‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’

‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยในกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่จะเหลือเพียง 5 พรรค ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทรวมพลัง ที่ดึงเข้ามาใหม่หลังจากลงมติในทิศทางเดียวกับฝ่ายค้านมาโดยตลอด

เหตุดังกล่าวทำให้ ‘พรรคกล้าธรรม’ ภายใต้การนำของ ‘ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า’ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค กลายเป็น ‘ข้าวนอกนา’ ในซีกฝ่ายค้านทันที

สาเหตุหลักในเรื่องนี้ ‘พริษฐ์’ ชี้ว่า มาจากกรณีการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระ 3 ที่ผ่านมา หลังมติวิปฝ่ายค้านให้โหวต ‘ไม่เห็นชอบ’ กับ ‘งดออกเสียง’ แต่ ‘พรรคกล้าธรรม’ ของ ‘ผู้กอง’ กลับลงมติ ‘เห็นชอบ’

นอกจากนี้ยังมีเรื่องความคลุมเครือในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายใต้การนำของ ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย

ขณะที่ ‘กล้าธรรม’ ดูจะไม่ยี่หระกับการถูกเขี่ยออกจากซีกฝ่ายค้าน หลายคนในพรรคสีเขียวออกมายืนยันว่า ไม่ต้องการเล่นการเมือง แต่ต้องการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน

อย่างไรก็ดี การผลัก ‘กล้าธรรม’ ออกจากฝ่ายค้านในทางปฏิบัติ ทำให้กระแสข่าว ‘พรรคภูมิใจไทย’ จะดึง ‘พรรคกล้าธรรม’ มาร่วมรัฐบาลดูจะถูกจับจ้องมากขึ้น

เพียงแต่วันนี้เมื่อดูเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของ ‘พรรคสีน้ำเงิน’ แล้ว ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ‘เติมเสียง’ ของ ‘พรรคสีเขียว’ เข้ามา

‘พรรคกล้าธรรม’ ไม่ได้เป็นพรรคขนาดเล็ก แต่มี สส.ในมือถึง 58 คน การดึงมาร่วมรัฐบาลอาจจะทำให้ต้องเฉือนโควตารัฐมนตรีไปให้ ซึ่งปัจจุบัน ‘พรรคภูมิใจไทย’ ก็ยังจัดสรรให้กลุ่มต่างๆ ในพรรคได้ไม่ทั่วถึงเลย

การจะดึง ‘พรรคสีเขียว’ เข้ามา จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อไม่มี ‘พรรคเพื่อไทย’ อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ถึงจะเพียงพอต่อการจัดสรรโควตารัฐมนตรี โดยไม่ต้องเฉือนเนื้อตัวเอง

วันนี้ ‘พรรคสีแดง’ เองก็ยังอยู่ในกรอบกติกาของการอยู่ร่วมกัน ไม่ได้มีเรื่องที่จะพาไปสู่จุดแตกหัก หรือแยกทาง แม้จะมีข่าวว่าแกนนำพรรคสีน้ำเงินอาจจะระแวง หรือไม่พอใจในบางเรื่องอยู่ก็ตาม

ซึ่งเคยมีข่าวลือว่า แกนนำรัฐบาลไม่พอใจที่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถควบคุมสมาชิกของตัวเองได้ ปล่อยให้คนในพรรคมาจิกกัดรัฐบาลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ หรือแม้แต่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งถูกประทับตราในทางพฤตินัยว่าเป็นคนของพรรคสีแดงเช่นกัน

ขณะที่ ‘พรรคสีเขียว’ นั้น ชัดเจนผ่านท่าทีในสภาผู้แทนราษฎรมาตลอดว่า พวกเขาคือ ‘พรรคฝ่ายคอย’ ที่แทบจะไม่แตะต้องอะไร ‘พรรคสีน้ำเงิน’ เลยไม่ว่าเรื่องไหน โดยเฉพาะล่าสุดแหกแนวทางฝ่ายค้าน ลงมติ ‘เห็นชอบ’ กับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ของรัฐบาล

มีรายงานว่า ก่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น วิปฝ่ายค้านถึงขั้นต่อสายถึง ‘ธรรมนัส’ เชิญไปร่วมรับประทานอาหารเพื่อกำหนดทิศทางการโหวตกฎหมายดังกล่าว แต่สุดท้ายหัวหน้าพรรคกล้าธรรมไมได้เดินทางไป แต่มอบหมายให้สมาชิกคนอื่นๆ ไปในฐานะตัวแทน

สาเหตุที่ไม่ได้เดินทางไป เพราะเห็นว่า ร้อยวันพันปี ‘พรรคกล้าธรรม’ แทบไม่เคยได้รับความสำคัญจากแกนนำฝ่ายค้านเลย

แต่ในขณะเดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน กลับมีคนเห็น ‘อนุทิน’ กับ ‘ธรรมนัส’ พร้อมแกนนำพรรคกล้าธรรมบางคน ไปรับประทานอาหารร่วมกัน เนื้อหาสาระของการพูดคุยคือ ให้ช่วยโหวตเห็นชอบกฎหมายงบประมาณให้

ซึ่งการรับประทานอาหารร่วมกันของ ‘หนู–นัส’ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่ที่ผ่านมามีการพบปะกันมาโดยตลอด

บางส่วนในพรรคกล้าธรรมถึงขั้นเชื่อมั่นว่า อีกไม่นานพวกเขาจะได้ร่วมรัฐบาล กลับไปมีอำนาจ หลังผู้นำในพรรคให้ความหวังเอาไว้ว่า มีโอกาสสูง

หากแต่ ‘ความหวัง’ ที่ว่านั้น บางซีกในพรรคกล้าธรรมไม่เชื่อว่า มันจะเกิดขึ้นจริง และคิดว่า ‘พรรคสีเขียว’ กำลังถูก ‘พรรคสีน้ำเงิน’ ใช้ความหวังที่ว่านั้นเป็นเครื่องมือในการถ่วงดุลและคานอำนาจกับ ‘พรรคสีแดง’ เท่านั้น

แน่นอนว่า แกนนำพรรคกล้าธรรมก็รู้ หากแต่ต้องเดินทางนี้เพื่อเพิ่มโอกาส โดยถือปรัชญา “หากรักก็ต้องเสี่ยง”

สถานะ ‘พรรคกล้าธรรม’ ไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก อย่างน้อยการเดินแนวทางสนับสนุนรัฐบาลในฐานะคนรักเก่าที่พร้อมรีเทิร์น ยังดีกว่าเปิดฉากเป็นศัตรู

วันนี้ ‘น้ำเงิน’ ไม่ได้กุมสภาพแค่ในสภา แต่ยังรวมถึงกลไกอื่นๆ อีกมากมาย การเป็นศัตรูอาจทำให้ซ้ำเติมสถานการณ์ของตัวเอง

อนาคตไม่มีใครรู้ การเป็นพันธมิตรที่ดีในวันนี้ อาจจะช่วยในเรื่องอื่นๆ ได้ แม้จะยังไม่ใช่ในรูปแบบเก้าอี้รัฐมนตรีก็ตาม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ไผ่’ โพสต์ภาพ ‘ธรรมนัส’ ใส่นาฬิการุ่นเดียวกับนายกฯ ทิ้งปริศนา ‘ถอดจากมือ’

“ไผ่ ลิกค์” โพสต์ภาพ “ธรรมนัส” นั่งรับประทานอาหาร สะดุดตานาฬิกา Casio รุ่นเดียวกับที่ “อนุทิน” สวมใส่ พร้อมข้อความสั้นๆ “ไม่ใช่นาฬิกามือหนึ่ง พูดสั้นๆ ถอดจากมือ จบนะครับ”

โรดโชว์ ! นายกฯอนุทิน จับมือสภาธุรกิจตลาดทุน–ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินสายโตเกียว นิวยอร์ก ลอนดอน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประ

'เจ๊ไหม' แซะ 'เสี่ยหนู' ขยันเล่นเฟซ แต่ไม่อ่านกฎหมายก่อนเซ็น ท้า ให้เข้าสภาฯตอบกระทู้

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมแนบรูปภาพที่นายอนุทิน ชาญวีรกู

ต่ออายุ'ไทยช่วยไทยพลัส 2' ลดค่าครองชีพหรือกู้เรตติ้ง?

คนไทยเฮ! อีกรอบ เมื่อรัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไฟเขียวต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ออกไปอีก 2 เดือน

อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี

วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง