‘หลวงพ่อสายทอง’

วันนี้....

ขอเป็นมัคนายก “โรงพยาบาลราชวิถี” นำยาดีทางรักษาใจมาบอกกล่าวท่านทั้งหลายล่วงหน้าซักเล็กน้อย

คือ เสาร์-อาทิตย์ ที่ ๖-๗ มิถุนายน ๒๕๖๙ ที่จะถึงนี้

“หลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม” วัดป่าห้วยกุ่ม ชัยภูมิ ท่านจะเดินทางมาที่โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อเป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ทอดผ้าป่ามหากุศล “ส่งต่อการให้ลมหายใจ เพื่อหลายชีวิต”

จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ กอง กองละ ๙๙๙ บาท

ที่ห้องประชุมพิบูลสงคราม ชั้น ๑๒ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ รพ.ราชวิถี

เพื่อนำเงินทอดผ้าป่า เป็นกองทุนก่อสร้างและจัดซื้ออุปกรณ์ ครุภัณฑ์การแพทย์ “อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน” โรงพยาบาลราชวิถี

อาคารเดิมเคยมี แต่เก่าแก่ ผุพัง ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินในแต่ละวัน/ในแต่ละปีที่ “ร่วมแสนคน” ได้เพียงพอ

จำเป็นต้องสร้างใหม่ ก็หลายสิบชั้นอยู่ ให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินแบบ On Stop Service ต้องใช้เงินในการนี้ ไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐ ล้าน

แต่รัฐเจียดงบให้ ๘๗๔.๕ ล้านบาท...

นอกนั้น เป็นหน้าที่ผู้บริหาร “โรงพยาบาลราชวิถี” ใช้บริกรรมพิธีจัดหาเงินมาสร้างเอง!

“คุณหมอไพโรจน์ เครือกาญจนา” รอง ผอ.ด้านการแพทย์ รพ.ราชวิถี ท่านโชคดี ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้มีโอกาส “สะสมบารมี”

.........ไปหาเงินมาสร้างให้เสร็จ!

การก่อสร้างโครงอาคารใกล้จะเสร็จ เกิดแผ่นดินไหว เมื่อ ๒๘ มีนา.๖๘ ที่จะเสร็จ ก็เลยเสร็จ ต้องซ่อมใหม่ทั้งที่ยังไม่เสร็จ

ตอนนี้ จะว่าเสร็จ-ก็เสร็จ, จะว่ายังไม่เสร็จ-ก็ยังไม่เสร็จ เพราะมีแต่ตัวอาคารโล่งๆ แต่ยังไม่ได้ตกแต่งภายในเลย!

ทั้งเครื่องไม้-เครื่องมือแพทย์ ทั้งครุภัณฑ์ทางการแพทย์

ก็ยังไม่มีซักชิ้น!

คุณหมอไพโรจน์ ตั้งใจจะเปิดใช้รักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินซัก ๓-๔ ชั้นก่อนในปีนี้ แต่ก็ยังติดขัดเรื่องเงินซื้อเครื่องมือแพทย์

ถึงแม้มีผู้ใจบุญบริจาคเงินอยู่บ้าง....

แต่ก็ยังต้องจัดหาเพิ่มเติมอีกประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ยังไม่รู้จะหาจากไหน!

“หลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม” ท่านอยู่ในป่า-ในเขา

เล็งเห็นประโยชน์การมี “อาคารผู้ป่วยฉุกเฉิน” เพื่อช่วยชีวิตมนุษย์ผู้ทุกข์ยากใน “นาทีเป็น-นาทีตาย”

หลวงพ่อจึงรับเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ ในการทอดผ้าป่า ๑๐๐,๐๐๐ กอง กองละ ๙๙๙ บาท ขึ้น

โดยวันเสาร์ที่ ๖ มิ.ย. ตอน ๑๗.๐๐ น.....

ท่านจะเดินทางมาโปรดญาติโยมที่ชั้น ๑๒ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมสนทนาธรรมเป็นธรรมทานกับญาติโยมด้วย

หลวงพ่อสายทองนั้น....

ทราบกันทั่วไปว่า ท่านเป็นพระผู้เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของชาวบ้านโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ

กิจอันพึงทำหลักของหลวงพ่อ นอกจากวัตรปฏิบัติของอริยสงฆ์แล้ว หลวงพ่อจะสร้างโรงพยาบาลรักษาชาวบ้านตามชนบท ทั้งเหนือ อีสาน ใต้

หลวงพ่อทอดผ้าป่าสร้างโรงพยาบาลมาแล้ว ถ้าผมจำไม่ผิด ก็กว่า ๒๐ แห่ง!

ฉะนั้น ผมจึงนำข่าวมากล่าวบอก เพราะทำบุญสร้างอะไร จะประเสริฐสุด จะเกิดประโยชน์สูงสุด เท่ากับ “สร้างโรงพยาบาล” เห็นจะไม่มี

เมื่อหลวงพ่อสายทองเดินทางมาเป็นเนื้อนาบุญประเสริฐ นำทางผู้เล็งเห็นประโยชน์ในการสร้างโรงพยาบาลร่วมกันเช่นนี้แล้ว

๕ โมงเย็น วันที่ ๖ มิถุนา.....

ไปกราบและสนทนาธรรมกับหลวงพ่อสายทองกันเถิด

เพราะตามปกติ ท่านจำพรรษาอยู่ในเทือกเขาสูงที่ชัยภูมิ  ยากจะขึ้นไปพบท่านได้

เมื่อท่านมาโปรดถึงกลางกรุง เรา...ชาวบ้าน ก็ไปกราบพระของชาวบ้านให้ใจได้รับธรรมโอสถกัน

และวันอาทิตย์ ที่ ๗ มิถุนายน เวลา ๐๖.๐๐ น. ตั้งกองผ้าป่าบริเวณลานพระพุทธเมตตา

๐๗.๓๐ น. พระสงฆ์ ๕ รูป รับบิณฑบาตข้าวสาร อาหารแห้ง

๐๘.๓๐ น. ถวายภัตตาหารพระคุณเจ้า

๐๙.๕๙ น. พิธีทอดผ้าป่า ๑๐๐,๐๐๐ กอง

เสร็จพิธีแล้ว ๑๑.๐๐ น. เชิญรับประทานอาหารที่ห้องกระจก ชั้น ๑๒

เนี่ย...ผมก็บอกล่วงหน้า จะได้เตรียมตัวกัน

เผื่อท่านรัฐมนตรีสาธารณสุข “นายพัฒนา พร้อมพัฒน์” ทราบข่าว อาจจะอยากร่วมทำบุญผ้าป่า สร้างอาคารผู้ป่วยฉุกเฉินบ้างก็ได้

เพราะโรงพยาบาลราชวิถี อยู่ในสังกัด กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ท่านบริหารอยู่

สำหรับผมนั่นน่ะ ต้องไปกราบ “หลวงพ่อสายทอง” ที่ราชวิถีอยู่แล้ว และตั้งใจจะร่วมผ้าป่าตามอัตภาพซัก ๑๐ กอง เพราะใช้บริการที่แสนดีของโรงพยาบาลราชวิถีเขาบ่อยเกิน

ถ้าไม่ได้ไปเอง....

ท่านต้องการร่วมทอดผ้าป่า จะ ๑ กอง หรือครึ่งกอง โอนเข้าบัญชี ธ.กสิกรไทย ได้ทั้งนั้น

เลขที่ ๐๒๙-๒-๖๐๕๗๔-๙ ชื่อบัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” แล้วส่งสลิปโอนเงิน ไปที่ Line id:@rajfd ระบุ เพื่อผ้าป่า และเลขบัตรประชาชน เพื่อลดหย่อนภาษี

หรือไม่ก็ สแกน QR CODE  e-Donation ได้ลดหย่อนภาษี ๒ เท่า ต้องการสอบถามเพิ่มเติม.....

ติดต่อที่เบอร์ น.ส.สุวดี นิลวิสุทธิ์ ๐๘-๑๙๑๑-๑๘๗๖

นางวราภรณ์ เกตุศรีเมฆ ๐๘-๑๘๐๓-๒๖๕๙

.............................................

เอาละ คุยเรื่องบุญสร้างโรงพยาบาลไปแล้ว บุญ-ทานนี้ เมื่อทำแล้วไม่สูญหายไปทางไหน

ตรงกันข้าม ถ้าใครสั่งสมแต่บาป บาปนั้นก็จะไม่หายไปไหนเช่นกัน

การกินสินบาท-สินบน, ทุจริต-คอร์รัปชัน นี่เป็น “บาป” อย่างหนึ่ง!

๕-๖ วันที่ผ่านมา “นายธนวรรธน์ พลวิชัย” อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เผยผลสำรวจ “ความคิดเห็นภาคเอกชน” เกี่ยวกับความโปร่งใส ในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ

จัดทำภายใต้โครงการ “คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน”

“สุ่มถาม” ก็ได้คำ “สุ่มตอบ” เกี่ยวกับสินบน ๑๐ อันดับ

อันดับ ๑ ตำรวจทางหลวง/จราจร

อันดับ ๒ กระบวนการยุติธรรม “ยกเว้นศาล”

อันดับ ๓ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต.

อันดับ ๔ กรมเจ้าท่า

อันดับ ๕ กรมทางหลวง

อันดับ ๖ กรมโยธาธิการและผังเมือง

อันดับ ๗ ตำรวจท้องที่

อันดับ ๘ กรมทรัพย์สินทางปัญญา

อันดับ ๙ กรมสรรพากร

อันดับ ๑๐ กรมการขนส่งทางบก

ส่วนหน่วยงานมี “มูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด” ๑๐ อันดับแรก

๑.กรมควบคุมมลพิษ

๒.กรมเจ้าท่า

๓.กรมสรรพสามิต

๔.กรมสรรพากร

๕. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล)

๖.สำนักงานอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข

๗.กรมทางหลวง

๘.กรมโยธาธิการและผังเมือง

๙.กรมอุทยานแห่งชาติฯ

๑๐.กรมป่าไม้

“นายธนวรรธน์” เสนอมาตรการ ที่จะช่วยลดคอร์รัปชัน คือ การใช้ระบบดิจิทัล

หรือ E-Government/E Procurement เพื่อลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกอบการ

ส่วนมาตรการที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญเพื่อ “ถอนรากถอนโคน” ปัญหาสินบนและการทุจริต อันดับ ๑ คือ

“การปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอน หรือ Regulatory Guillotine”

“นายกฯ อนุทิน” จริงจังต่อผลสำรวจนี้มาก เมื่อวาน (๒๐ พ.ค.๖๙)

เรียกประชุม “ภาครัฐ-ภาคเอกชน” ระดมคิดขุดราก-ถอนโคน “คอร์รัปชัน”

มากันพร้อมหน้า....

ทั้งคุณมานะ-องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ทั้ง ป.ป.ท., ทั้ง สตง. และทั้งคุณพจน์-ประธานสภาหอการค้าไทย

ภาครัฐ นอกจากนายกฯ ก็มีรองนายกฯ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” และคณะกรรมการระดับสูง, องค์กรอิสระ, หน่วยงานภาครัฐ

นายกฯ กล่าวซีเรียส....

รับทราบความกังวลของประชาชนต่อปัญหาคอร์รัปชันและย้ำว่า...

“รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาเรื่องโครงสร้างอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นแผนปฏิรูป กระบวนการอนุมัติ อนุญาต ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใส ลดความเสี่ยงการเกิดทุจริตทุกรูปแบบ

เร่งดำเนินการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย

รวมถึงเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการต่อต้านทุจริตของประเทศไทย ให้เป็นรับทราบของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงประชาคมโลกด้วย”

ในส่วนภาครัฐ ให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏิบัติ ยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ

ทำทุกวิถีทางให้หน่วยงาน “เปิดเผยข้อมูล” แก่สาธารณะ ให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า....

“หน่วยงานของท่านปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชัน”

“ผมเคยเป็นฝั่งของ ‘ผู้ขอข้อมูล’ มาก่อน ซึ่งขอเท่าไหร่ก็ ‘มีข้อยกเว้น’ ข้อมูลตรงนั้นให้ได้ ข้อมูลตรงนี้ให้ไม่ได้

ผมจึงได้เรียนนายปกรณ์ไปแล้วว่า...ถ้าจะเปิด ต้องเปิดให้หมด ไม่มีคำว่าปิด กฎหมายอนุญาตให้เปิดข้อมูลต่อสาธารณะอยู่แล้ว

ดังนั้น ต้องไปแก้กฎหมายที่มีการยกเว้น ไม่จำเป็นต้องไปเปิดๆ ปิดๆ หรือเปิดเฉพาะส่วนที่อยากให้รู้ ปิดส่วนที่ไม่อยากให้รับรู้”

นายกฯ ฟันตรง แล้วกล่าวตรงว่า

“ดังนั้น เป็นที่มาของคำว่า CPI ซึ่งผมได้บ่นกับเลขาฯ ป.ป.ท. ไปแล้วว่า “ปล่อยให้มีตัวชี้วัดแบบนี้ ออกมาแบบนี้ได้ยังไง?

ซึ่งหากใช้ Perception ไม่ได้.....

ถ้าพวกท่านเห็นว่าข้าราชการคนไหนโกง รัฐมนตรีคนไหนโกง นายกฯ คนไหนโกง ทุจริต ท่านไม่ต้องยกมือบอกว่า....“มีตัวชี้วัด”

ให้ไป ที่ ป.ป.ช. ไปที่ ป.ป.ท. ไปที่ ปปง. หรือไปศาล หรือหน่วยงานที่เป็นผู้บังคับบัญชาเหนือหน่วยงานนั้นๆ....เพื่อส่งหลักฐาน

"โจรย่อมทิ้งร่องรอย.....

ฉะนั้น เน้นเป็นเคสๆ ไปเลย เน้นให้เต็มที่ เเละผมเชื่อว่าจะมีประชาคมมากมาย มาให้การสนับสนุน ให้ข้อมูล ที่จะสอบไปถึงต้นตอได้”

“แต่การวัดโดยมาจาก ‘การสอบถาม’ ขอเรียนตรงๆ.....

วันนี้ ถ้าท่านมาถามผม ถ้าเป็นประชาชนทั่วไป โดยที่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเมือง

ถ้าถามว่า “คุณอนุทิน คุณคิดว่าเมืองไทยมีคอร์รัปชันหรือไม่” ก็ตอบว่า....มี

ถาม ๑๐ คน ก็บอก มี ๑๐ คน

จึงทำให้ การ “รับรู้-รับทราบ” เรื่องพวกนี้ ก็แพร่ออกไปเป็นสถิติ เป็นอะไรต่างๆ

จึงเป็นเหตุให้ประเทศไทย “เปราะบาง” ในการถูกกำหนดว่า เป็นประเทศที่เชื่อว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันมากมายในประเทศนี้

ผมคิดว่า จะมีผลกระทบมากมายหลายประการหลังจากนั้น"

........................
ครับ....

ขึ้นต้นด้วยเรื่องบุญ ลงท้ายด้วยเรื่องบาป

แต่ไม่ใช่ร่วมกันคิดทำบาป แต่เป็นการร่วมกันคิดขจัดคอร์รัปชันในระบบรัฐ ถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง

แต่การทำแบบสำรวจ มันก็เชื่อไม่ได้ ๑๐๐% นะ

ผู้ทำสำรวจ มั่นใจหรือว่า “ผู้ตอบ..ตอบแบบรู้จริง”

หรือแค่ “เข้าใจว่า...” และที่สำคัญ....

ในเมื่อคนตอบ เป็นใครก็ไม่รู้ แถมไม่ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองตอบ เมื่อนำมาเป็นข้อมูลเผยแพร่

ระวัง...จะเป็นแบบสำรวจจากคน “คิดเอา-นึกเอา” หน่วยงานที่เสียหายเขาถามหาหลักฐานและเอกสารถึงตัวคนตอบ

ถ้าไม่มีให้เขา....

แบบสำรวจหรือโพลลักษณะนั้น ทำให้เขาเสียหาย

มันก็จะเข้าข่าย “แบล็กเมล” ด้วยข้อมูลมั่วซะเอง!

-เปลว สีเงิน

-๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รถไฟ..ผมผิดตรงไหน'?

โอ.... อย่าเลยครับท่าน “รัฐมนตรีคมนาคม”! ท่านอย่าทำบาปกับคนยาก-คนจน, นักเรียน, คนชานเมือง ที่ต้องอาศัยรถไฟเดินทางเข้ามาทำงาน เข้ามาเรียนหนังสือใน กทม.ตอนเช้าและกลับบ้านตอนเย็นเลยครับ!

“๓-๕ ปี” ของรัฐบาล

ผมหายไปวัน เดินทางไปกราบสรีระสังขาร “หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม” ที่วัดป่าสีห์พนม ที่สกลนครมาครับ

‘เดิมพัน’ นายกฯ

อืมมมม... ก็ดีแล้ว ที่เขมร โดย “พลจัตวา นิด นารง” รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ ๔ ในฐานะประธานกองเลขาฯ RBC ฝ่ายเขมร

‘ทุกขลาภของนายกฯ’

“นายกฯ อนุทิน” ถือว่า “โชคไม่ดี” เข้ามาเป็นผู้นำรัฐบาลตอน “ส้วมล้น” พอดี ล้นเพราะ.... ถ่ายสะสมกันไว้เนิ่นนานปี ถ่ายแล้วต่างสะบัดก้นหนี ทิ้งทับถม ไม่รู้สมัยไหน-ต่อสมัยไหน โดยไม่มีใครคิดชำระสะสาง