
“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้”
“เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า ร่ำรวยผิดปกติว่า เขาคิดอย่างไร ชาวบ้านตอบว่ารู้สึกไม่พอใจ แต่ไม่ใช่เพราะโกง เขารู้มานานแล้วว่าโกง แต่ไม่พอใจที่โกงได้มากขนาดนี้ น่าจะแบ่งให้ชาวบ้านในการแจกจ่ายสวัสดิการเพื่อซื้อเสียงมากกว่านี้ นั่นคือ ยอมรับการคอร์รัปชั่นเต็มประตู จะติดขัดก็อยู่ตรงที่การเวียนแจกจ่าย”
“นักการเมืองโกงๆ จำนวนไม่น้อยในเมืองไทยจะได้รับการเลือกตั้งกลับมาใหม่ชนิดแน่นอน ก็เพราะเขาจัดการด้านการเวียนแจกจ่ายให้เป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่ได้”
นิธิ เอียวศรีวงศ์
ไชยันต์ ไชยพร
ปฏิเสธไม่ได้ว่า สำหรับวิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. ๒๕๔๙ ปรากฏการณ์ในการเมืองไทยในช่วงเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมามีส่วนคล้ายคลึงกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอีกหลายๆ ประเทศ นั่นคือ มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งในการซื้อเสียงและนโยบายประชานิยมเฉพาะหน้า กระนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังสนับสนุนรัฐบาลหรือนักการเมืองเหล่านี้อยู่ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้พบได้ในงานวิจัย “Why Do Corrupt Governments Maintain Public Support ?” ของสองนักรัฐศาสตร์อเมริกัน คือ Luigi Manzetti และ Carlole J. Wilson ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Comparative Political Studies, ปีที่ ๔๐ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ งานวิจัยชิ้นนี้พยายามที่จะศึกษาหาคำตอบต่อข้อสงสัยที่ว่า “ทำไมประชาชนจึงยังคงสนับสนุนรัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชั่น ?” [1] และได้ชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่ต้นทศวรรษ ๑๙๙๐ เป็นต้นมา ทั่วโลกตื่นตัวต่อผลเสียร้ายแรงที่เกิดจากการคอร์รัปชั่นของนักการเมืองที่ส่งกระทบต่อ การเติบโตทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางการเมืองของประชาชน ในบางประเทศอย่างเช่น บราซิล เปรูและเอควาดอร์ ประชาชนไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นของผู้นำนักการเมืองจนถึง ขั้นถอดถอนออกจากตำแหน่ง (impeachment) หรือในกรณีของอิตาลี เยอรมนีและญี่ปุ่นที่นายกรัฐมนตรีเคยถูกกดดันจนต้องลาออก รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทำนองเดียวกันในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม แม้สื่อมวลชนจะประโคมให้เห็นว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายของการต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่กระนั้น ข้อเท็จจริงอันหนึ่งที่ยังไม่ได้สนใจวิเคราะห์อย่างจริงจังก็คือ นักการเมืองที่ทุจริตหรือชื่อเสียงเสื่อมเสียเหล่านั้นจำนวนไม่น้อยยังกลับมาได้รับชัยชนะมีคะแนนเสียงท่วมท้นในการเลือกตั้ง ได้กลับเข้าไปมีอำนาจทางการเมืองอีก! หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นชัดเจนคือ กรณีนายซิลวิโอ แบลุสโคนีของอิตาลี แม้ว่าเขาจะถูกศาลไต่สวนในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาชญากรรมร้ายแรงมากมาย แต่เขาก็ยังได้รับเลือกกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีใน พ.ศ. ๒๕๓๗ และอีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ. ๒๕๔๓ ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้นักวิชาการทั้งสองต้องการหาคำตอบว่า ทำไมประชาชนยังจะเลือกนักการเมืองทุจริตฉ้อฉลเหล่านี้อีก ?
Manzetti และ Wilson ได้เก็บตัวอย่างและศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบปรากฏการณ์ทางการเมืองดังกล่าวนี้จาก ๑๔ ประเทศ และได้ข้อสรุปว่า หลักฐานทางสถิติสอดคล้องกับสมมุติฐานการศึกษาที่ พวกเขาได้ตั้งไว้ นั่นคือ “ประชาชนในประเทศที่สถาบันการเมืองและระบบราชการอ่อนแอไร้ประสิทธิภาพ แต่มีความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ (patron-clients relationships) ที่เข้มแข็ง มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนผู้นำที่ฉ้อฉล ที่ประชาชนคาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้จากผู้นำแบบนี้”
ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นอีกด้วยว่า ตราบเท่าที่บรรดาผู้นำทางการเมืองที่ทุจริตฉ้อฉลเหล่านี้ยังสามารถสนองตอบความพอใจให้แก่บรรดาเครือข่ายในระบบอุปถัมภ์ของพวกเขาได้โดยการยักย้ายถ่ายเททรัพยากรของรัฐ พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะยังคงไว้ซึ่งการสนับสนุนทางการเมืองจากประชาชน
ซึ่งนักวิชาการทั้งสองเห็นว่า ในประเทศที่มีเงื่อนไขที่หล่อเลี้ยงปรากฏการณ์ทางการเมืองในลักษณะนี้ให้เจริญเติบโตอยู่ ลำพังเพียงการปฏิรูประบบการบริหารงานภาครัฐ ไม่สามารถแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของผู้นำทางการเมืองประเภทนี้ได้
ผลการศึกษาเปรียบเทียบ ๑๔ ประเทศของนักวิชาการทั้งสองนี้ช่วยเป็นกระจกเงาให้เข้าใจวิกฤตการเมืองในบ้านเราว่า ปรากฏการณ์ (พ.ต.ท.) ทักษิณและพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่เป็นนอมินีของเขาไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ผู้นำอย่างทักษิณก็ไม่ได้พิเศษอะไร เพราะที่อื่นๆ ก็เป็นกันและมีปัญหาเหมือนกันกับประเทศไทย เพราะเมื่อมองย้อนกลับดูกรณีของไทย จะพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เฉยชาหรือยอมรับการคอร์รัปชั่นและปล่อยให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปกติ
ดังที่ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้เคยเขียนถึงประเด็นดังกล่าวนี้ไว้อย่างน้อยสองครั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ และปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ก่อนเกิดวิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยเขาได้กล่าวว่า
“เมื่อมีการเลือกตั้งภายใต้ รสช. นั้น ชาวบ้านใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่บอกว่า ไม่เลือก ส.ส. ของเขาแล้ว เพราะ ส.ส. คนนั้นถูก รสช. ยึดทรัพย์ไปหลายร้อยล้าน ชาวบ้านไม่ได้รังเกียจที่มี ส.ส. เป็นคนโกง แต่ชาวบ้านบอกว่า ถ้าโกงได้มากอย่างนี้ ก็ควรซื้อเสียงเขาในราคาแพงกว่านี้ ‘ถึงจะเป็นธรรม’”
และ
“เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า ร่ำรวยผิดปกติว่า เขาคิดอย่างไร ชาวบ้านตอบว่ารู้สึกไม่พอใจ แต่ไม่ใช่เพราะโกง เขารู้มานานแล้วว่าโกง แต่ไม่พอใจที่โกงได้มากขนาดนี้ น่าจะแบ่งให้ชาวบ้านในการแจกจ่ายสวัสดิการเพื่อ ซื้อเสียงมากกว่านี้ นั่นคือ ยอมรับการคอร์รัปชั่นเต็มประตู จะติดขัดก็อยู่ตรงที่การเวียนแจกจ่าย”
และด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองที่ทำให้
“นักการเมืองโกงๆ จำนวนไม่น้อยในเมืองไทยจะได้รับการเลือกตั้งกลับมาใหม่ชนิดแน่นอน ก็เพราะเขาจัดการด้านการเวียนแจกจ่ายให้เป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่ได้” [2]
สิ่งที่ นิธิ กล่าวไปข้างต้นนี้มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะข้อความดังกล่าวนี้ เขาเขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ ก่อนที่สังคมไทยจะเข้าสู่วิกฤตการเมืองครั้งสำคัญที่ปะทุขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่มีการชุมนุมใหญ่ต่อต้านขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในข้อหาการซื้อขายหุ้นโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ซึ่งต่อมาจะพบว่า เหตุผลที่ประชาชนฝ่ายที่สนับสนุน (พ.ต.ท.) ทักษิณใช้ในการปกป้องนักการเมืองรวมถึงการยอมรับและการสนับสนุนนักการเมืองโกงของพวกเขาก็คือ
“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” สิ่งที่ผู้วิจัยอยากจะเสริมโดยอาศัยความคิดของ นิธิ ก็คือ ที่ผ่านมา การทุจริตโกงกินเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของนักการเมืองยังอยู่ในวงที่แคบกว่า และก็มักจะเป็นการตอบแทนนายทุน เมื่อการเมืองเข้าสู่ยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย (พ.ต.ท.) ทักษิณ ชินวัตร สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดในเรื่องการไม่สามารถสร้างกระบวนการเวียนแจกจ่ายในพื้นที่ซึ่งใหญ่ขึ้นนี้ให้เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปได้
การตอบแทนประโยชน์ได้ขยายตัวสู่ประชาชนในวงกว้างผ่านนโยบายประชานิยมต่างๆ จากการยักย้ายถ่ายเททรัพยากรของรัฐ อาทิ นโยบาย “ปลดหนี้ กองทุนหมู่บ้าน สามสิบบาทรักษาทุกโรค ฯลฯ” จึงทำให้ฐานพลังทางการเมืองที่สนับสนุนปกป้อง (พ.ต.ท.) ทักษิณ ชินวัตร เคลื่อนตัวลงมาครอบคลุมถึงประชาชนในระดับ “รากหญ้า” ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ อีกทั้งการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อที่สามารถส่อนัยของการเลือกตั้งฝ่ายบริหารทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างๆ ที่ทำให้ภาพของผู้นำทางการเมืองโดดเด่นชัดเจนกว่าระบบการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมทั้งภาวะผู้นำทางการเมืองของ พ.ต.ท. ทักษิณเองด้วยที่ส่งผลให้เกิด นายกรัฐมนตรีที่คนไทยชื่นชอบ โดยผ่านการเลือกตั้งและการบริหารราชการในระบอบประชาธิปไตยได้
ปรากฏการณ์ (พ.ต.ท.) ทักษิณจะเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดเกินความคาดหมาย เพราะถ้าหากใช้ตรรกะเหตุผลในคำอธิบายข้างต้นของนิธิ ก็จะช่วยให้เข้าใจปรากฏการณ์ “ทักษิณนิยม” ได้ นั่นคือ
หากผู้นำทางการเมืองคนใดสามารถสร้างกระบวนการเวียนแจกจ่ายในพื้นที่ซึ่งใหญ่ขึ้นนี้ให้เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปได้ และหากพื้นที่ดังกล่าวขยายตัวมากพอก็จะทำให้ผู้นำทางการเมืองคนนั้นเป็น นายกรัฐมนตรีที่คนไทยชื่นชอบได้
และด้วยเหตุนี้ ปรากฏการณ์ทางการเมืองไทยที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังให้การสนับสนุน (พ.ต.ท.) ทักษิณอยู่ขณะนี้ก็ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สนับสนุนงานวิจัยของ Manzetti และ Wilson ถือเป็นประเทศที่สิบห้าได้โดยไม่ต้องเสียเวลามาเก็บข้อมูลที่เมืองไทย
(แหล่งอ้างอิง: Luigi Manzetti and Carlole J. Wilson, “Why Do Corrupt Governments Maintain Public Support?”, Comparative Political Studies, 40, 8 (August 2007): 949-970; ไชยันต์ ไชยพร, นิธิ เอียวศรีวงศ์ ใน/กับวิกฤตการเมืองไทย, (กรุงเทพฯ: คบไฟ: ๒๕๕๗))
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴LIVE ผ่าทางตัน อุตสาหกรรมสีเขียว | รายการพิเศษ : 3 ทศวรรษไทยโพสต์
รายการพิเศษ : 3 ทศวรรษไทยโพสต์ : วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569
ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา
ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง
🔴LIVE 'เนเน่' ทำสำเร็จ!! คว้าแชมป์ AGT2026 | ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569
'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”
🔴LIVE ไล่บี้ภาษีชินวัตร | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569
🔴LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | ความจริง 'มหาอุทกภัย’ ตื่นตูม หรือ ต้องตื่นตัว!?
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ.2569

