'ดาวดับ' กับ 'ดาวโรจน์'

 เผลอแป๊บเดียว ๖ เดือนแล้ว

เป็น ๖ เดือนที่้ "นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" เข้าไปอยู่ในเรือนจำ

ก็ติดคุกนั่นแหละครับ

เห็นว่าตั้งตารอวันพ้นโทษ ๑๑ พฤษภาคม

"...ก็ใกล้แล้ว..." เป็นคำพูดของ "นักโทษชาย" ที่บอกกับลูกๆ ที่เข้าไปเยี่ยมวานนี้ (๙ มีนาคม)

คราวนี้ไม่ได้คุยกันเรื่องหลานๆ

มีแต่ไถ่ถามกันเรื่องสุขภาพ

เห็นว่านอนไม่หลับบ้างบางคราว

๒๖ กรกฎาคมนี้ "น.ช.ทักษิณ" อายุครบ ๗๗ ปีแล้ว

อีก ๓ ปีก็ ๘๐

ในแง่ของวัย ถึงเวลาต้องพักผ่อนแล้ว

อยู่ดูการเติบโตของลูกหลานน่าจะเหมาะที่สุดแล้ว

แต่หากจะคิดหวนกลับมาบงการพรรคเพื่อไทย ลูกหลานที่ควรจะเติบโต มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไปพร้อมกัน จะเจอแรงกดดันจากสังคมที่ไม่ยอมรับ "น.ช.ทักษิณ" อีกต่อไปแล้ว

มีอะไรมาพิสูจน์ว่าสังคมไทยไม่ยอมรับ

ก็ความตกต่ำของพรรคเพื่อไทยนั่นแหละครับ

ฉะนั้นหาก "น.ช.ทักษิณ" สามารถประเมินอนาคตทางการเมืองได้ สิ่งที่ต้องทำคือ ออกจากคุกแล้วควรจะอยู่เลี้ยงหลานที่บ้าน

ไม่ต้องเอาประสบการณ์ไปสอนใครทั้งนั้น

ถ้าเซ้งพรรคเพื่อไทย ให้ "สมศักดิ์-สุริยะ" รับช่วงไปดูแลต่อ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อตระกูลชินวัตรเป็นอย่างมาก

นั่นเพราะการเมืองหลังจากนี้จะถูกบังคับโดยรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ โดยสภาพสังคม และโดยสถานการณ์โลก ให้เปลี่ยนไปจากเดิม

ขณะที่ "น.ช.ทักษิณ" ร่วงโรย "อนุทิน ชาญวีรกูล" ผงาดขึ้นมา

"อนุทิน" ได้บทเรียนหลายด้านจาก "น.ช.ทักษิณ"

โดยเฉพาะการบริหารอำนาจ!

รัฐบาลอนุทิน ๒ เผยโฉมหน้าชัดขึ้นเรื่อยๆ

ที่ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วในขณะนี้คือ ไม่มีพรรคกล้าธรรม

นั่นจะทำให้พรรคฝ่ายค้านมีสีสันมากสุดเป็นประวัติการณ์

จะเรียกว่า ฝ่ายค้านสามก๊ก ก็ย่อมได้

พรรคส้มสมใจอยาก มีเทามาอยู่กับเรา

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ถึงเวลา สร้างผลงานเพื่อการเติบโตในอนาคต หากพรรคไม่แตกเสียก่อน เพราะยังปรากฏรอยปริให้เห็นระหว่างกลุ่มอภิสิทธิ์ กับกลุ่มชัยชนะ

และพรรคกล้าธรรม ครั้งนี้การไม่ได้เป็นรัฐบาลถือว่าเสียหายใหญ่หลวง

เหตุผลที่ไม่มีสัญญาณจากหมายเลขที่ท่านเรียกก็เพราะ คนในพรรคกล้าธรรมพัวพันกับธุรกิจสีเทา

รวมทั้ง สส.หลายคน และแกนนำ มีชื่อในคดีแจกกล้วยรับค่าเลี้ยงดูในสมัยรัฐบาล พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ ป.ป.ช.กำลังจะชี้มูลในเร็วๆ นี้

