
หลังจากที่ สส.เดินทางเข้ารายงานตัวเกือบครบ 499 คน ตามที่คณะกรรมการการเลือกเลือก (กกต.) รับรอง ซึ่งก็ใกล้การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเต็มที โดยแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องมีการทำหน้าที่ในสภา หรือหากเป็นฝ่ายบริหารก็ต้องทำหน้าที่ฝ่ายบริหารเช่นเดียวกัน
ซึ่งก่อนที่จะเปิดสมัยประชุมนั้น ต้องมีการคุยกันว่าร่างกฎหมายใดที่จะเร่งผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่อดำเนินการต่อไป เพราะแต่ละพรรคก็ต้องเริ่มผลักดันนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ ยิ่งเริ่มได้เร็วก็ยิ่งเป็นผลดี เพราะแต่ละขั้นตอนที่จะออกกฎหมายมีความละเอียดอย่างมาก
โดยฝั่งของพรรคเพื่อไทย นำโดย “สส.เดือน” มนพร เจริญศรี สส.นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ล่าสุดได้ไปร่วมงานที่ทางพรรคจัดขึ้น คือ กิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569 เพื่อดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเจ้าตัวที่มีบทบาทด้านสตรีของพรรคเพื่อไทย จึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ พร้อมทั้งได้กล่าวว่า “วันสตรีสากลปีนี้ UN Women กำหนดหัวข้อสำคัญคือ Rights. Justice. Action. For ALL Women and Girls ซึ่งสะท้อนว่า สิทธิของผู้หญิงต้องเข้าถึงได้จริง ความยุติธรรมต้องไม่เลือกปฏิบัติ และรัฐต้องลงมือทำให้เกิดผลในเชิงกฎหมาย งบประมาณ และระบบคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม
พรรคเพื่อไทยยืนหยัดสนับสนุนบทบาทผู้หญิงในทางการเมืองมาโดยตลอด โดยจากผลการรับรองการเลือกตั้งปี 2569 ปัจจุบันพรรคมี สส.หญิง 18 คน จาก 74 คน หรือ 24.32% สูงกว่าค่าเฉลี่ยการเมืองไทยที่ผู้หญิงมีสัดส่วนประมาณ 19% ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่ของผู้หญิงในทางการเมืองกำลังขยายตัว และเสียงของผู้หญิงสามารถสะท้อนปัญหาและความต้องการของผู้หญิงในสังคมได้อย่างตรงจุด”
“แม่เดือน” ยังได้กล่าวถึงเรื่องนโยบายว่า “พรรคเพื่อไทยได้ผลักดันมาตรการสนับสนุนผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้าถึงแหล่งทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ และศูนย์ช่วยเหลือสังคมแบบเบ็ดเสร็จ (OSCC) ที่ช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการที่ประสบความรุนแรงให้เข้าถึงการดูแลได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง”
บอกได้เลยว่า เรื่องสตรีเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ หวังว่าการผลักดันในครั้งนี้จะเป็นผลสำเร็จตามที่ตั้ืงใจไว้.
เจ้าพระพาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เพื่อนปูติน
แวดวงสภาสูงช่วงนี้มีเรื่องให้พูดถึงเยอะ โดยเฉพาะเมื่อประเด็นปากท้องของพี่น้องเกษตรกรอย่าง "ราคาปุ๋ย" กลายเป็นโจทย์หินที่แก้ไม่ตกเสียที ล่าสุดเห็นทีต้องฉายสปอตไลต์ให้
‘ฟังเพลิน’
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงของวันแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 9-10 เม.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นงานแรกๆ ที่เป็นงานใหญ่ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเตรียมข้อมูล ทำการบ้านอย่างหนักเพื่ออภิปรายนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
พี่ใหญ่ทีมโทรโข่ง
ความเคลื่อนไหวของการจัดทีมโฆษกรัฐบาล “อนุทิน 2” ที่คาดว่าจะมีถึง 4 สาวร่วมทีมทำงาน ซึ่งขณะนี้มี “ดร.กานต์-รัชดา ธนาดิเรก” นั่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ “กิ๊บ-ลลิดา เพริศวิวัฒนา” นั่งรองโฆษกแล้ว
ฤกษ์สะดวก
เก็บตกการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ตามประสาของคนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ จิตใจเบิกบาน
สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวานซืน
“สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวานซืน” ไม่ใช่แค่วลีขำๆ แต่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ หลัง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
น้ำใจการเมือง
ขณะที่อุณหภูมิและการเมืองไทยกำลังร้อนระอุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในสภาหรือนอกสภา แต่ทว่าในบรรยากาศของความโศกเศร้าที่เกิดขึ้น ณ วัดบางบอน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลับมีภาพความประทับใจที่ทำให้คนการเมืองต้องหันมามองด้วยรอยยิ้ม

