ถึงคุณไอติม…ชีวิตจริงไม่มีเชิงอรรถ

ซองนี้ไม่ได้เพิ่งมาถึงครับ

เจ้าของซองใช้นามว่า “คนธรรมดาคนหนึ่ง” ส่งมาหลายวันแล้ว ผมอ่านแล้วก็วางเอาไว้ก่อน

พอดีช่วงที่ซองยังวางอยู่ คุณไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ก็มีเรื่องให้พูดถึงขึ้นมาอีก

คราวนี้ไม่ใช่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องระบบเลือกตั้ง หรือโมเดลทางการเมืองอะไร

แต่เป็นเรื่องพรรคกล้าธรรม หลัง สส. 58 คนโหวตเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สวนมติวิปฝ่ายค้าน

คุณไอติมในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านประกาศปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน

เด็ดขาดดีเหมือนกันนะ

ผมเลยนึกถึงซองที่วางอยู่ขึ้นมา

เพราะเจ้าของซองเขียนมาถึงคุณไอติมโดยเฉพาะ และตั้งคำถามกับแกเสียหลายเรื่อง ตั้งแต่วิธีคิดแบบนักวิชาการ เรื่องทฤษฎี เรื่องโครงสร้าง ไปจนถึงคำถามสำคัญว่า สิ่งที่ดูดีบนกระดาษ พอมาเจอชีวิตจริงของคนแล้วจะเป็นอย่างไร

จริงๆ เรื่องที่เจ้าของซองอยากพูดกับคุณไอติม จะส่งไปหาเจ้าตัวโดยตรงก็ได้ครับ

คุณพริษฐ์มีช่องทางของตัวเองอยู่แล้ว ทั้ง Facebook ทั้ง X อยากบอกอะไร อยากวิจารณ์ตรงไหน สื่อสารถึงเจ้าตัวได้ไม่ยาก

แต่เจ้าของซองเลือกส่งมาทาง “เปิดซองออนไลน์” แถมลงท้ายไว้ชัดเจนว่า “ฝากคุณเสมอต้นเปิดซองนี้”

งั้นก็ถึงหน้าที่ผมแล้วครับ

ต้นฉบับที่ส่งมาย่อหน้าค่อนข้างยาว ผมขออนุญาตแบ่งย่อหน้าใหม่สักหน่อย ไม่ได้แก้เนื้อหา เพียงจัดให้อ่านง่ายขึ้น

เชิญเปิดซองครับ

เรียน คุณเสมอต้น (ผ่านคอลัมน์ เปิดซองออนไลน์)

มองทะลุทฤษฎีการเมืองของ  “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” เมื่อวิทยานิพนธ์แก้ปัญหาชีวิตจริงไม่ได้

คุณเสมอต้นครับ ผมติดตามคอลัมน์ของคุณมาตลอด และเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างสำหรับมุมมองทางการเมืองที่ตรงไปตรงมา วันนี้ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้สะท้อนมุมมองต่อ คุณไอติม ในฐานะคนที่ติดตาม เฝ้ามอง และวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางการเมืองมาโดยตลอด

ไม่ใช่ในฐานะผู้ตอบรับข่าวสารฝ่ายเดียว แต่ในฐานะคนที่มองเห็นช่องว่างระหว่างทฤษฎีในห้องเรียนกับความเป็นจริงบนแผ่นดินไทย

ทุกครั้งที่คุณไอติมลุกขึ้นอภิปรายในสภา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ การออกแบบระบบสภา การตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง หรือการกระจายอำนาจ เราจะเห็นภาพของนักการเมืองเชิงเทคโนแครต (Technocrat) ที่พรั่งพรูตรรกะ ตัวเลขอ้างอิง และโมเดลเชิงโครงสร้างที่ผ่านการเจียระไนมาจากสถาบันชั้นนำระดับโลก

ภาษาการเมืองของคุณไอติมเปรียบเสมือนบทความวิชาการที่ถูกนำเสนอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยต่อ และดูสมบูรณ์แบบในเชิงทฤษฎี แต่คำถามใหญ่เชิงวิเคราะห์ที่ต้องถามกันอย่างจริงจังก็คือ โครงสร้างอันเพียบพร้อมในกระดาษรายงานเหล่านี้ ตอบโจทย์วิถีชีวิตและความเป็นจริงของสังคมไทยได้จริงหรือ?

วิธีคิดของคุณไอติมถูกขับเคลื่อนด้วยความเชื่อแบบ “นักวิชาการนิยม” (Academic Determinism) ที่เชื่อว่าหากเราแก้ไขบรรทัดในกฎหมายสูงสุด หรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างสถาบันทางการเมืองให้เป็นสากล แล้วปัญหาสังคม ปากท้อง และเสรีภาพของประชาชนจะถูกแก้ตามไปโดยอัตโนมัติ แต่นั่นคือการมองโลกผ่านแว่นตาของนักทฤษฎีที่มองมนุษย์เป็นเพียงตัวแปรในสมการการเมือง

ในความเป็นจริง เสรีภาพและความอยู่ดีกินดีของประชาชนระดับฐานราก ไม่ใช่สิ่งที่วัดได้ด้วยคำว่า “สถาบันทางการเมืองที่เป็นสากล” ตามตำราตะวันตก

ชาวบ้านในชนบทและคนหาเช้ากินค่ำเขามีเสรีภาพในการทำมาหากิน มีเสรีภาพในการดำเนินชีวิตประจำวันอยู่แล้ว สิ่งที่เขากำลังเผชิญไม่ใช่การขาดแคลนเสรีภาพในเชิงกฎหมาย แต่คือการขาดแคลนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิตที่สูงลิ่ว และโอกาสทางสังคมที่จับต้องได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มแก้มาตราใดมาตราหนึ่งในรัฐธรรมนูญ

หากเราลองจินตนาการภาพในอนาคตว่า วันหนึ่ง คุณไอติม ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภาพที่เราจะได้เห็นคือการบริหารประเทศผ่านบททดลองทางวิชาการขนาดใหญ่

ประเทศไทยจะถูกปกครองด้วยวิทยานิพนธ์ ภาษาทางการเมืองที่ไกลตัว และกระบวนการอภิปรายที่เน้นตรรกะแบบ Oxford Union ในห้องแอร์ แต่กลับไร้ซึ่งความเข้าใจในพลวัตความรู้สึก และความเจ็บปวดที่แท้จริงของประชาชน

ผู้นำที่เติบโตมาในสภาวะแวดล้อมชั้นนำ และเรียนรู้ความยากจนผ่านรายงานวิจัย อาจบริหารประเทศได้เนียนกริบในเชิงเอกสาร แต่น่าสงสัยยิ่งว่าในชีวิตจริง คุณไอติมเคยต้องเผชิญกับความกดดันของการไม่มีเงินหมุนเวียนในสิ้นเดือน ประทานโทษเถอะตั้งแต่เกิดมาเคยต้องลงมือหุงข้าวกินเองบ้างหรือไม่ หรือเคยสัมผัสความจริงกลางแดดกลางฝนโดยไร้กล้องสื่อมวลชนคอยจับภาพหรือเปล่า

การลงพื้นที่หรือการเสนอแนวคิดทางการเมืองของคุณไอติม จึงมีลักษณะของการสอน และจัดวางโครงสร้างให้ประชาชนเดินตามกรอบทฤษฎี มากกว่าการรับฟัง บริบททางวัฒนธรรมและความจริงเชิงพื้นที่

ผลลัพธ์คือการพยายามยัดเยียดบทเรียนประชาธิปไตยตามตำราฝรั่ง ให้กับสังคมที่มีวิถีชีวิตและความต้องการเชิงรูปธรรมที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากผ่านคุณเสมอต้นไปถึงคุณไอติมและกลุ่มนักการเมืองสายทฤษฎีว่า การบริหารประเทศจริงไม่ใช่การแข่งโต้วาที และกระดาษรายงานไม่สามารถนำมาต้มกินได้

หากคิดจะนำพาประเทศนี้ไปข้างหน้า ถอดแว่นตานักวิชาการลง ถอดสูทที่เรียบร้อย แล้วลองมองความจริงผ่านสายตาของสังคมที่ไม่ใช่ห้องเรียนวิชาการดูบ้าง คุณอาจจะพบว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่ผู้นำที่เก่งแต่ท่องตำราประชาธิปไตยมาเล่าให้ฟัง แต่คือผู้นำที่เข้าใจชีวิตจริงอย่างแท้จริง

ฝากคุณเสมอต้นเปิดซองนี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งมุมมองวิพากษ์วิจารณ์เชิงโครงสร้างครับ

ด้วยความนับถือ
(คนธรรมดาคนหนึ่ง)

อ่านจบแล้ว ผมว่าคุณไอติมโดนไปหลายดอกเหมือนกัน

โดยเฉพาะเรื่องเคยหุงข้าวกินเองไหม เคยเงินหมดตอนสิ้นเดือนหรือเปล่า

อันนี้ผมไม่รู้ครับ

คุณไอติมก็ยังเป็นคนรุ่นใหม่ ให้เวลาแกอีกหน่อย

วันหนึ่งไม่แน่ อาจได้เป็นนายกรัฐมนตรีขึ้นมาจริงๆ อย่างที่เจ้าของซองจินตนาการไว้ก็ได้

ถึงวันนั้นเรื่องหุงข้าวคงไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้วครับ

เพราะทำเนียบฯ น่าจะมีคนหุงให้

อ้าว…ไปกันใหญ่

เอาเป็นว่า ผมไม่คิดว่าคนเราต้องเคยจน เคยเงินหมดตอนสิ้นเดือน หรือหุงข้าวกินเอง ถึงจะคิดเรื่องแก้ความยากจนได้

แต่ถ้าชีวิตไม่เคยเจอเรื่องพวกนี้เลย เวลาจะพูดแทนคนที่เจอ ก็คงต้องฟังเขาให้มากหน่อย

