เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด

SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไปที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ต่อ GDP ประเทศมีมากกว่า 35% และยังเป็นแหล่งการจ้างงานที่สำคัญของแรงงานในประเทศ โดยมีสัดส่วนการจ้างงาน 71% ของการจ้างงานทั้งประเทศ 

ดังนั้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับสูง “สภาพคล่อง” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความอยู่รอดและความสามารถในการเติบโตของธุรกิจ SME มากกว่าตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะแม้ธุรกิจจะมีโอกาสทำรายได้ แต่หากเงินสดหมุนเวียนไม่เพียงพอ

ก็อาจสะดุดได้ในทุกจังหวะสำคัญ โดย finbiz by ttb ระบุว่า รายงานวิเคราะห์จากหลายกรณีทั่วโลกสะท้อนว่า 38% ของธุรกิจที่ต้องยุติกิจการ มีสาเหตุหลักจากภาวะเงินสดขาดมือ หรือสภาพคล่องไม่เพียงพอ ไม่ใช่เพียงเพราะผลประกอบการขาดทุน สะท้อนชัดว่า “เงินสดในมือ” คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจประคองตัวและเดินหน้าต่อได้

SME จำนวนไม่น้อยยังเผชิญภาวะ Working Capital Trap หรือการต้องพึ่งพาเงินทุนระยะสั้นที่มีต้นทุนสูงเพื่อประคองธุรกิจ ท่ามกลางต้นทุนที่ผันผวนและรอบรับชำระเงินที่ยาวขึ้น จนกำไรที่ควรเก็บไว้ต่อยอดธุรกิจค่อยๆ ถูกลดทอนไปกับภาระดอกเบี้ย

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สะท้อนตรงกันว่า SME ไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต แต่ข้อจำกัดด้านสภาพคล่องยังเป็นแรงกดดันสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ประกอบการต้องรับมือทั้งต้นทุน การแข่งขัน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันจากรายงาน ttb SME Insight พบว่า หนึ่งในจุดท้าทายสำคัญของผู้ประกอบการไทย คือการมุ่งแก้ปัญหาระยะสั้นเพื่อให้อยู่รอด แต่ยังวางแผนสภาพคล่องเพื่อการเติบโตในระยะยาวไม่มากพอ ส่งผลให้หลายธุรกิจขาดความพร้อมเมื่อต้องเผชิญความเสี่ยงหรือโอกาสที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น finbiz by ttb ได้รวบรวม 3 แนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการควรเร่งดำเนินการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและเลือกใช้ “สินเชื่อ SME” ได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการไทย ประกอบด้วย

1) สำรองเงินสดให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ธุรกิจสะดุด ซึ่งผู้ประกอบการไม่ควรบริหารธุรกิจจากตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหาร “เงินสด” อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่รอบเก็บหนี้ยาวขึ้น หรือยอดขายไม่สม่ำเสมอ ธุรกิจจึงควรมีเงินทุนหมุนเวียนสำรองไว้เป็นกันชน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เงินเข้าไม่ทันเงินออก และช่วยให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้โดยไม่สะดุด

2) จัดโครงสร้างเงินทุนใหม่ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยที่ไม่จำเป็น หลายธุรกิจมีรายได้เติบโตแต่กลับเผชิญภาวะตึงตัวทางการเงิน เพราะยังพึ่งพาแหล่งเงินทุนระยะสั้นที่มีต้นทุนสูง การปรับโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะสมโดยเปลี่ยนไปใช้แหล่งเงินทุนระยะยาวที่มีต้นทุนต่ำ จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย รักษาสภาพคล่อง และเพิ่มพื้นที่ให้ธุรกิจสามารถวางแผนการเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น

และ 3) เตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ล่วงหน้า ก่อนถึงเวลาจำเป็น หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย คือการเริ่มมองหาแหล่งเงินทุนเมื่อธุรกิจเริ่มมีปัญหาแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริง ธุรกิจที่สามารถรับมือความไม่แน่นอนและคว้าโอกาสได้ทัน มักเป็นธุรกิจที่มีวงเงินพร้อมใช้และวางแผนสภาพคล่องไว้ล่วงหน้า การเตรียมวงเงินสินเชื่อก่อนถึงเวลาจำเป็นจึงไม่ใช่แค่การป้องกันความเสี่ยง แต่ยังเป็นการเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจทางธุรกิจด้วย

finbiz by ttb ยังย้ำว่า ธุรกิจที่วางแผนสภาพคล่องล่วงหน้าเท่านั้น จึงจะสามารถรับมือกับความไม่แน่นอน และสามารถคว้าโอกาสได้ทัน ฉะนั้นธุรกิจที่อยู่รอด ไม่ใช่ธุรกิจที่หาเงินได้ทัน แต่คือธุรกิจที่ “มีเงินพร้อมใช้” ดังนั้น การมีวงเงินสินเชื่อพร้อมใช้จึงเป็นมากกว่าการเตรียมตัว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจ “ซื้อเวลา” รักษาความต่อเนื่อง และไม่พลาดโอกาสสำคัญในการเติบโต

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน ทีทีบี เอสเอ็มอี สมาร์ท พลัส (ttb sme smart plus) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของ “สินเชื่อ SME” ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจหลากหลายรูปแบบ

 ในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ธุรกิจที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่องอาจไม่ใช่ธุรกิจที่มีกำไรสูงสุด แต่คือธุรกิจที่มีสภาพคล่องเพียงพอและพร้อมใช้เมื่อโอกาสมาถึง การเลือกแหล่งเงินทุนและวางแผนใช้ “สินเชื่อ SME” อย่างเหมาะสม จึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นคงในระยะยาว.

 

บุญช่วย ค้ายาดี 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน