
ต้องบอกว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฟิตและเนื้อหอมจริงๆ เพราะในช่วงเดินทางกลับจากสาธารณรัฐฝรั่งเศสนั้น “ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” รมว.วัฒนธรรม ที่ร่วมคณะไปเมืองน้ำหอมด้วย ได้ โพสต์รูป “นายกฯ หนู” นั่งอ่านเอกสารพร้อมข้อความสั้นๆ ในสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า “ในขณะที่ทุกคนเหนื่อยและหลับใหล ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งทำงาน” ก่อนจะโพสต์อีกภาพพร้อมข้อความว่า “3 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง ผ่านไป…ยังนั่งทำงานอยู่” …๐
และที่บอกว่าฟิตและเนื้อหอมคือ หลังเดินทางกลับจากการเยือนฝรั่งเศสถึงไทยก็เข้าปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ที่สำคัญโบกมือทักทายสื่อมวลชนด้วย และในวันที่ 28 พ.ค.นี้ก็จะเปิด ทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ “โต เลิม” เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ “โง เฟือง ลี” ภริยา ที่เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรกของ “โต เลิม” ภายหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเวียดนาม และเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ผู้นำเวียดนามเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการด้วย ...๐
พูดถึง “นายกฯ อนุทิน” จะไม่เอ่ยถึงเรื่อง “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชนโพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อวันศุกร์ที่ 22 พ.ค.2569 เนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 2557 ก็ไม่ได้ เพราะล่าสุด “หัวหน้าเท้ง” ก็ประกาศว่าจะไม่ขอโทษสภาสูงที่พาดพิงไว้ และไม่หวั่นเรื่องถูกดำเนินคดี ...๐
งานนี้ก็ต้องรอดูบรรดา 89 สว.ที่เรียกร้อง ว่าจะกล้าดำเนินการตามที่ขีดเส้นไว้ 3 วันให้ขอโทษหรือไม่ แต่ที่ไปก่อนใครแล้วก็คือ “นพรุจ วรชิตวุฒิกุล” อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ที่เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกามีคำสั่งให้ “ณัฐพงษ์” หนึ่งใน 10 สส.อดีตพรรคก้าวไกลที่ร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่บอกว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย” ซึ่งถือเป็นท่าทีและการให้สัมภาษณ์ที่ส่อขัดกับคำสั่งห้ามของศาลฎีกา ซึ่งหาก สว.มาผสมโรงด้วยก็มีโอกาสสูงที่ “เท้ง” อาจได้สร้างสถิติเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่สั้นที่สุดก็เป็นได้ ...๐
ที่สำคัญ “ระบอบสีน้ำเงิน” ยังได้ลุกลามไปอีก โดยเฉพาะค่ายสีฟ้า เมื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคออกมาเป็นลูกคู่หัวหน้าพรรคส้ม และบอกว่าไม่ต่างจาก “ระบอบทักษิณ” ก็ไม่รู้ว่าต้องการมาชิงคะแนนเสียงคนในเมืองกรุง เพื่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. หรือไม่ แต่บรรดา “คอการเมือง” ต่างบอกว่า แหม! สงสัย “มาร์ค” จะลืมความเจ็บช้ำจาก การประกาศไม่เอาลุงตู่เมื่อการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าจนประชาธิปัตย์พ่ายยับไปแล้วเสียละมั้ง ถึงได้ออกตัวแรงแบบนี้ ทั้งที่อยู่เงียบๆ ก็ไม่มีใครว่าอะไรเลย ...๐
แล้วที่ดูเหมือนเดือดสุดๆ ก็คงเป็นบรรดาลูกหาบทั้งค่ายส้มและค่ายน้ำเงิน โดยเริ่มที่ค่ายส้มก่อน เมื่อ “ปดิพัทธ์ สันติภาดา” อดีต สส.ก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า “เนรคุณ โกหก ซื้อเสียง หน้าด้าน คอร์รัปชัน เลีย โลภ จองหองและกวนตีน” ซึ่งต่อมา ค่ายน้ำเงินอย่าง “สังคม แดงโชติ” สส.ประจวบคีรีขันธ์ ก็โพสต์ตอบกลับเช่นกันว่า “ล้มเจ้า อุ้มเทา เผาเมือง หลอกเด็ก ทิ้งเพื่อน เอาตัวรอด ดูถูกคนไทย เห็นใจคนเขมร เนรคุณแผ่นดินเกิด” ต้องบอกถึงพริกถึงขิงกันจริงๆ จ้าพี่น้อง ...๐
หันมาดูคำตัดสินศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จังหวัดสระบุรีกันบ้าง เมื่อศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อท60/2569 ที่ “วีระ สมความคิด” เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “นิวัติไชย เกษมมงคล” เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และบรรดา ป.ป.ช. เป็นจำเลยรวม 12 คน ในการมีส่วนปกปิดเอกสารการครอบครองแหวนแม่นาฬิกาเพื่อนของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ครั้งรับตำแหน่งรองนายกฯ ซึ่งหวยก็ไปออกที่อดีต ป.ป.ช. 2 ราย นั่นคือจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 7 ที่โดนจำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา ซึ่ง จำเลยที่ 3 คือ “พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ” อดีตประธาน ป.ป.ช. ส่วนจำเลยที่ 7 คือ “สุภา ปิยะจิตติ” อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่ง “พี่ด้ง” ยังมีคดีคาอยู่ในเรื่องของการเก็บภาษีทักษิณอีก ต้องบอกว่าเคราะซ้ำกรรมซัดเสียจริงๆ ส่วนคดีนี้จะสู้กันยาวๆ ถึงศาลอุทธรณ์และฎีกาหรือไม่ คงต้องติดตาม แต่ ที่แน่ๆ “ลุงป้อม” แกคงตระเวนชิมอาหารอร่อยได้หลายร้านเลยจ้า ...๐.
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ความคิด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำเนียบฯ แทบแตก! มีการแสดงดนตรีของ น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือ "เนเน่ รอยัล" ศิลปินเยาวชนจาก จ.ภูเก็ต ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย ในรายการ American's Got Talent โดย น้องเนเน่ ได้โชว์ร้องเพลง ซมซาน ของเสก โลโซ
บันทึกหน้า 4
ความเคลื่อนไหวของกองเชียร์พรรคเพื่อไทยที่พร้อมใจกันเชิดชู 3 อดีตนายกรัฐมนตรีตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะ ทักษิณ ชินวัตร ให้สวมบททูตเศรษฐกิจภาคประชาชน หลังเดินสายพบผู้นำอินโดนีเซียด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว ถูกพยายามยกระดับให้เป็นภารกิจสำคัญของประเทศ ทั้งที่ไม่มีสถานะหรืออำนาจหน้าที่ใดในนามรัฐบาลไทย ยิ่งเมื่อฝ่ายค้านบางส่วนและนักวิชาการออกมาให้ท้าย ก็ยิ่งถูกตีความว่าเป็นความพยายามวัดกำลังและสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลมากกว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
บันทึกหน้า 4
เปิดประเด็นบันทึกด้วยภาพลึกแต่ไม่ลับ ..สามอดีตนายกฯ ตระกูล "ชินวัตร" ..ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร..เสนอเฟซเล่นบท เดินสายพบผู้นำอาเซียนตั้งแต่มาเลเซียไปอินโดนีเซียและบรูไน แถมจะต่อไปที่สิงคโปร์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงกลายเป็นเรื่องราววิพากษ์วิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างหนักว่า ..กำลังเล่นบทอะไร?!? ระหว่างช่วยชาติ Vs. ช่วยเพื่อไทย ...0
บันทึกหน้า 4
ไม่ผิดคาดแต่อย่างใดกับมติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่า “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสร้างผลงานเข้าตาเสียจริงๆ เพราะเล่นโพล่ง เสนอให้ยุบ “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)”
บันทึกหน้า 4
ความคิด ควันหลง นิด้าโพล เปิดผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองล่าสุด คะแนนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลดลงจาก 26% ลงมาอยู่ที่ 21% ทำให้ นายอนุทิน ต้องขันนอตรัฐมนตรีที่โลกลืมเร่งผลงาน