ตรงนี้ผมว่าเจ้าของซองถามได้

คุณไอติมเก่งเรื่องระบบ อันนี้เถียงยาก

รัฐธรรมนูญ กติกาในสภา ระบบเลือกตั้ง เรื่องพวกนี้ถ้าแกจับไมค์อธิบาย ฟังไปสักพักผมเริ่มสงสัยว่า คนฟังต้องมีปากกากับสมุดด้วยหรือเปล่า

แซวเล่นนะครับ

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับเจ้าของซองตรงที่เหมือนจะให้เลือกระหว่างเรื่องปากท้องกับเรื่องโครงสร้าง

มันเลือกไม่ได้หรอกครับ

คนที่ผ่อนบ้านอยู่ก็มีรัฐธรรมนูญ คนที่ขายของไม่ดีก็อยู่ใต้รัฐบาลเดียวกับเรา ราคาพืชผล ค่าแรง โรงเรียนของลูก โรงพยาบาลที่ต้องไป สุดท้ายมันก็หนีการเมืองไม่พ้น

เพราะฉะนั้นคุณไอติมพูดเรื่องโครงสร้างต่อไปเถอะ

ผมไม่ได้ติดใจตรงนั้น

ที่อยากเห็นมากกว่าคือ เวลาพูดเรื่องพวกนี้ คุณไอติมพาคนธรรมดาเข้าไปอยู่ในเรื่องที่พูดด้วย

พูดเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็ให้เขารู้ว่ามันเกี่ยวอะไรกับชีวิตเขา พูดเรื่องกระจายอำนาจ ก็ให้เขาเห็นว่าถ้าทำได้จริง บ้านเขาจะเปลี่ยนตรงไหน

ถ้าทำได้ เรื่องที่ดูเป็นเรื่องของนักการเมืองหรือเรื่องในสภา มันก็จะไม่ไกลตัวอย่างที่หลายคนรู้สึก

ในตำราหรือวิทยานิพนธ์ ถ้ามีตรงไหนที่ต้องอธิบายเพิ่มเติม ยังมีเชิงอรรถให้คนอ่านตามไปดูได้

แต่ชีวิตคนไม่มีครับ

เงินไม่พอใช้ หนี้ถึงกำหนด ลูกจะเปิดเทอม เรื่องพวกนี้ไม่มีเลขตัวเล็กๆ กำกับไว้ข้างล่างว่าให้อ่านคำอธิบายเพิ่มเติมตรงไหน

ส่วนเรื่องพรรคกล้าธรรมที่เกิดขึ้นพอดีกับช่วงที่ซองนี้วางอยู่ ผมว่าอย่างน้อยก็ทำให้เราเห็นคุณไอติมอีกด้านหนึ่ง

เรื่องมาถึงตรงหน้า แกก็ตัดสินใจได้

ไม่ต้องเปิดตำราก่อนว่าหน้าไหนเขียนไว้

58 เสียงของพรรคกล้าธรรมโหวตงบประมาณสวนมติฝ่ายค้าน คุณไอติมในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านก็จัดการเรื่องในส่วนของวิปไป

เรื่องนั้นก็ว่ากันไปครับ

เพราะสิ่งที่เจ้าของซองถาม ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณไอติมเด็ดขาดพอหรือเปล่า

เขาถามถึงเรื่องที่ยากกว่านั้น

คือเวลาพูดถึงประชาชน คุณรู้จักชีวิตของคนที่กำลังพูดถึงแค่ไหน

เรื่องนี้ผมตอบไปแล้วครับว่า ไม่จำเป็นต้องเคยเจอทุกอย่างด้วยตัวเอง

แต่ถ้าไม่เคยเจอ ก็ต้องฟังคนที่เจอให้มากหน่อย

ยิ่งเป็นนักการเมืองที่พูดเรื่องอนาคตของประเทศอยู่บ่อยๆ เรื่องนี้ยิ่งข้ามไม่ได้

ตำราอ่านเยอะไม่เสียหายครับ

รัฐธรรมนูญก็ต้องอ่าน

แต่ถ้าว่างจากสองอย่างนี้เมื่อไหร่ ลองอ่านชีวิตคนเพิ่มอีกเล่มก็ดี

เล่มนี้หนาหน่อย

แถมไม่มีเชิงอรรถให้ด้วย

—เสมอต้น
24 กันยายน 2569

📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธนพร' ชี้รัฐบาลเสถียรภาพแน่น ตัวเลขเศรษฐกิจเข้มแข็ง ไม่จำเป็นต้องสร้างแรงกระเพื่อม

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง วิเคราะห์กระแสข่าวเกี่ยวกับสถานะของพรรคกล้าธรรม ภายหลังเกิดความขัดแย้งภายในพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของรัฐบาล และรัฐบาลยังไม่มีความจำเป็นต้องดึงพรรคการเมืองอื่นมาเพิ่มเสียงสนับสนุนในสภา

'วัน' ถึงกับอึ้ง! เกิดมาเพิ่งเคยเห็น ขับกล้าธรรมพ้นฝ่ายค้าน

นายวัน อยู่บำรุง อดีต สส.กรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังมีความเคลื่อนไหวปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือวิ

‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’

‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร