ระเบียบโลกใหม่ที่ไร้ระเบียบกับการปรับตัวของสังคมไทย

      ผู้อ่านหลายๆท่านน่าจะเห็นตรงกันว่าไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 มีปรากฏการณ์สำคัญๆที่ส่งผลต่อประชาคมโลกอย่างที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นพร้อมๆกันและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม  ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) นำไปสู่สงครามการค้า การใช้มาตรการทางภาษีส่งผลไปสู่ภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomics) และต่อเนื่องด้วยการเกิดสงครามในตะวันออกกลางซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยผลกระทบที่เห็นชัดเจนคือราคาด้านพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          ในอดีตนั้น  การคาดการณ์ด้านการเมืองและเศรษฐกิจโลกดูจะไม่ใช่เป็นเรื่องที่ซับซ้อนโดยเฉพาะภายหลังจากสงครามเย็นและการล่มสลายของสหภาพยูเนียนเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมาทำให้เกิดโลกใหม่ที่ประกอบด้วยหลายขั้วอำนาจ (Multipolar World) การจัดระเบียบด้านการค้าและการลงทุนด้วยการจัดตั้งองค์การการค้าโลก (World Trade Organization หรือ “WTO”) ในต้นปี ค.ศ. 1995 และการเติบโตของโลกาภิวัฒน์ (Globalization) นำไปสู่ การสร้างความสัมพันธ์แบบพหุภาคี (Unilateralism) และการลงนามสนธิสัญญาความร่วมมือด้านการค้าเสรี (Free Trade Agreement หรือ “FTA”) ทั้งในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนตลอดจนประชาคมยุโรป เป็นต้นซึ่งดูเหมือนเศรษฐกิจโลกจะมีการเติบโตแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย และทำให้บทบาทของสหประชาชาติ เริ่มมีความสำคัญน้อยลงตามลำดับ

         ความเปลี่ยนแปลงแบบหลายขั้วอำนาจนี้เริ่มเห็นสัญญาณพิเศษขึ้นเมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการใช้นโยบายการค้าการลงทุนแถบเส้นทางสายไหม (One Belt One Road) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น  Belt Road Initiative หรือ “BRI” และการที่รัฐบาลจีนเริ่มมีบทบาทในเวทีโลกนี้ทำให้พี่ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาต้องปรับยุทธศาสตร์หลายด้านโดยเฉพาะการสร้างแสนยานุภาพ การใช้ภาษีการค้าตอบโต้รุนแรง การเจรจาแบบ “Deal-Based” (ลักษณะทำข้อตกลงกันเองแบบทวิภาคี) ไม่ใช่ “Rule Based” (การอิงกฎกติกา) อีกต่อไป และการสร้างความใกล้ชิดกับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคมากขึ้นรวมถึงการยกระดับความสัมพันธ์กับประเทศอินเดีย ญี่ปุ่นและไต้หวัน  สำหรับประเทศไทยนั้นยังคงรักษาความสัมพันธ์แบบสมดุลกับประเทศมหาอำนาจทุกประเทศได้ในระดับที่ดีแม้ว่าประเทศจะประสบปัญหาการเมืองภายในและความถดถอยทางเศรษฐกิจมานับเป็นสิบปีก็ตาม

        การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยังไม่มีหนทางจบโดยง่าย การบุกจู่โจมจับตัวอดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลาโดยรัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 และมีการใช้กำลังทหารแบบ Power-Based ซึ่งน่าจะเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและรุกรานอธิปไตยของประเทศอื่น โดยเมื่อทุกอย่างดูสงบลงในเวเนซุเอลาแล้ว สหรัฐฯและอิสรเอลก็ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีประเทศอิหร่านอย่างรุนแรงเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตอบโต้จากอิหร่านอย่างไม่ยอมแพ้ เกิดความสูญเสียอย่างรุนแรงในตะวันออกกลางมากขึ้นตามลำดับ มีการทำลายล้างฐานทัพ แหล่งผลิตและเก็บน้ำมัน ปิดช่องทางเดินเรืออย่างไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงเมื่อใด แม้จะมีปฏิกริยาไม่เห็นด้วยจากประเทศมหาอำนาจอื่นรวมถึงการส่งเสียงคัดค้านการทำสงครามจากองค์การสหประชาชาติและอีกหลายประเทศซึ่งเป็นภาคีสมาชิกก็ตาม โดยมีการประเมินด้วยว่าจะมีสงครามใหม่ๆเพื่อแย่งชิงทรัพยากรรวมถึงแร่หายาก (rare earth) จะทำให้โลกของเราไม่มีความสงบสุขอีกต่อไปเพราะกติกาสากลเรื่องการเคารพหลักเขตแดนและอธิปไตยได้ถูกท้าทายจากประเทศผู้ที่เคยร่วมกำหนดไว้เองให้แปรเปลี่ยนเป็นเขตอิทธิพล (Spheres of influence) ที่มีการสร้างและกำหนดกติกาขึ้นเอง

          ระเบียบโลกใหม่นี้คือการที่ประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่งหรือมากกว่าได้สร้างระเบียบโลกขึ้นใหม่ในลักษณะของ Power-Based  คือการใช้พลังอำนาจที่ตนมีอยู่ อาจมีการสมคบคิด (Conspiracy) รวมอยู่ด้วยและ เป็นกติกาใหม่ที่ประชาชน พลเมืองและสังคมไทยต้องมีการปรับตัวแบบฉับพลันและยืดหยุ่นได้แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสงครามหรือปรากฏการณ์อื่นๆที่เกิดขึ้นแล้วหรือจะเกิดขึ้นภายใต้ระเบียบโลกใหม่นี้ก็ตาม การปรับตัวแบบฉับพลันที่ยืดหยุ่นนี้ (Agility และ Adaptability) หมายความรวมถึงการมีการวางแผนในการใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างเป็นระบบและปฏิบัติตามคำแนะนำหรือนโยบายของรัฐบาล โดยขอฝากให้ทุกท่านได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักนำพาในการดำรงชีวิต กล่าวคือมีความพอประมาณ  มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน และมีความรู้คู่คุณธรรม รวมถึงการมีความเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น และมีจิตอาสาในการช่วยเหลือสังคมตามแต่โอกาสจะอำนวย โดยเชื่อมั่นว่าประเทศไทย เป็นสยามเมืองยิ้ม เป็นมิตรกับทุกประเทศและเป็นสังคมที่สุขสงบ หากประชาชนในสังคมมีความรัก ความสามัคคี มีคุณธรรม และมีความเมตตาต่อกันแล้ว เราจะสามารถใช้ชีวิตบนระเบียบโลกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมได้อย่างมีความสุขด้วยความพอเพียงถ้วนทั่วกัน

            เมื่อโลกมีระเบียบใหม่ที่ไร้ระเบียบ คนไทยทุกคนต้องปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง การตั้งสติอยู่บนความไม่ประมาทและการตระหนักแต่ไม่ตระหนกต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและยากที่จะคาดเดาได้นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขอฝากไว้ให้คิดและวางแผนในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป   

คอลัมน์ พิจารณ์นโยบายสาธารณะ
เทวัญ อุทัยวัฒน์
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

                                                                       

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

20 ลูกเรือ 'มยุรี นารี' ถึงไทย บริษัทยันจ่ายค่าจ้างเต็ม บวกเงินพิเศษพื้นที่สงคราม

20 ลูกเรือ 'มยุรี นารี' จากโอมานเดินทางถึงไทยแล้ว ก.แรงงาน - กต. จัดทีมต้อนรับ อำนวยความสะดวก เผยบริษัทจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน พร้อมค่าตอบแทนพิเศษทำงานพื้นที่สงคราม

สหรัฐตั้งค่าหัว ล่าผู้นำอิหร่าน

วอชิงตันประกาศรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของโมจตาบา คาเมเนอี สหรัฐจะเพิ่มการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน พร้อมส่งนาวิกโยธินและเรือรบจำนวนมาก