รัฐบาลอนุทิน กับการยุติไฟใต้ แก้ปัญหา 22 ปี บาดแผล-ความสูญเสีย

เรื่องการพูดคุย ไม่ต้องไปคุยกับต่างประเทศแล้ว อย่างสวีเดน มันสิ้นเปลืองงบประมาณ เอาจริงๆ คือผู้ประสานหรือผู้อำนวยความสะดวก หากให้เป็นมาเลเซียหรือเป็นชาติอื่นในอาเซียน อินโดนีเซีย ผมว่าเขาก็ยินดี แต่ในการพูดคุย ท้ายสุด ตัวบุคคลสามารถคุยได้กับกลุ่มที่เคลื่อนไหวได้จริงหรือไม่ นั่นแหละคือปัญหา

ภารกิจนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยกคณะชุดใหญ่ทั้งฝ่ายพลเรือน-ทหาร-ตำรวจ ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อรับฟังข้อมูลและเสียงสะท้อนในเรื่องการแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส ที่เกิดปัญหา "ไฟใต้" มาหลายสิบปี ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามว่า รัฐบาลอนุทินจะสามารถแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดีขึ้นได้หรือไม่ หลังจากปัญหาดังกล่าวสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินไปแล้วมากมาย ขณะเดียวกันก็น่าสนใจว่า รัฐบาลอนุทินจะมีแนวนโยบายด้านความมั่นคงอย่างไรในยุคที่ปัจจุบัน "ภัยความมั่นคง" มีการเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคม-การเมือง-เศรษฐกิจ

รายการ "ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" สัมภาษณ์ "ผศ. ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นักวิชาการ นักวิเคราะห์การเมือง ความมั่นคงชื่อดัง และที่ปรึกษาอดีต รมว.กลาโหม  พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์" ในหลากหลายประเด็น ซึ่งได้นำเนื้อหาบางส่วนมานำเสนอดังนี้   

เมื่อถามมุมมองต่อการที่งานมั่นคงของรัฐบาล ที่หลายฝ่ายอยากให้มีรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงโดยตรง แต่ปัจจุบันก็จะเห็นการแบ่งงาน เช่นให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ดูแลสำนักข่าวกรองแห่งชาติและ ศอ.บต. ส่วน รมว.กลาโหมก็เป็น พล.ท.อดุลย์ ที่ขยับจาก รมช.กลาโหมมาเป็น รมว.กลาโหม คำถามดังกล่าว "ผศ. ดร.วันวิชิต" ให้ความเห็นว่า สำหรับ รมว.กลาโหม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ด้วยความที่เป็น รมช.กลาโหมมาก่อน ทำงานในตำแหน่งมา 6 เดือน กับ พลเอกณัฐพล ก็ถือว่าสอบผ่าน ภารกิจหลายเรื่องเช่นการสะสางเรื่องขององค์การทหารผ่านศึกฯ ให้ตรวจสอบได้ ให้มีข้อมูลที่อธิบายต่อสังคมได้ ก็โปร่งใสดี

ส่วนการที่ไม่มีรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงโดยตรง ผมมองว่างานด้านความมั่นคง สิ่งสำคัญที่สุดคือนายกฯ ต้องได้ข้อมูลที่ครบถ้วนทุกด้าน สมช.อาจเป็นส่วนหนึ่งที่นายกฯ อาจนำไปสู่การประเมินฉากทัศน์ เช่นวิกฤตพลังงาน ความมั่นคงพลังงาน จะไม่กินเวลา อันนี้หลายคนก็ติงกันมาว่า สมช.ไม่ได้ให้ข้อมูลกับนายกฯ หรืออาจเพราะประเมินสถานการณ์จากทิศทางที่ประเมินจากแรงกดดันทางการเมืองด้วย ว่าไม่อยากให้ทิ้งทอดนาน แต่ขณะเดียวกันหากพูดอย่างตรงไปตรงมา ผมเข้าใจข้าราชการประจำ ก็พยายามรักษารูปทรงไม่ให้ฝ่ายการเมืองรู้สึกว่าวิตกมากนัก แต่ขณะเดียวกันหากพูดอย่างตรงไปตรงมา ผมก็มองว่ารัฐบาลตั้งตัวได้เร็ว

สิ่งสำคัญการที่ให้นายสีหศักดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ เข้าไปขันนอตหน่วยงานอย่าง ศอ.บต. ซึ่ง ศอ.บต.เท่าที่ผมสัมผัส ก็เป็นข้าราชการที่เป็นข้าราชการจริงๆ สั่งมาอย่างไรก็ทำตามกรอบนั้น ไม่ทำอะไรเหนือคำสั่งของผู้บังคับบัญชา อันนี้ผมพูดแบบให้เกียรติ ระมัดระวัง ก็หวังว่าคุณสีหศักดิ์คงใช้โมเดล อาจจะเปลี่ยนหรือเข้าไปสร้างความคึกคัก คือเหมือนเขา (ศอ.บต.) มาเข้าร่วมทุกกิจกรรม ร่วมรับฟัง แต่ไม่ได้นำเสนอหรือนำร่องนโยบายเอง นี้คือปัญหาของเขา คือเราต้องการงานที่นำร่อง จะไปผลักภาระให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในงานด้านของการตรวจตรากวดขันในภาพรวม หากมากเกินไปมันก็ไม่ไหว เพราะอย่าลืมว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีวางไว้ว่า ในปี พ.ศ. 2570 เรื่องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่มีการใช้ความรุนแรง แต่ตอนนี้เหลือไม่ถึงหนึ่งปีก็จะครบตามที่แผนยุทธศาสตร์ชาติดีไซน์ไว้  แต่ดูทรง ดูสภาพเหตุการณ์ความรุนแรง ก็คงไม่ง่ายที่จะไปตรงตามกรอบเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ

ต้องเข้าใจว่าอย่าง กอ.รมน. ตัว รมว.กลาโหมไม่ได้มีบทบาท แต่เป็นตัวนายกฯ ที่เป็น ผอ.กอ.รมน. รองลงมาก็คือ ผบ.ทบ. ส่วนเลขานุการ กอ.รมน.ก็คือเสนาธิการทหารบก  กองทัพก็มีบทบาทนำ บทบาทหลักตรงนั้น ดังนั้นมิติเรื่องนโยบายหรือการใช้มาตรการต้องมาจากฝ่ายกองทัพเป็นหลัก

-บทบาทของ กอ.รมน.ในพื้นที่ภาคใต้ มีการทับซ้อนกับ ศอ.บต.อยู่บ้างเล็กน้อยหรือว่าไม่มี?

ก็ต้องทำงานร่วมกัน คือวันหนึ่งกองทัพก็ต้องถอน ปรับกำลังให้หน่วยงานในพื้นที่ เช่นตำรวจ หรือหน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครองเข้ามากำกับ มาดูแลในกรณีที่ความรุนแรงในพื้นที่มันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ท้องถิ่นดูแลตัวเองได้

-กรณีแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ให้สัมภาษณ์กรณีการลอบยิง สส.กมลศักดิ์ พรรคประชาชาติ แล้วไปกล่าวประโยคทำนองว่า "ถ้าผมทำจริงไม่รอดหรอก" คือเหมือนกับสื่อทำนองว่าหากทหารทำจริง คือ กอ.รมน.ทำ ถ้าเป็นผม ไม่เหลือหรอก แต่ก็ถูกตีความผิด มันก็มีดรามาเข้ามาด้วย แล้วก็ยังให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงโรงเรียนตาดีกาและปอเนาะ ที่พูดเหมือนไม่ครบประโยค จนทำให้สามสมาคมในพื้นที่ ทั้งโรงเรียนเอกชน ตาดีกาและปอเนาะ  ขอให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่?

ผมพยายามเข้าใจและตีความ คือแม่ทัพภาคที่ 4 ก็บอกว่าบางโรงเรียนในอดีตเคยเป็นอย่างนั้นจริงๆ คือถ้าพูดแบบนี้มันจะจบ และเมื่อเดือนก่อนผมก็ไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไปเจอท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งวิธีคิดท่านน่าสนใจ ท่านให้การสนับสนุนโครงการของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่จะจัดตั้งวิทยาลัยอิหม่าม คือให้พวกครูสอนศาสนา มายกวุฒิ ยกวิทยฐานะทางการศึกษา มีการเพิ่มค่าวิชาชีพให้  ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก็มีแนวทางสนับสนุนโมเดลแบบนี้ ก็เป็นแนวทางที่ฝ่ายกองทัพกับส่วนการศึกษาในพื้นที่ เขามีความคิดสอดคล้องกัน

และต้องเข้าใจว่าการวางตัว พลโทนรธิป โพยนอก มาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 หลายคนก็มองว่าเป็นการแก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย (พลโทนรธิป จากรองแม่ทัพภาคที่ 2 ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน มาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4) แต่หากมองไปจริงๆ ไปดูหลักวิธีคิดของฝ่ายเสธ.ของกองทัพบก ในการแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ ด้วยหลักวิธีคิดหรือหลักนิยมในการแก้ปัญหา

อย่างในสมัยสงครามเย็นของกองทัพภาคที่ 2 ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ถอดบทเรียนว่าการต่อสู้กับความไม่สงบในขณะนั้น คือเป็นคนไทยด้วยกัน เป็นเรื่องอุดมการณ์ ดังนั้น การใช้บุคคลจากพื้นที่ อย่างการส่งแม่ทัพ พลโทนรธิปเข้ามา  แน่นอนว่าโจทย์ก็คือ คนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือคนไทยด้วยกัน จะเผ่าพันธุ์มลายูอะไรก็แล้วแต่ แต่ก็คือคนไทยที่มีการมองว่าเขาถูกปลูกฝัง เขาถูกเคลือบด้วยความคิดที่ไม่สอดคล้องต่อหลักศาสนาอย่างตรงไปตรงมา เขาก็เริ่มมีวิธีคิดว่าเอาคนที่มีวิธีคิดในรูปแบบการแก้ปัญหาจากกองทัพภาคที่ 2 มาใช้กับกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งแน่นอนว่าบริบทสังคม สภาพแวดล้อม มันอาจต่างกัน ด้วยสภาพเวลาและสภาพของพื้นที่ แต่ครั้งหนึ่งคนจากกองทัพภาคที่ 2 ก็เคยมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 คือ พลโทพิเชษฐ์ วิสัยจร และต่อมาเกษียณเป็นพลเอกในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ. ก็เอาพวกโครงการพัฒนาที่สอดคล้องกับโครงการพระราชดำริฯ ก็คือมองว่าเขาก็คือคนไทยด้วยกัน

ดังนั้นผมมองว่าเจตนาของกองทัพบกคือ เอาวิธีคือการดำเนินการใดก็ได้ที่ไม่ใช่ให้คนไทยฆ่ากันเอง ก็เลยวางแนวทางแบบนั้นในการวางคน ซึ่งแรงกระแทกตรงนี้ ท่าน (แม่ทัพภาคที่ 4) ก็ต้องน้อมรับ กับการที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์กัน ที่ก็ต้องดูต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร เพราะผมเชื่อว่าในการแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่เดือนกันยายนปีนี้ ท่าน (แม่ทัพภาคที่ 4) ที่จะเกษียณปี 2570 ก็น่าจะไปรับตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือตำแหน่งอื่นได้

-กรณีของแม่ทัพภาคที่ 4 จุดที่ผกผันหรือผิดพลาดอยู่ตรงไหน?

การสื่อสารก็เรื่องหนึ่ง ผมเข้าใจว่าด้วยการเป็นแม่ทัพ อยากแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช้งานโฆษก และคดีความ (การลอบยิง สส.กมลศักดิ์) ก็เป็นเรื่องที่คนสนใจกันมาก คนก็มองกันว่าเรื่องนี้จะเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคงหรือไม่  จนแม่ทัพภาคที่ 4 แสดงความเห็นออกมา

กองทัพเอง ผมว่าหลายคนให้ความเห็นด้านทหาร แต่อาจจะไม่ได้ประเมินมิติความครบถ้วนรอบด้าน พลเอกณัฐพล  อดีต รมว.กลาโหม ก็เคยโดนตรงนี้ คือนายทหารหลายท่านมองในเรื่องมิติความมั่นคง แต่อาจลืมประเมินมิติด้านสังคม  มิติด้านข่าวสาร ซึ่งมิติด้านข่าวสารเป็นเรื่องสำคัญ แล้วถ้าอินฟลูเอนเซอร์ที่มีวิธีคิดที่ไม่เป็นแนวทางกับกองทัพ โพสต์ในสิ่งที่ตัวเองอยากจะโพสต์ ในแง่ negtative กับกองทัพ จะเป็นไฟลามทุ่งที่เร็วมาก

-ข้อเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ ถือเป็นข้อเรียกร้องที่เกินไปหรือไม่ อย่างพลเอกอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ให้ความเห็นว่าจะเปลี่ยนม้ากลางศึกไม่ได้ แต่หากพูดแล้วประโยคไม่สมบูรณ์ก็ออกมาขอโทษเสีย?

การเปลี่ยนม้ากลางศึกกองทัพก็จะปั่นป่วน เพราะอย่างสมัยหนึ่ง พลโทพิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 (หลังเกิดกรณีตากใบ) ก็ถูกให้ออกจากพื้นที่ พอดีมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายกลางปี ก็เป็นช่วงจังหวะ แต่ว่าตอนนี้มันเลยช่วงนั้นมาแล้ว อันนั้นคือวิกฤตจริงๆ ถามว่ากองทัพภาคที่ 4 เคยมีเคสแบบนี้หรือไม่ ก็เคยมี ผมคิดว่าท่าน (แม่ทัพภาคที่ 4) อาจลดบทบาทลงหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่การทำความเข้าใจแบบตรงไปตรงมา การขออภัยก็เป็นศีลอันสูงสุดของทุกศาสนา ผมว่าอย่างแฟร์ๆ หากท่านออกมาบอกว่าที่พูดไม่ได้มีเจตนาอะไรหรืออะไรก็แล้วแต่ อย่างน้อยก็ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ผมก็เชื่อว่าสังคมก็คงมองภาพด้วยเหตุและผลมากขึ้น

ส่องโผทหารประจำปี  ใครเต็งแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่

-แม่ทัพภาคที่ 4 คนต่อไปควรมีบุคลิกอย่างไร?

ก็สุขุม นิ่ง เหมือนอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 คนก่อนหน้านี้ พลโทไพศาล หนูสังข์ ที่รอบด้าน ครบเครื่อง เป็นคนในพื้นที่  ผมฟันธงเลยว่า รองแม่ทัพภาคที่ 4 พลตรีชาคริต อุจะรัตน  และยังเป็นโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นเตรียมทหารรุ่น 28 เหมาะสมที่สุด เพราะอยู่ในพื้นที่มานาน และมาจากหน่วยรบพิเศษ ซึ่งรบพิเศษจะมีความชำนาญเรื่องปฏิบัติการจิตวิทยา ก็มีความ command มีความครบถ้วนในเรื่องข้อมูลวิชาการ เป็นทหารนักวิชาการ ซึ่งทหารวิชาการข้อดีคือ มีใจเปิดรับฟังด้วยเหตุผล และท่านเกษียณประมาณปี 2572 เป็นคนเก่งจริงๆ  เป็นนักวิเคราะห์

-เรื่องปัญหาภาคใต้ได้เวลาที่ควรมาทบทวนกันสักรอบหรือไม่?

ก็ 22 ปีแล้ว (นับจากเหตุการณ์ปล้นปืนในค่ายทหาร ที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 4 มกราคม 2547) คืออย่างเรื่องการพูดคุย ไม่ต้องไปคุยกับต่างประเทศแล้ว อย่างสวีเดน มันสิ้นเปลืองงบประมาณ เอาจริงๆ คือผู้ประสานหรือผู้อำนวยความสะดวก หากให้เป็นมาเลเซียหรือเป็นชาติอื่นในอาเซียน  อินโดนีเซีย ผมว่าเขาก็ยินดี แต่ในการพูดคุย ท้ายสุดตัวบุคคลสามารถคุยได้กับกลุ่มที่เคลื่อนไหวได้จริงหรือไม่ นั่นแหละคือปัญหา ฝ่ายความมั่นคงหลายชุดที่ผ่านมาเขาก็ไม่มั่นใจว่าคุยกันแล้ว ทำไมยังมีการก่อความเคลื่อนไหว คือทุกอย่างต้องใช้เวลา การเอาชนะใจคน เอาชนะใจประชาชน  ใช้ความจริงใจเป็นเครื่องพิสูจน์

ที่ผ่านมาผมก็ได้ลงพื้นที่ไปเป็นระยะ พบว่าคนรุ่นใหม่ในเมือง (ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้) เขาใช้ภาษาไทยได้แข็งแรงขึ้น รู้ข้อมูลข่าวสารฝ่ายไทยได้ดีขึ้น มันก็เป็น soft power ในแง่วัฒนธรรมที่เราเปิดใจยอมรับเขา แล้วเขาเปิดใจยอมรับเรา เมื่อเห็นการพัฒนาอย่างตรงไปตรงมาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเขา เขาก็ร่วมมือกับเรา

            -คนบางกลุ่มก็ยังคิดเรื่องแบ่งแยกดินแดนอยู่?

ทำไม่ได้ มันขัดรัฐธรรมนูญ ที่ยังคิดอยู่ก็คือการเซาะกร่อนบ่อนทำลายของจริง เพื่ออะไรผมก็ไม่เข้าใจ คือประชาชนในพื้นที่เขายืนด้วยลำแข้งตัวเองได้หรือไม่ ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนไม่น้อย ก็ยังเทิดทูนในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา การเข้าใจต้องเข้าใจเขาก่อน ไม่ใช่ยัดเยียดด้วยเงินมหาศาล เพราะว่ามันจะไปขัดกับวิถีความเป็นอยู่ วิถีชีวิต แต่ต้องเข้าใจเขาว่าต้องการอะไร โครงสร้างขั้นพื้นฐาน ความเท่าเทียม การให้เกียรติ  การยอมรับ ก็เป็นวิถีที่สุภาพที่อิสลามเขายอมรับได้

จับกระแสลือสะพัด พล.อ.ทรงวิทย์ นั่งรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง

-มีกระแสข่าวทำนองว่าจะมี รมว.กลาโหมคนละครึ่ง มีข่าวว่าพลโทอดุลย์จะเป็นสักพักหนึ่ง แล้วจากนั้นจะเป็น พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี อดีต ผบ.สส. ที่ตอนนี้ยังรับตำแหน่งการเมืองไม่ได้ เพราะพ้นจาก สว.ไม่ถึงสองปี และตอนนี้ใน ครม.ก็ยังตั้งรัฐมนตรีไม่ครบขาดอยู่หนึ่งคน?

หากถามเรื่องความเหมาะสม ท่านเหมาะสมมาก แต่ผมมองแบบนี้ว่าหากท่านจะมา ความท้าทายของท่านน่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมากกว่า ท่านเข้าใจบริบทโลกได้ดีมาก ผมเคยเห็นโต๊ะทำงานท่าน ท่านอ่านนิตยสารอย่าง The Economist, Forbes ที่จะแตกต่างจากนายพลทั่วไปที่เราเคยเห็น พลเอกทรงวิทย์ ท่าน world wide กว่านั้น  เป็นคนที่เข้าใจเรื่องเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และนโยบาย ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับดีมาก แต่ผมมองว่าหากเป็นทั้งรองนายกฯ และ รมว.กลาโหมงานจะหนักมาก

พลเอกทรงวิทย์กับพลเอกณัฐพล มีชุดความคิดที่เหมือนกันเรื่องหนึ่งในเรื่องความมั่นคงของประเทศไทย เรื่องปัญหาตามแนวชายแดน ที่ไม่ใช่แค่ฝั่งตะวันออกอย่างเดียว แต่มันจะมีทั่ว พลเอกณัฐพลกังวลเรื่องความมั่นคงทางฝั่งตะวันตกมากที่สุด เรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังไม่เสร็จ นั่นคือความท้าทาย และผมมองว่าพลเอกทรงวิทย์มองขาด เป็นคนที่เข้าใจเรื่องนโยบายด้านความมั่นคงได้ดี สิ่งสำคัญคือเป็นคนที่ไม่มีแผลเลย พลเอกทรงวิทย์กับฝ่ายการเมืองทุกค่ายดีหมด ในแง่ที่ว่าด้วยความเป็นทหารอาชีพ ให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เสนอแนะแนวว่าอะไรดี ก็เคยได้เห็นวิสัยทัศน์ของท่านก็เป็นมุมมองที่น่าสนใจ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โจ-เจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร รุ่นใหม่ พรรคสีฟ้า สานต่อ Legacy 'ยุวประชาธิปัตย์'

พรรค "ประชาธิปัตย์" ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย เพิ่งจัดงานครบรอบวันก่อตั้งพรรค 80 ปี ไปเมื่อ 6 เมษายนที่ผ่านมา และในก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 81 ของพรรคสีฟ้า-ประชาธิปัตย์

‘หมอพรทิพย์’ ชี้แม่ทัพภาค 4 พูดความจริงชายแดนใต้ จี้กล้าล้างทุจริตทุกฝ่าย

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ หนุนคำพูดของแม่ทัพต่อปัญหาความรุนแรงชายแดนใต้ ระบุเป็นเรื่องจริงที่ไม่ค่อยมีใครกล้าพูด พร้อมสะท้อนปมข้อมูลบิดเบือน ระบบสั่งการไกลพื้นที่ และเรียกร้องรัฐใช้โอกาสนี้จัดการทุจริตทั้งเงิน อำนาจ และเวลาอย่างจริงจัง

สื่ออาวุโส ซูฮก 'พล.ท.นรธิป' กล้าพูดความจริงปัญหาไฟใต้ ลั่นหากโจรสั่งย้ายแม่ทัพได้ คนมีอำนาจย้ายไปเลี้ยงควายดีกว่า

นายสุทิน วรรณบวร อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ถ้าโจรสั่งย้ายแม่ทัพได้ คนที่มีอำนาจย้ายไปเลี้ยงควายขายดีกว่า

สส.รอมฎอน ร่ายยาว 'คำขอโทษ' ของนายกฯ-มทภ.4 มีคุณค่าอยู่บ้าง

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า [ คำขอโทษ ความตึงเครียดที่ผ่อนคลาย และความท้าทายที่รออยู่ในไฟใต้ ] --- ในระหว่างการลงพื้นที่ชายแดนใต้ 6 ชั่วโมงของนายกรัฐมนตรีและคณะในเ

🔴 LIVE ‘ดร.วันวิชิต’ ฟันธง อนุทิน 2ปี พลัส++ สหรัฐฯพ่ายยับ..!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร

‘ดร.วันวิชิต’ ฟันธง อนุทิน 2ปี พลัส++ สหรัฐฯพ่ายยับ..!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ.2569