‘กลาสเทค’ ผู้นำธุรกิจกระจกรถยนต์อันดับ 1 ภายใต้แบรนด์ “Glass Heroes” เปิดเกมรุกอุตสาหกรรมกระจกรถยนต์ 3,600 ล้านบาท ชูแผน 5 ปี เปิด 25 สาขา เร่งยกระดับมาตรฐาน การขับขี่ปลอดภัย ด้วยระบบ ADAS เทคโนโลยีระดับโลกจาก Belron มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการรถยนต์ไทย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยผู้ขับขี่ ประหยัดเงิน และรักษาสิ่งแวดล้อม
นายประวีณ เจียมบุรเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลาสเทค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เซ็นสัญญาดำเนินธุรกิจร่วมกับ Belron ผู้นำในด้านกระจกรถยนต์และความปลอดภัยในการขับขี่ อันดับ 1 ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้แบรนด์ “Glass Heroes” ตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ปัจจุบันเปิดให้บริการรวม 9 สาขา ในกรุงเทพฯ และชลบุรี และมีแผนขยายสาขาให้ครบ 25 สาขา ภายใน 5 ปี คาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท สอดรับกับทิศทางของอุตสาหกรรมกระจกรถยนต์ มูลค่า 3,600 ล้านบาทที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ เทคโนโลยีอุตสาหกรรมรถยนต์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีระบบ AI เข้ามาช่วยให้ผู้ขับขี่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคมีความรู้ และมองหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัย เทรนด์เหล่านี้เข้ามาดิสรัปอุตสาหกรรมกระจกรถยนต์ ทำให้เราต้องปรับตัว จากเดิมเมื่อกระจกแตกร้าว ต้องเปลี่ยนกระจกทั้งบาน มีค่าใช้จ่ายสูง พอมีระบบ ADAS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่ รวมถึงระบบเซนเซอร์ และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่สามารถซ่อมแซมได้ ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนกระจกทั้งบาน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น
ทั้งนี้ เทคโนโลยีของยานยนต์มีการพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้นทุนต่อการซ่อมสูงขึ้นมาก ในอุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มนำระบบ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เวลารถยนต์มีปัญหากระจกแตกร้าวจึงต้องมีการปรับเทียบ (Recalibrate) ระบบ ADAS เพื่อช่วยให้การทำงานของระบบความปลอดภัยรถยนต์มีความแม่นยำมากขึ้น โดยกสาสเทค ได้จับมือกับ Belron ผู้นำในด้านกระจกรถยนต์และความปลอดภัยในการขับขี่ อันดับ 1 ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันดำเนินธุรกิจใน 44 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานกว่า 30,000 คน ให้บริการลูกค้ากว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ไทยเป็นประเทศที่ 43 และเป็นประเทศแรกในอาเซียน ที่เปิดให้บริการลูกค้าในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “Glass Heroes”
“Glass Heroes” มีรูปแบบให้บริการ เรียกว่า “3R” ได้แก่ การซ่อมกระจกรถยนต์ (Repair) การเปลี่ยนกระจกรถยนต์ (Replace) และการปรับเทียบกล้องเซนเซอร์ (Recalibrate) โดยช่างฝีมือที่ผ่านการอบรมจากสถาบันองค์กรวิชาชีพสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ (Institute of the Motro Industry หรือ IMI)
สำหรับการบริการซ่อมกระจกรถยนต์ของ “Glass Heroes” ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดด้วยเครื่อง ART (Advanced Repair Technology) ที่มีการจดสิทธิบัตร พร้อมด้วยชุดอุปกรณ์ซ่อมกระจกรถยนต์ด้วยน้ำยาชนิดพิเศษจาก Belron และการซ่อมด้วยระบบสุญญากาศที่สามารถทำให้น้ำยาซึมเข้าสู่แผลกระจกรถยนต์ได้ทุกอณูถึงระดับ Micro Crack ที่เครื่องรุ่นเก่าไม่สามารถซ่อมได้ ทำให้แผลเนียน ใส และการันตีความแข็งแรงของการซ่อมกระจกรถยนต์ได้ 100% ที่สำคัญช่วยประหยัดงบประมาณจากเดิมที่ต้องเปลี่ยนกระจกทั้งบานที่มีค่าใช้จ่ายหลักหมื่น เป็นค่าซ่อมหลักพันบาท
โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โตโยต้าระเบิดศึก Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 พร้อมพิสูจน์พลัง Yaris ATIV HEV GR Sport
“โตโยต้า” เดินหน้าปลุกจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ต จัดศึก Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 2 เปิดประสบการณ์ใหม่ ส่ง
Volvo ES90 เทคโนโลยีแน่น เมื่อ ‘ความปลอดภัย’ ถูกยกระดับด้วย AI” ท้าชนตลาดหรู 2.99 ล้าน
Volvo ES90 เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ กับภารกิจไม่ได้มาแค่ขายรถไฟฟ้า แต่เหมือนวอลโว่กำลังประกาศให้รู้ว่า “เกมอีวีพรีเมียม”
BIG MOTOR SALE 2026 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งมอบความสุขสู่สังคม
บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดงาน BIG MOTOR SALE 2026 ร่วมกับแบรนด์พันธมิตรทำกิจกรรมเพื่อสังคม ควบคู่กับการขับเคลื่อน
ยามาฮ่า รับรางวัลเกียรติยศด้านการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เข้ารับรางวัลเกียรติยศด้านการส่งเสริม
ไทยยามาฮ่าส่งมอบ YAMAHA NMAX 155 ใหม่ จำนวน 1,001 คัน
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินหน้าสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วประเทศ ด้วยการส่งมอบรถจักรยานยนต์
โตโยต้า ร่วมสนับสนุน ททท. เปิดตัวโครงการ “Take Leave Consciously ลาพัก...ไปรักษ์โลก”
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “Take Leave Consciously ลาพัก...ไปรักษ์โลก”

