
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด แรงกระเพื่อมการเมืองจากเกมแก้รัฐธรรมนูญ เริ่มปะทุหนักขึ้น เมื่อ “89 สว.” นำโดย พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ วุฒิสภา ออกโรงตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้ เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ ผู้นำฝ่ายค้าน หลังโพสต์พาดพิง “วุฒิสภาสีน้ำเงิน” และโยงเป็น “มรดกรัฐประหาร” จากรัฐธรรมนูญปี 2560 จนถูกมองว่าเป็นการเปิดศึกตรงกับวุฒิสภาแบบไม่ไว้หน้า
แกนนำ สว.มองว่าคำพูดดังกล่าวไม่ใช่แค่การวิจารณ์ทางการเมือง แต่เป็นการ “ยุยงปลุกปั่น” ให้สังคมเกลียดชังองค์กรตามรัฐธรรมนูญ พร้อมประกาศกร้าวให้ “เท้ง” ออกมาขอโทษภายใน 3 วัน ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าดำเนินคดีเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของวุฒิสภา
น้ำเสียงของ “พิสิษฐ์” ค่อนข้างแข็งกร้าว โดยเฉพาะช่วงที่ย้ำว่า สว.ทุกคนเข้าสู่ตำแหน่งตามกระบวนการรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แม้จะมีข้อร้องเรียน แต่ตราบใดที่องค์กรอิสระหรือศาลยังไม่วินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่าชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด
ประเด็นสำคัญคือ สว.พยายามหักล้างวาทกรรม “มรดกรัฐประหาร” ด้วยการยกเหตุผลว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านประชามติ และมีการเลือกตั้งมาแล้วถึง 3 ครั้ง พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล และพรรคประชาชน ก็ล้วนลงแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน แถมการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลยังชนะอันดับ 1 จึงไม่อาจอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ไร้ความชอบธรรมได้
อีกด้านหนึ่ง คำแถลงของ สว.ยังสะท้อนความไม่พอใจต่อกระแสโจมตีเรื่อง “สว.สีน้ำเงิน” อย่างชัดเจน ถึงขั้นย้อนถามว่า คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” หมายถึงใครหรือสถาบันใดกันแน่ พร้อมเตือนว่า หากจะทำการเมืองอย่างสุจริต ต้องพูดให้ชัด ไม่ใช่ใช้ถ้อยคำให้คนตีความกันเองจนเกิดความเสียหายต่อองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตายิ่งกว่าเกมปะทะคารมคือ จุดยืนของ สว. ต่อการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะแม้ “พิสิษฐ์” จะยืนยันว่า การเรียกร้องให้ขอโทษ ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน แต่ก็ส่งสัญญาณชัดว่า สว.ยังถือไพ่สำคัญอยู่ในมือ
โดยเฉพาะการยืนยันคงเงื่อนไขเดิมตามมาตรา 256 ที่ต้องใช้เสียง สว. เห็นชอบอย่างน้อย 1 ใน 3 สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำหนักแน่นว่า “หมวด 1 หมวด 2 และพระราชอำนาจ” จะต้องไม่ถูกแตะต้อง
เท่ากับว่า ต่อให้พรรคประชาชนพยายามเดินหน้าเปิดเกมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ยังต้องเผชิญ “กำแพง สว.” ที่ไม่มีทีท่าจะอ่อนข้อ และวันนี้ได้แสดงตัวชัดเจนว่ามี 89 คน ที่ไม่เอา ปชน. ส่วนอนาคตจะขยายไปจนเกิน 134 คน หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะมีเสียงไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 67 เสียง และไม่เพียงพอแก้รัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกันฝั่งพรรคประชาชนเองก็เปิดรายละเอียดร่างแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมหมวด 15/1 โดยชูแนวคิด “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” เน้นให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้ง และไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.
ทั้งหมดสะท้อนว่า พรรคประชาชนกำลังพยายามสร้างภาพ “รัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วม” และวางตัวเองอยู่ฝั่งประชาธิปไตยเต็มตัว หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการเลือก ส.ส.ร.โดยตรง ซึ่งต้องดูว่าถึงเวลาแล้วจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
ด้านพรรคภูมิใจไทยซึ่งเปิดเกมยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญนำไปก่อน ก็เริ่มส่งสัญญาณประนีประนอมมากขึ้น ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยอมรับตรงๆ ว่ายังประเมินไทม์ไลน์ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่ร่างเข้าสภา และการอภิปรายวาระแรกจะออกมาอย่างไร พร้อมระบุว่ากระบวนการยังต้องผ่านกรรมาธิการและการเจรจาอีกหลายขั้น
ที่สำคัญคือ ภูมิใจไทยพยายามวางบทบาทเป็นฝ่ายรุก และเน้นประนีประนอมมากกว่าผู้ปะทะ โดยส่งสัญญาณพร้อมเติมเสียงช่วยพรรคเพื่อไทย ให้ครบ 100 เสียง หากต้องการยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญของตัวเอง ต่างจาก ปชน. เริ่มส่งสัญญาณถูกโดดเดี่ยวออกไปเรื่อยๆ หากยังดึงดัน เอาแต่ความต้องการของตัวเองฝ่ายเดียว.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ความเคลื่อนไหวของกองเชียร์พรรคเพื่อไทยที่พร้อมใจกันเชิดชู 3 อดีตนายกรัฐมนตรีตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะ ทักษิณ ชินวัตร ให้สวมบททูตเศรษฐกิจภาคประชาชน หลังเดินสายพบผู้นำอินโดนีเซียด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว ถูกพยายามยกระดับให้เป็นภารกิจสำคัญของประเทศ ทั้งที่ไม่มีสถานะหรืออำนาจหน้าที่ใดในนามรัฐบาลไทย ยิ่งเมื่อฝ่ายค้านบางส่วนและนักวิชาการออกมาให้ท้าย ก็ยิ่งถูกตีความว่าเป็นความพยายามวัดกำลังและสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลมากกว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
บันทึกหน้า 4
เปิดประเด็นบันทึกด้วยภาพลึกแต่ไม่ลับ ..สามอดีตนายกฯ ตระกูล "ชินวัตร" ..ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร..เสนอเฟซเล่นบท เดินสายพบผู้นำอาเซียนตั้งแต่มาเลเซียไปอินโดนีเซียและบรูไน แถมจะต่อไปที่สิงคโปร์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงกลายเป็นเรื่องราววิพากษ์วิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างหนักว่า ..กำลังเล่นบทอะไร?!? ระหว่างช่วยชาติ Vs. ช่วยเพื่อไทย ...0
บันทึกหน้า 4
ไม่ผิดคาดแต่อย่างใดกับมติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่า “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสร้างผลงานเข้าตาเสียจริงๆ เพราะเล่นโพล่ง เสนอให้ยุบ “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)”
บันทึกหน้า 4
ความคิด ควันหลง นิด้าโพล เปิดผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองล่าสุด คะแนนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลดลงจาก 26% ลงมาอยู่ที่ 21% ทำให้ นายอนุทิน ต้องขันนอตรัฐมนตรีที่โลกลืมเร่งผลงาน
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางกระแสการปรับเปลี่ยนนโยบายกัญชาให้สอดรับกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่เน้นเพื่อการแพทย์และเศรษฐกิจ “เสี่ยเม้ง”-วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ขานรับแนวทางของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อย่างแข็งขัน โดยประกาศชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดในการกวาดล้างร้านขายกัญชาเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต หรือร้านที่แอบอ้างใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์เพื่อการสันทนาการ

