
มาแล้ว!!!! กับงานที่หลายคนรอคอยจากเครือสหพัฒน์ กับงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” ภายใต้คอนเซปต์ “ไปด้วยกันนะ” ไม่น่าเชื่อว่าผ่านมาแล้ว 30 ปี! แน่นอนว่าการจัดงานก็ปรับตามความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้าด้วย
ผู้บริโภคอาจจะรองาน Sale แบบจัดหนัก แต่นักข่าวรอฟัง บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ที่มาฉายภาพเศรษฐกิจให้ได้ฟังกันทุกปี! โดยเสี่ยสหพัฒน์ระบุว่า ตอนนี้สถานการณ์ทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงสงครามตะวันออกกลาง ส่วนตัวมองว่า แม้ว่าเมืองไทยเศรษฐกิจจะมีปัญหา
แต่ยังดีกว่าประเทศอื่น เนื่องจากไม่ได้มีสงครามและเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งแม้ว่าปัจจัยภายนอกจะเกิดขึ้นทั่วโลก แต่มองว่าระยะนี้ยังมีโอกาสของเอเชีย เนื่องจากนานาชาติมองว่าประเทศแถบนี้จะมีการพัฒนาได้เร็วขึ้น ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจของเมืองไทยก็มีปัญหา แต่ภาพรวมเมื่อเทียบกับต่างประเทศมองว่าเราดีกว่าคนอื่นเยอะ
แต่…..หากเทียบในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอาจจะยังสู้เวียดนามและอินโดนีเซียไม่ได้ แต่หากเทียบกับประเทศอื่นๆ นั้น ไทยยังนับว่าดีกว่าอยู่!
แน่นอนว่านักข่าวต้องไม่ลืมถามเรื่องต้นทุนทางธุรกิจ เพราะเป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเจ้าตัวเองก็ให้ความเห็นว่า ต้นทุนทางธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ไทย หรือแค่สหกรุ๊ปเท่านั้น และยังบอกอีกว่าต้นทุนเหล่านี้หากมีการปรับตัวขึ้นก็จะปรับตัวลง เพราะสงครามไม่ได้สู้กันตลอด ต้องมีวันหยุด! แต่ต้องดูว่าหากสงครามหยุดไปแล้ว ธุรกิจของตัวเองจะพัฒนาอย่างไรให้ทันกับสถานการณ์ ต้องใช้โอกาสนี้เพื่อพัฒนาเรื่องต่างๆ ในองค์กร เพื่อรอวันที่สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ……
แต่ที่แน่ๆ เครือสหพัฒน์พยายามไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคา จะพยายามตรึงราคาให้นิ่งที่สุด แต่หากต้นทุนกระทบมากก็ต้องขึ้น ไม่งั้นก็จะขาดทุนแน่นอนในแง่ของการทำธุรกิจ แต่หากสงครามหยุดเร็วก็มีโอกาสลงมา ก็ต้องคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มองว่าสถานการณ์ของไทยยังดีกว่าญี่ปุ่น ยุโรป แต่สถานการณ์บ้านเราคงไม่ไปถึงแบบญี่ปุ่นที่บรรจุภัณฑ์เป็นสีขาว-ดำแบบนั้น
ส่วนเรื่องการ MOU กับพาร์ตเนอร์ต่างๆ ซึ่งโดยปกติสหพัฒน์จะมีพาร์ตเนอร์จากญี่ปุ่นค่อนข้างเยอะ ก็มองว่ายุคของญี่ปุ่นที่มาลงทุนในไทยเข้าใจว่ากำลังน้อยลง แต่สำหรับประเทศจีนจะเข้ามามากขึ้นในอาเซียน ซึ่งไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนจึงเห็นว่ายุคนี้เป็นโอกาสของเมืองไทย และ MOU ของเครือสหพัฒน์เองก็เน้นไปทางกลุ่มเทคมากกว่า แน่นอนว่ามีธุรกิจจีนเขามาคุยเยอะ แต่อยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากการลงทุนของจีนแต่ละครั้งมีขนาดใหญ่ จึงอาจจะมีกระบวนการคิดเยอะมากกว่าพันธมิตรญี่ปุ่น
แล้วภาพรวมรัฐบาลในยุคอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ล่ะ….เป็นยังไง ก็ต้องบอกว่า รัฐบาลชุดนี้หากเทียบกับรัฐบาลของคุณเศรษฐา ทวีสิน และคุณแพทองธาร ชินวัตร เห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันนั้นดีกว่า ดูได้จากตลาดหุ้น จากในยุคก่อนที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมาก แต่ตอนนี้ปรับตัวดีขึ้น แต่ก็อยาก ฝากถึงนายกฯ ให้กล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะเมืองไทยมีปัญหาเกี่ยวกับการลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่หากกู้เงินมาลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ก็จะเกิดเม็ดเงินการลงทุนและจ้างงาน แน่อนว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ ย้อนกลับไปถ้าเมืองไทยสิบกว่าปีก่อนที่ไม่มีการลงทุน อย่างสนามบินสุวรรณภูมิ เมืองไทยจะเป็นอย่างไร หรือหากไม่ทำทางด่วนจะเป็นยังไง? ตอนนั้นก็มีคนต่อต้าน ทางด่วนก็มีคนต่อต้าน แต่หากมองมุมกลับ ถ้าไม่มีโครงการเหล่านั้น ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ดังนั้น โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แต่ทุกอย่างต้องสะอาด โปร่งใส! แถมอีกนิด…..เสี่ยยังให้คะแนนรัฐบาลชุดนี้ 6/10 ก็ถือว่ามากกว่าอดีตนายกฯ ทั้งสองท่านที่กล่าวมา!
ส่วนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ห่วงว่าถ้าใช้เยอะ คนไทยก็จะรอขอเงินอย่างเดียว การทำโครงการนี้ต้องไม่เสียเปล่า รัฐบาลสามารถนำมาจัดเก็บเป็นข้อมูล หรือ Data Center ได้ก็จะเป็นการดี ถ้าแจกเงินเฉยๆ ก็อาจจะไม่เป็นประโยชน์ ย้ำอีกนิด….ไทยช่วยไทยพลัส หากจบแล้ว มันไม่ยั่งยืน ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว อาจจะ 5-20 ปี อยากให้รัฐบาลต้องมองระยะยาวด้วย
ส่วนภาพรวมของบริษัทปีนี้สู้ปีที่แล้วไม่ได้ เพราะมีประเด็นเรื่องสงคราม ยอมรับว่าบางธุรกิจก็ลด บางธุรกิจก็ขึ้น ปีที่แล้วนิยามเศรษฐกิจเหมือนรถสามล้อแบบติดเครื่องยนต์ แต่ปีนี้คงเป็น “สามล้อถีบ” รัฐบาลต้องช่วยตรงนี้ แต่ถึงจะเป็นสามล้อแบบคนถีบ แต่หากทำดีๆ ก็อาจจะดีกว่าก็ได้!.
รุ่งนภา สารพิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำความรู้จัก Financial Optionality
เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป
อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น
การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น
แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง
ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”
Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง
งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

