
ต้องจับตากันให้ดีในการประชุม “คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม” วันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย.นี้ โดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ซึ่ง เรื่องที่ร้อนแรงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการแก้ไขหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการคนจนประเด็นลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีทำบุพการีถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งงานนี้หาก กก.ประชารัฐฯ เคาะให้เปลี่ยนตามกระแสสังคม ก็จะทำให้มติคณะรัฐมนตรีกลายเป็นการเล่นขายของไปด้วย เพราะต้องเปลี่ยนกลับไปกลับมา และที่สำคัญจะทำให้หลักการที่ช่วยเหลือผู้ยากจนจริงสะเทือนได้ ...๐
หากดูข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เผยแพร่ดัชนีเส้นความยากจน ที่แม้ตัวเลขล่าสุดจะเป็นปี 2567 ก็ตามที แต่ก็สะท้อนอะไรให้น่าสนใจอย่างมาก โดย สศช.ระบุว่ามีคนไทยที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือมีรายได้ต่ำกว่า 3,078 บาทต่อเดือนอยู่ที่ 3.43 ล้านคน แต่ตัวเลขของผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปัจจุบันกลับอยู่ที่ 13.45 ล้านคน เรียกว่ามากกว่า 3 เท่าทีเดียว ...๐
หันมาดูการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด 4 แสนล้านบาทนัดแรกกันบ้าง เรียกว่ายิ่งกว่าละคนรีรันเสียอีก เพราะต้องประเดิมด้วยการแย่ง “หัวโขน” รองประธาน กมธ. ซึ่งสุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยการตั้งทั่นรองกันมา 5 ราย เรียกว่าผลประโยชน์ลงตัวปุ๊บทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านถึงได้ฤกษ์ทำงานกันเสียที ...๐
เอ่ยถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่เอ่ยถึง “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก็กระไรอยู่ เพราะ “ภราดร ปริศนานันทกุล” รมต.ประจำสำนักนายกฯ บอกว่าอาจจะมีการหารือถึงเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลขยายเกณฑ์เปิดให้ผู้ประกอบการ SME กลุ่มโมเดิร์นเทรด และสมาคมภัตตาคารไทยเข้าร่วมโครงการด้วย แหม! บรรดาภาคบริการทั้งหลายที่เคยได้สิทธิ ทั้งตัดผม ทำสปา งวดนี้หลุดเขายังไม่บ่น แต่กลุ่มนี้ที่ไม่เคยได้ตั้งแต่สมัย “คนละครึ่ง” กลับโวยแทน หรือต้องทำนโยบาย “ไทยช่วยไทยเวรี่พลัส” ให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมขึ้นมาอีก และหากขยับขยายจริงก็เตรียมรับการโจมตีว่าเอื้อ “นายทุน” หรือเอื้อ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่พรรคส้มพยายามลากโยงได้เลย ...๐
ดูง่ายๆ ขนาดโครงการ TH-AI Passport ที่แม้จะวิพากษ์วิจารณ์กันเรื่องความเหมาะสมของโครงการ ความคุ้มค่า ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่แท้จริง แต่เด็กส้มอย่าง “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่นอกจากระบุว่าเป็นการฮั้วครั้งใหญ่แล้ว ยังมิวายบอกว่าเป็นการหาเงินของระบอบสีน้ำเงินอีกต่างหาก ...๐
ที่ขำไม่ออกคือ การเปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ทั้งเด็กส้มและเด็กฟ้าอย่าง “การดี เลียวไพโรจน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ประสานเสียงเหมือนกันว่าเป็นการฟอกขาว แหม! ยุคนี้ดูเหมือน “ส้ม” และ “ฟ้า” ช่างเหมือนคู่ตุนาหงันอย่างไรอย่างนั้น เหนียวแน่นไปในทิศทางเดียวกันทั้งการเมืองระดับประเทศและระดับท้องถิ่นกันเลยทีเดียว สภากาแฟเลยภาวนาให้เป็นฝ่ายค้านไปนานๆ เพราะเห็นชัดเจนว่าใช้ฝีปากเก่งกว่าใช้ฝีมือ ...๐
เอ่ยถึง “TH-AI Passport” ไม่พูดถึงเจ้าของโครงการอย่าง “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ไม่ได้ เพราะดูเหมือนตั้งแต่เผยโครงการนี้ออกมาก็กลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” อย่างหนัก ที่สำคัญลามไปถึงวุฒิการศึกษาและแม่ผู้ให้กำเนิดอย่าง “กรุณา ชิดชอบ” ล่าสุดเจ้าตัวถึงได้เปิดใจครั้งแรกในเรื่องดังกล่าวแบบหมดเปลือกให้หายคาใจ ก่อนทิ้งท้ายว่าได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายไปดูแล หากรับได้ก็อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะไม่อยากก่อกรรมเพิ่ม งานนี้บอกเลยว่าเชียร์ให้ฟ้องให้เข็ด เพราะนี่ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นเอาคืนพวกเล่นชกใต้เข็มขัด ซึ่งเชื่อว่า “พ่อเนวิน” เองก็คงไฟเขียวให้ “ลูกนก” จัดเต็มสูบให้เป็นเยี่ยงอย่างเช่นกัน ...๐
นอกจาก รมต.ไชยชนกที่เป็น “ดรามา” แล้ว อีกรายก็หนีไม่พ้นดรามาโหมกระหน่ำเช่นกันคือ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ไล่มาตั้งแต่ทรงผม การศึกษา จนถึงการไลฟ์สดขายทุเรียน และล่าสุดคือเรื่องกุ้ง ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นเมื่อหันกลับไปดูผลสรุปแล้วต้องบอกว่า “พี่แต๋ม” โดนบูลลี่ หรือโดนด่าฟรีมาโดยตลอด ซึ่งเจ้าตัวก็ประกาศล่าสุดว่าไม่ท้อ และยอมรับว่าอาจสื่อสารไม่เพียงพอ ซึ่งจริงๆ แล้วอาจเป็นเพราะอคติและความริษยาก็เป็นได้ เพราะการถูกยกย่องให้เป็น “ซูเปอร์จี” นั้นไม่ใช่ง่ายๆ ในการเป็นนักการเมืองหญิงของไทย ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
การเมืองช่วงนี้ด้วยความดุเดือด ตอกย้ำอุณหภูมิที่ร้อนแรงของคดีข้อครหาฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่พรรคประชาชน ไอลอว์ และ สว.สำรอง เป็นโต้โผจุดกระแสรายวัน
บันทึกหน้า 4
เริ่มต้นบันทึกด้วยวาระมหามงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (TSCN) พร้อมด้วย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดงาน “ทศวรรษแห่งการพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 14.30 ของวันนี้
บันทึกหน้า 4
ควันหลงสีกากี! หลังที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นำโดยนายกฯ อนุทิน เท 12 เสียง ให้ "บิ๊กราญ" พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ขึ้นแท่น ผบ.ตร. คนที่ 16 รับไม้ต่อจาก "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
บันทึกหน้า 4
ในที่สุดที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ได้มี มติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เห็นชอบแต่งตั้ง “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 แทนที่ “พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” ผบ.ตร.คนที่ 15 ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้แล้ว ซึ่งหากเป็นไปตามวาระเดิม “บิ๊กต่าย” ก็จะถือเป็น ผบ.ตร.คนที่ 10 ที่ได้เกษียณอายุตามวาระ ...๐
บันทึกหน้า 4
รัฐบาลยอมถอยกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 หรือ "บัตรคนจน" ซึ่งมีผู้ลงทะเบียน 18.82 ล้านคน จากผู้ถือบัตรกลุ่มเดิม 13.18 ล้านคน โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ 9.51 ล้านคน
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ถาโถมเข้าใส่รัฐบาลอย่างหนักหน่วงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ์ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เพิ่งผ่านมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย

