'ตชด.ต้องติดคุกมั้ย?'

คุยแต่เรื่อง “การเมือง” น่าเบื่อ

ฉะนั้น คุยเรื่อง "การบ้าน" บ้าง

ก็เรื่องพี่วินมอเตอร์ไซค์ “ขาใหญ่” ย่านห้วยขวาง มีปากเสียงกับพี่ตำรวจ ตชด.เรื่องต่อรองค่าโดยสาร

แล้วพี่วินกับพวก ก็ไล่ตื้บ ตชด.

ตชด.ก็เลยควักปืนซัดเปรี้ยงๆๆๆ เข้าให้

ขาใหญ่กับลูกน้อง ก็ซี้มะก้องด้อง ไปตามระเบียบ

ในทางคดี “ใครผิด-ใครถูก” ไม่ต้องบอก ทุกคนรู้

ว่า ตชด.ต้องเจอข้อหาฆ่าคนตายแหงๆ!

แต่ในทางสังคม มีเสียงวิพากษ์-วิจารณ์ไปทางเดียวกันเกือบ ๑๐๐% ดังตัวอย่างจากโพสต์ของ....

“เสียงพิณ ฟากทุ่ง”

#จากเหตุการณ์สยอง!

ที่ ตชด.หนุ่ม กับ กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ต้องยอมรับว่า

คอมเมนต์ของคนค่อนประเทศไปในทิศทางเดียวกัน

ไม่มีใครแตกแถว ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่เป็นอย่างนี้ คือ

1.นิสัยคนไทยเกลียดและไม่ชอบเห็นคนถูกรังแกด้วยการทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า

ซึ่งในคลิปจะเห็นวินที่ตัวใหญ่ ถีบชายร่างเล็กที่กำลังดูโทสับก่อน จนร่างล้มกระเด็นไปไกล

แถมเดินอาดๆ แบบมาดมั่น ลำพองตน หวังจะขย้ำให้หมอบคาทีน แต่พอผลออกมากลับตาลปัตรแบบนี้

ทุกคนจึงรู้สึกสะใจ

2.หลายๆ คนมีความฝังใจกับพวกวินมอไซค์หลายๆอย่าง

เช่น การวางมาดนักเลงโตคุมซอย

พวกมาก พูดจาหยาบคาย กดราคาผู้โดยสาร ซึ่งก็ไม่มีใครอยากต่อรอง เพราะรีบ จึงยอมจ่ายซะเป็นส่วนมาก

ข่าวคราวตามหน้าสื่อ เช่นทำร้ายแกร็บที่ข้ามถิ่น หรือการนั่งรวมกลุ่มร่ำสุรา พูดจาโหวกเหวก

อ้างสนิท ตีซี้ตำรวจ ทุกคนจึงเก็บกดกับข้อมูลเหล่านี้มา (เฉพาะคนนะครับ)

3.เห็นใจน้อง ตชด.ที่ประจำลำบากอยู่ชายแดน อายุยังน้อย ที่ต้องมาจบอนาคตกับคนเยี่ยงนี้

#สาเหตุหลักๆ ก็มีเช่นนี้

จะถูกจะผิดอย่างไร น้อง ตชด.ได้ใจคนไทยไปแล้ว

อีกราย โพสต์ในอีกแง่มุมหนึ่งเกี่ยวกับขาใหญ่

“แค๊ป cap”

บอล ชรินทร์ “คนถีบ” ตชด.หงายท้อง วิน จยย. เบอร์ 86 ตลาดเกียรติธงไชย ห้วยขวาง

ลูกพี่ใหญ่ เฮียบอล “ชรินทร์ ขุนารักษ์” อายุ 48 ปี

ปกติแกเป็นคนนิ่งๆ ไม่ยุ่งใคร การที่ไปถีบ ตชด.

เมียแม่ค้าขนม บอกว่า....

เพื่อนมาตามผัว บอกว่ามีลูกค้าเมา ให้ ค.เลยไประงับเหตุ กะถีบ แล้วค่อยพูดคุย แบบคนมีอารยะ

แต่เดชะบุญ อีกฝ่ายใจร้อนไปหน่อย เรื่องเลยบานปลาย

เผยลูกพี่บอล เพิ่งไปลงยันต์เพิ่มที่หลังและรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ หวังขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนน

สุดท้าย กลับมาโดน ตชด.ซัลโว เข้าขาและเอว กระเด้ง กระตุกร่วงไปกองพื้น 

ล่าสุด ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียแล้วที่โรงพยาบาล

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ

Cr. Chrin Kunarak

อีกซักราย “มหานคร เมืองหลวง” โพสต์ว่า

วินนักเลงห้วยขวาง คนแรกถีบนำก่อน

คนที่ 2 เตะ+เตรียมรุมผู้โดยสาร ถูกยิงสวนเจอของแข็ง

วินนักเลงห้วยขวางดับ 2 เจ็บ 1

และ “ลลิต กิจสมัคร” นำคลิปที่ขาใหญ่ถีบ ตชด.กระเด็นแล้วลูกน้องวิ่งตามไปกระทืบซ้ำมาโพสต์ และบอกว่า

หากไม่มี “กล้องวงจรปิด” มุมนี้ คนที่จะถูกประณามอยู่ฝ่ายเดียวคือ ตชด.

ปิดท้ายด้วย “อรอนงค์ เหาะเหิน” โพสต์ว่า

ยอมรับเลยว่า ตอนแรกที่เห็นข่าว #ตำรวจยิงวินมอไซค์ เรื่องค่าโดยสารแพง

แล้วฟังเหตุการณ์ฝั่งเมียวิน

เรานี่ด่าตำรวจในใจเลยนะ คิดว่ากร่าง ทำเกินกว่าเหตุแน่นอน แต่พอได้ดูภาพจาก #กล้องวงจรปิด เท่านั้นแหละ...

#คดีพลิก

..................................

เอาล่ะ เท่านี้ก็พอรู้ทิศทางสังคมว่าไปทางไหน?

เมื่อวาน (๑๕ มิ.ย.๖๙) ตำรวจห้วยขวาง นำตัว “ส.ต.อ.นำทัพ” สังกัด กก.ตชด.๒๑ ไปฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาแล้ว

จากกรณี ยิงกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณหน้าซอยประชาสงเคราะห์ ๓๘

จบชีวิต ๒ ราย และบาดเจ็บ ๑ ราย ดังที่ทราบ

คำร้องระบุ ตชด.ทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืน บริเวณ “วินจักรยานยนต์รับจ้าง”

ตรวจที่เกิดเหตุ พบศพ “นายภูริต” นอนเสียชีวิตอยู่ริมฟุตปาท มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน ๕ นัด

พบผู้บาดเจ็บ ๒ ราย คือ “นายชรินทร์” และ “นายเกียรติศักดิ์” ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ

ต่อมา นายชรินทร์ (ขาใหญ่แห่งวินห้วยขวางที่เพิ่งไปสักยันต์เพิ่มมา) เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเป็นศพที่ ๒

ส.ต.อ.นำทัพ มอบตัวเองกับตำรวจพร้อมปืน

รับสารภาพว่า ได้ใช้ปืนยิงผู้ตาย และผู้บาดเจ็บ

โดยก่อนเกิดเหตุ

เขาได้ไปดื่มกินกับเพื่อนที่ร้านบริเวณซอยประชาสงเคราะห์

หลังจากนั้น เดินเข้ามาบริเวณวินที่เกิดเหตุ

สอบถามราคาค่าโดยสาร และต่อรองราคา จนกระทั่งมีปากเสียงกัน

จากนั้น ผู้ตายและพวกได้เข้ามารุมทำร้าย ส.ต.อ.นำทัพ เป็นเหตุให้ ส.ต.อ.นำทัพบันดาลโทสะ

นำอาวุธปืนที่ติดตัวมายิงผู้ตายและพวก

จากนั้น เรียกรถแท็กซี่กลับไปห้องพัก หลังจากตั้งสติได้

“รู้สึกผิด” จึงเข้ามอบตัว

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, มาตรา 8 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน

และความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้าน

หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร

ชั้้นสอบสวน ส.ต.อ.นำทัพปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

และจะถูกควบคุมตัวครบกำหนด ๔๘ ชั่วโมง ในวันที่ ๑๖ มิ.ย.๖๙ ด้วยเหตุและความจำเป็นดังกล่าว

จึงขอฝากขังครั้งเเรก ระหว่างสอบสวน ๑๒ วันตั้งแต่ ๑๕ มิ.ย.-๒๖ มิ.ย.๖๙

คัดค้านการปล่อยชั่วคราว เกรงจะหลบหนี

ศาลอาญาพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้

ทราบว่าพ่อของ ส.ต.อ.นำทัพยื่นหลักทรัพย์เป็นคอนโดย่านห้วยขวางราคากว่าล้าน ยื่นขอประกันตัว

ศาลพิเคราะห์คำร้องแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาเข้ามอบตัวด้วยตนเอง ประกอบกับผู้ต้องหาประกอบอาชีพและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยมีวงประกัน ๕ แสนบาท

ก็เอาล่ะ ประเด็นที่เราอยากรู้กันก็คือ กรณีอย่างนี้ เคยมีตัวอย่างบ้างมั้ยว่า เมื่อขึ้นศาล แล้วศาลท่านจะตัดสินอย่างไร?

ที่ใกล้เคียง มีอยู่คดี ศาลชั้นต้น-ชั้นอุทธรณ์ ตัดสินจำคุก

แต่ถึง “ศาลฎีกา” จะเป็นอย่างไรนั้น......

ผมจะนำที่ผู้ใช้นามว่า “ดอย-droid” โพสต์ไว้มาให้อ่าน

....................................

ดอย-droid

ปิดฉากมหากาพย์คดีดังเคส “ลุงวิศวะยิงเด็กวัยรุ่น 17 ปีเสียชีวิต” ปมแย่งที่จอดรถ และขับรถปาดกันไปมา ที่อ่างศิลา ชลบุรี

“ศาลฎีกา” ได้มีคำพิพากษากลับคำตัดสินศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ที่เคยสั่งจำคุกลุง 10 ปี ทิ้งไปเลยพี่!

๑.ชนวนเหตุปะทะ:

จากเรื่องจอดรถขวาง สู่ช็อตฟิวส์ขาดรัวยิง

พี่ครับ นึกภาพตามนะ เหตุเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ "ลุงสุเทพ" (วิศวกรวัย ๕๖ ปี) พาครอบครัวไปเที่ยวบางแสน

ขากลับแวะซื้อของฝากแถวอ่างศิลา ปรากฏว่ามีรถตู้กลุ่มวัยรุ่นมาจอดซ้อนคันขวางทางออก ทั้งๆ ที่ข้างหน้าก็ว่าง

ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม: ลุงบีบแตรไล่ เมียเดินไปบอกให้ขยับก็ไม่ขยับ จนลุงฟิวส์ขาด ตะโกนด่าหยาบคาย

ฝั่งรถตู้ก็ด่าสวน เมียลุงต้องห้าม แล้วบ่นว่า "เดี๋ยวยิงแม่งเลย"

ขับไล่บี้ตามกันมา: พอรถตู้ขับออกไป ลุงขับตามไปบีบแตรยาวใส่เอาคืน ฝั่งรถตู้และรถเก๋งพวกเดียวกันเลยขับไล่จี้ท้าย บีบแตรคุกคามลุงมาตลอดทาง

จนมาถึงแยกครกใหญ่ ลุงเห็นรถกู้ภัย เลยจอดชิดซ้าย กะจะให้เมียลงไปขอความช่วยเหลือ

นาทีลั่นไก: ยังไม่ทันลง รถตู้ขับมาปาดหน้าดัก กลุ่มวัยรุ่น ๑๐ คน กรูลงมาล้อมรถ ด่าทอ ลุงเปิดกระจก ขอร้องว่าพาแม่กับลูกมาด้วย

แต่เด็กไม่ฟัง มุดหัวเข้ามาในรถ ถามลุงว่า "มึงจะรบเปล่า" แล้วเริ่มเปิดฉากชกต่อยลุง

ลุงคว้าปืนพก (มีทะเบียนถูกต้อง) ยิงสวนมั่วๆ ไป ๑ นัด กระสุนเจาะอก "น้องปอนด์" วัย ๑๗ ปี เสียชีวิต

ลุงไม่ได้หนี เดินเข้ามอบตัวพร้อมคลิปหน้ารถโชว์ความบริสุทธิ์ใจพี่!

