รถไฟฟ้า สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง "ฮอนด้า" ที่ซุ่มเงียบอยู่นาน ส่งหมัดเด็ดออกมาด้วยรถรุ่นที่ชื่อว่า "Honda e:N2" ตัวเลขราคาที่เคาะออกมา 1,429,000 บาท
ในฐานะคนรุ่นเก่าที่โตมากับยุคเครื่องยนต์สันดาป วันนี้มีโอกาสได้ลองสัมผัส "เจ้าอีวีท้ายลาด" คันนี้ดูสักตั้ง ว่ามันจะแน่สักแค่ไหน แวบแรกที่เห็นตัวจริง มันแปลกตาโฉบเฉี่ยวดี ฮอนด้าเขาบอกว่าใช้แนวคิดการออกแบบแบบ “Knives Out” เส้นสายเฉียบคม ลากยาวทะลุทะลวงตั้งแต่หัวจรดท้าย ทรงเป็นเอสยูวีคูเป้ท้ายลาด (Fastback) ที่เอาความหรูแบบซีดานมารวมกับความล่ำของ SUV ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ H-Mark เรืองแสง และไฟหน้า-ไฟท้าย LED ที่เฉี่ยวจนน่ามอง มือจับประตูก็ซ่อนเนียนไปกับตัวรถ ล้อขนาด 18 นิ้ว กำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินตัว

พอเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างใน รู้สึกว่าห้องโดยสารโปร่งโล่ง ทันสมัยแต่เรียบง่าย ภายในเป็นสีทูโทนเทา-ดำ ตัดขอบด้วยแถบสีส้มดูวัยรุ่น เบาะหนังสังเคราะห์นุ่มกำลังดี เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มีระบบ Easy Entry เวลาจะขึ้นจะลงรถเบาะมันเลื่อนถอยให้อัตโนมัติ
ที่น่าสนใจคือ หน้าจอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (HUD) ใหญ่มาก ขนาด 11.5 นิ้ว ไม่ต้องก้มมองไมล์ให้เสียสายตา หน้าจอกลางสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ต่อแอปเปิ้ลคาร์เพลย์ไร้สายได้สบายๆ และที่ชอบอีก คือ มีระบบฟอกอากาศ Plasmacluster คอยดักฝุ่น PM 2.5 แถมยังมีระบบน้ำหอมอโรมาใส่แคปซูลปรับได้ 3 ระดับ เรื่องเครื่องเสียงหายห่วง ฮอนด้าจัดพรีเมียมแบรนด์อย่าง BOSE มาให้ถึง 12 ตำแหน่ง กระหึ่มเสียงสมจริง
e:N2 คันนี้ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์ รีดม้าออกมาได้ 204 ตัว แรงบิด 310 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 68.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ฮอนด้าเขาเคลมว่าชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง วิ่งได้ไกลถึง 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)
ถ้าลองขับ กรุงเทพฯ-หัวหิน หรือ กรุงเทพฯ-โคราช ไป-กลับได้สบายๆ โดยไม่ต้องลุ้น เรื่องการชาร์จไฟ ถ้าระบบ DC ชาร์จด่วนตามปั๊ม จาก 30% ถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 40 นาที พอดีกับการแวะยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ แวะกินกาแฟหนึ่งแก้วนั่นแหละ
ได้ลองกดปุ่มสตาร์ทรถ เงียบกริบ ตามสไตล์รถไฟฟ้า แต่พอกดคันเร่งลงไปเท่านั้นแหละแม่คุณเอ๋ย ม้า 204 ตัวมันพุ่งทะยานออกไปแบบไม่มีรอรอบ แรงบิด 310 นิวตัน-เมตร มาแบบทันใจ พวงมาลัยแม่นยำ ช่วงล่างด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังทอร์ชันบีม เซ็ตมาสไตล์หนึบแน่น นุ่มนวลแต่ไม่ย้วย บวกกับระบบควบคุมเสียงรบกวน (ANC) และกระจกกันเสียง ทำให้ห้องโดยสารเงียบกริบ
ส่วนเรื่องความปลอดภัย หายห่วง ฮอนด้าเขาประเคนระบบ Honda SENSING มาให้เต็มพิกัด ทั้งระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก (CMBS) ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ (ACC with LSF) คอยเร่งคอยเบรกตามรถคันหน้าให้เอง ถุงลมนิรภัยรอบคันยันถุงลมตรงกลางระหว่างเบาะหน้า มีกล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS) จะถอยจะจอดตรงไหนก็เห็นหมด เหมาะมากสำหรับยุคที่ถนนเมืองไทยเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
สรุปว่า เงิน 1,429,000 บาท แลกกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% แบรนด์ฮอนด้า ที่ได้ทั้งความสดใหม่ ดีไซน์เฉียบ ห้องโดยสารกว้างขวาง ออปชันความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกล้นคัน แถมวิ่งได้เกิน 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ บอกได้คำเดียวว่า “น่าคบหา”
มันไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าที่ซื้อมาตามกระแส แต่มันคือ รถที่ฮอนด้าทำการบ้านมาอย่างดี เพื่อพิสูจน์ว่า "ลายคราม" อย่างพวกเขายังเก๋าเกมในโลกยานยนต์เสมอ ใครที่กำลังมองหารถอีวีที่มั่นใจได้ในชื่อชั้น ศูนย์บริการ และการขับขี่ที่สนุกสนาน Honda e:N2 คันนี้น่าสนใจ โดยอยากรู้ว่าเป้นยังไงไปลองดูด้วยตัวเอง แล้วจะรู้ว่าของเขาดีจริง
โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล
ข้อมูลทางเทคนิค Honda e:N2
ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยสไตล์คูเป้ท้ายลาดแบบสปอร์ต ที่ผสานความสง่างามของรถซีดานเข้ากับตัวถังรถ SUV ไว้อย่างลงตัว ถ่ายทอดความเรียบง่ายแต่มีมิติในทุกมุมมอง เสริมด้วยการใช้เส้นสายเฉียบคมที่สอดรับกับแนวคิดการออกแบบ Knives Out
- กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ
- หลังคาซันรูฟพร้อมม่านบังแดด
- สัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง
- ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
- ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
- ไฟเลี้ยวด้านหน้าและด้านหลังแบบ LED
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน
- กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
- กระจกมองข้างพร้อมระบบไล่ฝ้า
- กระจกด้านหลังแบบ Privacy
- กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง
- ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ
- ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ
- สปอยเลอร์หลัง
- ล้อขนาด 18 นิ้ว ยาง 225/50 R18
ภายใน Honda e:N2
- ออกแบบให้โปร่งโล่ง เรียบง่ายและทันสมัย เน้นความสะดวกสบายและผ่อนคลายในทุกที่นั่ง ผสานการใช้วัสดุคุณภาพสูง
- ภายในสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม
- วัสดุหุ้มเบาะ หนังสังเคราะห์
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้
- ไฟอ่านแผนที่และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED แบบสัมผัส
- ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED แบบสัมผัส
- ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display:HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว
- ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้ายแบบ LED
- ระบบสตาร์ทรถยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Climate Pre-Conditioning)
- ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
- กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติคู่หน้าและคู่หลัง
- เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Driver Memory Seat) พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น - ลงรถ (Easy Entry / Exit)
- เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
- ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
- ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- แผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย
- อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
- พนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว
- แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าและไฟส่องสว่าง
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้ แยกพับแบบ 60:40
- ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ พร้อมไฟตกแต่ง
- น้ำหอมอโรมา รองรับการติดตั้งได้สูงสุด 3 แคปซูล ปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ 3 ระดับ
- แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM2.5
- ระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ™M) แบบไร้สาย
- พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน
- ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า Type-C : 2
- ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลัง Type-C : 2
- ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)
- รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
- ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC)
- ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (ROM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (LSF)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
เทคโนโลยีด้านการขับขี่
- ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL)
- ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
- โหมดการขับขี่ ECON / NORMAL / SPORT / SNOW
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
- ระบบ Auto Brake Hold
- มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 9.4
- ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว
ระบบความปลอดภัย Honda e:N2
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSI)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (CTM)
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS)
- เซนเซอร์กะระยะ (หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด)
- ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
- ถุงลมคู่หน้า
- ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
- ม่านถุงลมด้านข้าง
- ถุงลมกลางด้านหน้า
- ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
- ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
- ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
- ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HAS)
- เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS)
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่วงจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
- ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติตามความเร็วรถ (Auto Door Lock By Speed)
- ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
- ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA)
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง
- เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูงต่ำได้
- เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
- จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
- อุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว (TPRK)
มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ Honda e:N2
มอเตอร์ไฟฟ้า AC Synchronous Motor กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง โหมดการขับขี่ ECON / NORMAL / SPORT / SNOW
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 353.3 V ความจุ 68.8 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
- รองรับการชาร์จแบบ AC 6.6 kW (จาก 5-100% ใช้เวลาประมาณ 9.5 ชั่วโมง)
- รองรับการชาร์จแบบ DC 78.8 kW (จาก 30-80% ใช้เวลาประมาณ 40 นาที)
ระบบเบรก
- ด้านหน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
- ด้านหลัง ดิสก์เบรก
ระบบกันสะเทือน
- ด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท
- ด้านหลังทอร์ชันบีม
มิติตัวรถ Honda e:N2
- ความยาว 4,788 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,838 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,570 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,733 มิลลิเมตร
- ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า 1,549 มิลลิเมตร
- ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลัง 1,550 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ 142 มิลลิเมตร
- พื้นที่เก็มสัมภาระสูงสุด 513 ลิตร
- น้ำหนักรถ 1,762 กิโลกรัม
Honda e:N2 มาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่
- สีใหม่! สีขาวไดมอนด์ดัสต์(มุก)
- สีเทาเออร์เบิน (มุก)
- สีดำคริสตัล (มุก)
ภายในห้องโดยสารมีสีเดียว คือ สีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม
Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้า SUV ทรงสปอร์ต Fastback เปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอยู่ที่ 1,429,000 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
smart #5 PREMIUM เอสยูวีไฟฟ้า 363 แรงม้า แบตเตอรี่ 100 kWh ชาร์จเร็ว 400 kW ราคา 1.749 ล้านบาท
จากรถยนต์ขนาดกะทัดรัดสู่เอสยูวีพรีเมียมไซซ์กลาง smart #5 PREMIUM ขยับเกมครั้งสำคัญ ชูมอเตอร์ไฟฟ้า 363 แรงม้า
smart #3 Sport Coupé SUV สวยสปอร์ต 272 แรงม้า! วิ่ง 455 กม. เคาะราคา 1.549 ล้าน
smart #3 Sport Coupé SUV เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ด้วยการผสมผสานรูปลักษณ์
ลองขับ MAZDA CX-6e อีวี พิสูจน์ DNA ซิ่งนุ่ม คุมแม่น สไตล์มาสด้า
มาสด้า CX-6e ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา ลองขับจริงจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้ากาญจนบุรี เจอทั้งรถติด ทางด่วน และถนนหลากหลายรูปแบบ
ปอร์เช่ เอเอเอสฯ ชวนสัมผัสยนตรกรรมสปอร์ต พร้อมข้อเสนอดาวน์ 0%* ในงาน AAS Roadshow at Central Ladprao 22–28 ต.ค.นี้
ปอร์เช่ เอเอเอสฯ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการรายแรกของประเทศไทย
GWM รายงานยอดขายต่างประเทศเดือนกันยายนเติบโต 19.40%
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด
ถอดรหัส smart #1 Premium รถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ไม่ได้มีดีแค่ประหยัด แต่ต้องขับสนุกและปลอดภัย
ในวันที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแข่งขันกันดุเดือด การมีแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ วิ่งได้ไกล หรือแปะหน้าจอขนาดยักษ์ไว้กลางคอนโซล

