนะแนว 2 คน และจิตแพทย์พาร์ตไทม์ 3 คน ท่าพระจันทร์ มีนักจิตวิทยา 2 คน ศูนย์ลำปาง มีนักจิตวิทยาประจำอยู่ 2 คน และนักจิตวิทยาพาร์ตไทม์ 1 คน (เฉพาะวันเสาร์) ส่วนศูนย์พัทยา มีนักจิตวิทยาพาร์ตไทม์ 1 คน (มาทุกวันพุธ สัปดาห์เว้นสัปดาห์)

ในส่วนของนักศึกษาที่มาฝึกงานและที่ผ่านการฝึกจากโรงพยาบาลมาแล้ว ปัจจุบันมีมากกว่า 50 คน ซึ่งทำให้ธรรมศาสตร์น่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีบุคลากรพร้อมให้บริการด้านสุขภาพจิตมากที่สุดในประเทศ

“นักศึกษาบางท่านไม่อยากรับบริการจากระบบของมหาวิทยาลัย เพราะกลัวว่าจะมีคนอื่นรู้เรื่องของเขา มหาวิทยาลัยก็ได้ประสานไปยังโรงพยาบาลหลายแห่งเพื่อให้นักศึกษาได้รับส่วนลดพิเศษในการเข้าถึงบริการ นักศึกษาสามารถใช้บริการของคณะ ของมหาวิทยาลัย ของคู่ความร่วมมือ หรือหน่วยงานที่ทางมหาวิทยาลัยไปประสานงานให้ตามความต้องการของนักศึกษานี่คือส่วนหนึ่งที่ช่วยยืนยันความตั้งใจและการให้ความสำคัญกับเรื่อง Well Being ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ผศ.บุรชัย ระบุ

ด้าน ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักศึกษาไม่เข้ารับบริการด้านสุขภาพจิต เนื่องจากค่านิยมที่มองว่าการเข้ารับการประเมินและบริการสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ซึ่งธรรมศาสตร์พยายามสื่อสารและปลูกฝังให้นักศึกษาเข้าใจว่า ในเมื่อร่างกายเจ็บป่วยได้ จิตใจก็ย่อมเจ็บป่วยได้เป็นเรื่องธรรมดา ฉะนั้นนอกจากการพัฒนาและเตรียมความพร้อมในการจัดบริการ เราให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้นักศึกษาที่กำลังมีปัญหา กล้าเข้ามารับบริการไม่ว่าจะในรูปแบบไหนก็ตาม

ทั้งนี้ ปัจจุบันจากนักศึกษาประมาณ 43,000 คน สถิติเฉลี่ยพบว่าในแต่ละปีมีการติดต่อขอรับบริการด้านสุขภาพจิตแล้วกว่า 6,000 ครั้ง เชื่อว่าในอนาคตจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่านักศึกษาธรรมศาสตร์มีปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น แต่สะท้อนว่านักศึกษามีความตระหนักในการดูแลตัวเองและเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น

“เราพยายามทำให้การรับบริการด้านนี้เป็นเรื่องปกติ และทำให้นักศึกษาทุกคนรู้ว่าที่มหาวิทยาลัยมีบริการเหล่านี้ให้เขามารับบริการได้เมื่อเจอปัญหา โดยจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Thammasat Well Being Center ตั้งแต่นักศึกษาก้าวเข้าสู่ธรรมศาสตร์ในงานปฐมนิเทศนักศึกษา และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องในทุกคณะ รวมทั้งในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังเปิดภาคการเรียน ก็จะให้อาจารย์ขอความร่วมมือจากนักศึกษาช่วยประเมินสุขภาพจิตตัวเองผ่านแอปฯ TU GREAT อีกส่วน” ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สมศักดิ์’ แจงสภา เร่งแก้ปัญหา 30 บาท-ดันมินิคลินิกทั่ว กทม.

“สมศักดิ์” ตอบกระทู้ในสภาฯ ปมย้ายสิทธิบัตรทอง 30 บาท แจงยิบ เร่งทำความเข้าใจเรื่องออกใบส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์ สั่ง ช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้ใช้กระดาษ คู่ อิเล็กทรอนิกส์ ย้ำ หากพบปัญหาแจ้ง สปสช.

'สมศักดิ์' แจกถุงยางสกัดเอดส์ ห่วงม็อบกัญชา ยันไม่เอื้อทุนใหญ่

“สมศักดิ์” มอบถุงยาง 3,000 ชิ้น ให้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. แก้ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เผยห่วงม็อบกัญชาปักหลังค้างคืน ย้ำไม่มีแนวทางเอื้อทุนใหญ่

‘สมศักดิ์’ สั่งกวาดล้างกัญชาเถื่อนทั่วประเทศ หลังเด็ก 2 ขวบกินเยลลี่กัญชาต้องหามส่ง รพ.

“สมศักดิ์” สั่งเข้ม สสจ. - อย. ปูพรมกวาดล้างสินค้ากัญชาเถื่อนทั่วประเทศ พบเห็นจับ – ปรับ หลังเด็ก 2 ขวบกินเยลลี่ผสมกัญชา

กรมแพทย์แผนไทยฯ ปั้นแหล่งท่องเที่ยวสมุนไพรทั่วไทย ดึงนักท่องเที่ยว–เสริมรายได้ชุมชนกว่า 256 ล้าน

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชูจุดขายแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูมิปัญญาไทยและสมุนไพร หวังเป็นจุดหมาย

รมว.สธ. ถวายความรู้พระสงฆ์ปลอดโรค NCDs หลังพบ พระสงฆ์เสี่ยงป่วย NCDs ถึง 78%

“สมศักดิ์”ถวายความรู้พระสงฆ์ปลอดโรค NCDs หลังพบ พระสงฆ์เสี่ยงป่วย NCDs ถึง 78% ตั้งเป้าปี 68 ถวายการตรวจคัดกรองพระสงฆ์ทั่วประเทศ ร้อยละ 80 โชว์ ปีที่ผ่านมา “ต

‘สมศักดิ์’ ปลื้ม คนนับคาร์บต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชั่น สมาร์ท อสม.แล้วกว่า 4.4 แสนคน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ความก้าวหน้าการดำเนินงาน อสม.ชวนคนไทยนับคาร์บ ตามนโยบาย NCDs ดีได้ด้วยกลไก อสม. โด