หากรัฐบาลอนุทินอยู่ครบเทอม ลูกพรรคกล้าธรรม ก็จะกล้าทำในสิ่งที่ "ธรรมนัส พรหมเผ่า" คาดไม่ถึง ไม่ใช่เรื่องของงูเห่า งูเขียว

หรือรอรับกล้วย                

แต่เป็นเรื่อง "หนีตาย"

ข่าวคราวการตั้งคณะรัฐมนตรีล่าสุด ได้กลิ่นคนรุ่นใหม่โชยมาเยอะพอควร

นอกจากจะมี ๓ ทหารเสือ ศุภจี สุธรรมพันธุ์, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คุมกระทรวงเศรษฐกิจ ต่างประเทศแล้ว ยังมีชื่อคนรุ่นใหม่แต่หน้าเก่า มาเสริมความคาดหวัง

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะเป็น รมว.พลังงาน

วราวุธ ศิลปอาชา จะเป็น รมว.อุตสาหกรรม

กลุ่มลูกเทพ เปลี่ยนชื่อเป็น "แก๊งลูกบังเกิดเกล้า"

เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์

วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์

๒ คนนี้จะไปนั่ง รมช.มหาดไทย             

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์

นี่ก็จะไปนั่งเก้าอี้ รมช.คมนาคม ทั้ง ๒ คน

แนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็น รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

อีก ๒ คน คือ สุขสมรวย วันทนียกุล กับ พลพีร์ สุวรรณฉวี กำลังดูอยู่ว่าเหมาะกับกระทรวงไหน

ชื่อที่ปรากฏมาไม่ค่อยคุ้นสำหรับคอการเมืองเท่าไหร่นัก แต่นามสกุลไม่ต้องถาม 

ไทยเศรษฐ์, ภัทรประสิทธิ์, สุวรรณฉวี เป็นที่รู้จักกันมานาน นี่คือตัวแทนของ "บ้านใหญ่"

ทำไมยังต้องมีบ้านใหญ่ใน ครม.

นี่คือการบริหารอำนาจครับ

เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ "อนุทิน" จะตั้งเทคโนแครตเข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาลทั้งหมดโดยไม่สนว่ากลุ่มการเมือง บ้านใหญ่ ในพรรคภูมิใจไทยจะคิดอย่างไร

ไม่เฉพาะพรรคภูมิใจไทยครับ ทุกพรรคที่ขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่สามารถคิดต่างไปจากนี้สักเท่าไหร่

พรรคส้มเอง ก็ไม่พ้นต้องบริหารอำนาจ หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เพียงแต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในรัฐบาลอนุทิน ๒ จะแตกต่างจากหลายรัฐบาลที่ผ่านๆ มา นั่้นคือการเน้นไปที่คนรุ่นใหม่ในสัดส่วนที่มากกว่าปกติ ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำได้

ครับ...บนความคาดหวัง ท่ามกลางวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก รัฐบาลอนุทิน ๒ ต้องออกแรงเพิ่มอีกหลายเท่าตัว เพื่อพยุงสถานการณ์ไว้ให้ได้ และหวังว่าสงครามจะยุติโดยเร็ว

เห็น "ศุภจี" ประกาศสงครามกับ ล้งมะพร้าว แรงเชียร์มาเพียบเลยครับ

พ่อค้าคนกลางขูดเลือดเกษตรกรมานาน แต่ไม่มีรัฐบาลไหนเข้ามาจัดการ ก็คงถึงเวลาเข้าไปจัดระเบียบใหม่ ล้งทุเรียน ล้งมังคุด ล้งเงาะ เนื้อในวันนี้ เป็นล้งคนไทยเหลืออยู่สักกี่ล้ง 

ต่างชาติ โดยเฉพาะนายทุนจากจีน เข้ามาเอาเปรียบเกษตรกรไทยโกยกำไรไปเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่เกษตรกรไทยยังจนเหมือนเดิม

เชียร์ครับ... ทำไปทีละเรื่อง

ถ้าอยู่ครบเทอม ๔ ปี คงจะทำได้หลายเรื่องอยู่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าเล่นกับปืน

ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย

ฟรีซข้าราชการ

ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว

คนละฝั่งกำแพง

ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่

ไม่เอาอะไรสักอย่าง

เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว

ขวางทางปืน

ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก

ดับไฟใต้มันไม่ง่าย

ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