27 กรกฎาคม 2569 - นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่บทความเรื่อง "ใครอันตรายกว่ากัน" ส้มรื้อราก น้ำเงินรวบอำนาจ มีเนื้อหาดังนี้ การเมืองไทยในวันนี้ดูเหมือนกำลังบีบให้ประชาชนเลือกอยู่ระหว่างความเสี่ยงสองแบบ
ด้านหนึ่งคือฝ่ายการเมืองที่เสนอการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ กองทัพ ระบบความมั่นคง การกระจายอำนาจ องค์กรอิสระ ไปจนถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์
อีกด้านหนึ่งคือการเมืองแบบเครือข่ายอำนาจ ซึ่งอาจไม่ได้ประกาศว่าจะรื้อโครงสร้างเดิม แต่ถูกตั้งคำถามว่าอาจใช้อำนาจ เงิน ความสัมพันธ์ และระบบอุปถัมภ์ เข้าไปครอบงำกลไกของรัฐจากภายใน
ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 จึงไม่ได้สำคัญเฉพาะในฐานะคดีทุจริตเลือกตั้ง หากข้อกล่าวหาได้รับการพิสูจน์ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจหมายถึงความพยายามสร้างบล็อกอำนาจในสถาบันที่มีบทบาทต่อการออกกฎหมาย การแก้รัฐธรรมนูญ และการเห็นชอบบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในองค์กรตรวจสอบสำคัญของประเทศ
นี่คือเหตุผลที่ประชาชนจำนวนหนึ่งรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบให้เลือกระหว่างฝ่ายที่ถูกมองว่าอาจรื้อโครงสร้างประเทศกับฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจเครือข่ายครอบระบบ
แต่คำถามสำคัญคือ เรามีเพียงสองทางเลือกนี้จริงหรือไม่
และในกรณีที่ใช้เกณฑ์ว่า “ฝ่ายใดอาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างและความต่อเนื่องของระบอบได้ลึกกว่า” ขั้วพรรคส้มมีความเสี่ยงสูงกว่า
ทำไมขั้วพรรคส้มอาจอันตรายกว่า
1. ขั้วเครือข่ายอำนาจต้องการ “ครอบครองระบบ” แต่ขั้วพรรคส้มต้องการ “ออกแบบระบบใหม่”
ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจเครือข่าย หากข้อกล่าวหาเป็นจริง ย่อมเป็นอันตราย เพราะอาจใช้เงิน ระบบอุปถัมภ์ และการจัดตั้งคะแนนเพื่อครอบงำวุฒิสภาและองค์กรตรวจสอบ
แต่โดยธรรมชาติ เครือข่ายเช่นนี้ยังต้องอาศัยระบบเดิมเพื่อรักษาอำนาจ มันจึงมีลักษณะเป็น “ปรสิตของระบบ” คือเกาะกิน บิดเบือน และแสวงหาประโยชน์จากโครงสร้างที่มีอยู่ โดยไม่ได้จำเป็นต้องล้มเลิกโครงสร้างนั้น
ส่วนพรรคประชาชนประกาศอย่างเป็นทางการว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทบทวนการมีอยู่ของวุฒิสภาหรือเปลี่ยนที่มา ยกเครื่องศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ และกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนนโยบายรายเรื่อง แต่เป็นการเปลี่ยน สถาปัตยกรรมอำนาจของรัฐ หลายส่วนพร้อมกัน
2. ความเสียหายของการยึดกลไกยังเป็นการบิดเบือนระบบ แต่การเปลี่ยนแกนระบอบอาจย้อนกลับยากกว่า
การฮั้ว การซื้อเสียง การครอบงำองค์กรอิสระ หรือการใช้อำนาจเครือข่ายเป็นความเสียหายร้ายแรง แต่ในทางหลักการยังสามารถจัดการได้ด้วยการสอบสวนเส้นทางเงิน เพิกถอนผู้ได้ตำแหน่งโดยมิชอบ ลงโทษผู้สั่งการ แก้กติกา และรื้อเครือข่าย
ส่วนการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ระบบสภา โครงสร้างองค์กรอิสระ ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเมือง และบทบาทของสถาบันหลัก หากเกิดขึ้นพร้อมกันและได้รับการทำให้เป็นปกติทางการเมืองแล้ว อาจย้อนกลับได้ยากกว่า เพราะไม่ได้เปลี่ยนเพียงตัวผู้ใช้อำนาจ แต่เปลี่ยนกติกาว่า อำนาจใดจะมีอยู่ ใครจะเป็นผู้ใช้อำนาจ และอะไรจะถูกถือว่าชอบธรรมในอนาคต
จึงอาจกล่าวได้ว่า เครือข่ายอำนาจเป็นภัยต่อความสุจริตของระบบ แต่ขบวนการเปลี่ยนโครงสร้างอาจเป็นภัยต่อรูปร่างและความต่อเนื่องของระบบเอง
3. กรณีพรรคก้าวไกลไม่ใช่เพียงข้อกล่าวหาทางการเมือง
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 3/2567 เกี่ยวกับการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง และต่อมามีคำวินิจฉัยที่ 20/2567 ให้ยุบพรรคก้าวไกล โดยอาศัยพฤติการณ์เกี่ยวกับการผลักดันแก้ไขมาตรา 112 และการดำเนินกิจกรรมที่ศาลเห็นว่าเข้าเหตุทางกฎหมายตามที่วินิจฉัยไว้
เรื่องนี้ทำให้ความกังวลต่อขั้วพรรคส้มมีฐานมากกว่าความรู้สึกหรือการโฆษณาทางการเมือง เพราะมีคำวินิจฉัยขององค์กรตามรัฐธรรมนูญรองรับว่า พรรคต้นสายเคยก้าวข้ามเส้นที่ศาลเห็นว่าเป็นภัยต่อระบอบ
พรรคประชาชนสืบทอดแนวทางและบุคลากรจากพรรคก้าวไกล ซึ่งเคยถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบจากพฤติการณ์ที่ศาลเห็นว่าเกี่ยวข้องกับการล้มล้างการปกครอง จึงไม่อาจมองความเสี่ยงจากขั้วนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงข้ามได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เดชรัต' ผู้รับผิดชอบนโยบายปฏิรูป สปสช. พรรคส้ม แจง 3 ข้อ ยืนยันไม่คิดล้มบัตรทอง
นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในดราม่าเรื่อง พรรคประชาชน จะล้ม บัตรทอง หรือ สปสช. มีหลายข้อกล่าวหาด้วยกัน ผมในฐานะผู้ดูแลนโยบายด้านคุณภาพชีวิตของพรรคประชาชน ขอชี้แจงหลัก 3 ข้อ และขอสรุปข้อรับฟังที่ผมรับฟังจากทุกท่านในส่วนที่เหลือ
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่
'สุขสมรวย' โต้ฝ่ายค้านปมฮั้ว สว. ย้ำคลิปเป็นงานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน บอกฮั้วจริงน้องสะใภ้คงฉลุย
‘สุขสมรวย’ โต้ฝ่ายค้านปมฮั้ว สว. ย้ำคลิปเป็นงานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่เกี่ยวเลือก สว. ชี้ กกต.ตรวจสอบจบแล้ว ซัดอย่านำข้อมูลเก่ามาบิดเบือน ชี้ถ้าฮั้วจริง น้องสะใภ้ คงฉลุยแล้ว พร้อมสั่งฝ่ายกม. ถอดเทปรายการดัง หลังเนื้อหาสร้างความเกลียดชัง โอดผิดหวังคนรุ่นใหม่ใช้วิธีนี้
ไม่เห็นหัวปชช.! 'ไหม' ซัดรัฐบาลเกณฑ์ 'บัตรคนจน' ผิดพลาดซ้ำซาก ไม่สะท้อนความเดือดร้อนจริง
‘ศิริกัญญา’ จี้รัฐบาลเร่งแก้เกณฑ์ บัตรคนจน เหตุผิดพลาดซ้ำซาก ไม่สะท้อนความเดือดร้อนจริง
'ภราดร' เอาแน่! ฟ้อง 'ยิ่งชีพ' สวน 'มาร์ค' ไม่ได้ทำเพื่อปิดปาก
'ภราดร' เอาแน่ เดินหน้าฟ้อง 'ยิ่งชีพ' บอกหลักฐานที่เอามาเปิดเรื่องเก่าทั้งนั้น สวน 'มาร์ค' ไม่ได้ทำเพื่อปิดปาก แต่พรรคเสียหาย
'จตุพร' ฟันธง! ส.ค. เกมฮั้ว สว. เดือด 'ส้ม-แดง-น้ำเงิน' ละเลงกันเละ
'จตุพร' ชงรื้อที่มา สว.ใหม่ แนะเอกซเรย์ทุกคนฮั้วกันหรือไม่ คาด ส.ค. ทุกสีงัดข้อมูลละเลงใส่กัน ป่วนการเมืองตะลุมบอน ทั้งส้ม-แดง-น้ำเงินเละเทะ ไม่เหลือพื้นที่การเมืองดีให้ยืน