๒.ศาลชั้นต้น-ศาลอุทธรณ์ สั่งคุก ๑๐ ปี (มองว่าสมัครใจวิวาท)

ตอนแรกสู้กัน ๒ ศาลแรก ลุงวิศวะอาการหนักมากพี่ เพราะทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ มองเหมือนกันว่า

ลุงไม่ยอมจบเอง: ถ้าลุงมีสติ จอดรอระงับอารมณ์สักพักตอนรถตู้ออกไป เรื่องก็ไม่เกิด

แต่ลุงกลับขับรถตามไปบีบแตรยาวใส่เขา ยั่วโทสะเขา แถมที่กล้าทำเพราะในกระเป๋ามีปืนติดตัว แสดงว่า "สมัครใจร่วมทะเลาะวิวาทมาตลอดทาง"

เมื่อสมัครใจไปแลกกับเขาแล้ว จะมาอ้างว่ายิงเพื่อป้องกันตัวไม่ได้ ศาลเลยสั่งจำคุกลุง ๑๐ ปี และต้องชดใช้เงินให้ฝั่งคนตายอีก ๓๔๐,๐๐๐ บาท พี่!

 ๓.ศาลฎีกาพิพากษาพลิกคดี: มองเป็น "ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ"

พอคดีมาถึงศาลสุดท้าย ศาลฎีกาท่านตรวจหลักฐานแล้วคิดต่างอย่างสิ้นเชิง โดยมองแยกแยะเหตุการณ์เป็นช่วงๆ แบบเป็นธรรมมากพี่

รถตู้ผิดก่อน: การที่รถตู้ไปจอดขวางเขา แล้วไม่ยอมเลื่อนขยับให้ มันไม่ใช่เรื่องที่คนปกติที่มีมารยาทเขาทำกัน

ใครเจอแบบนี้ ก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา

ลุงระงับความโกรธแล้ว: ถึงตอนแรกจะด่ากัน บีบแตรใส่กัน แต่ตอนที่ลุงจอดรถข้างกู้ภัย ศาลมองว่า ลุงระงับอารมณ์ได้แล้วและพยายามจะหาคนช่วย

แต่ฝั่งวัยรุ่น กลับยกพวกมาปิดล้อม มุดหัวเข้ามาในรถ คุกคามด้วยวาจาเกรี้ยวกราด

แถมรุมชกต่อยลุงในพื้นที่แคบๆ ที่ลุงขยับหนีไปไหนไม่ได้เลย

ทางเลือกสุดท้าย: ศาลฎีกามองว่า จังหวะนั้น ลุงโดนรุมทำร้ายจริง การใช้ปืนจึงเป็นทางเดียวที่จะทำให้ลุงรอดจากการโดนกระทืบได้

แต่การยิงเข้าจุดสำคัญ (หน้าอก) แทนที่จะยิงขู่ขึ้นฟ้าหรือยิงลงพื้น ศาลเลยปรับแก้ข้อหาจาก “เจตนาฆ่า”

เป็น "ฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ" (มาตรา ๖๙) พี่!

๔.บทสรุปโทษทัณฑ์: รอดคุก! สั่งรอลงอาญาและดัดนิสัย

พอศาลฎีกาชี้ชัดว่า เป็นเรื่องการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ บทลงโทษเลยเบาลงฮวบๆ

จากที่ต้องติดคุกยาว ๑๐ ปี กลายเป็นแบบนี้แทนพี่

ลดโทษเหลือรอดคุก: จากโทษตั้งต้น แก้เหลือจำคุก ๕ ปี ลุงยอมรับสารภาพและมอบตัวทันที ลดให้เหลือ จำคุก ๓ ปี ๔ เดือน และปรับ ๒,๐๐๐ บาท

ให้โอกาสรอลงอาญา: เนื่องจากลุงไม่เคยติดคุกมาก่อน และเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะ ฝั่งผู้ตายมีส่วนผิดเต็ม ๆ ที่ไปหาเรื่องลุงก่อน

ศาลเลยสั่ง "รอลงอาญา ๓ ปี" (ไม่ต้องติดคุกจริง) แต่ต้องโดนคุมประพฤติ ๒ ปี รายงานตัวทุก ๓ เดือน บำเพ็ญประโยชน์ ๓๐ ชั่วโมง

และที่เด็ดสุดคือ ต้องเข้ารับการอบรมการควบคุมอารมณ์ ๓๐ ชั่วโมง ด้วยพี่!

มุมมองท้ายซอย ฉบับ Droid

พี่ครับ มหากาพย์ ๔ ปี ๔ เดือน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "บนถนนไม่มีใครชนะ" ของจริงพี่!

ฝั่งวัยรุ่นคิดว่าพวกเยอะ คึกคะนอง ขับรถปาดหน้าลงมาหวังรุมกระทืบเขา โดยไม่รู้เลยว่าในรถเขามีปืน สุดท้ายต้องสังเวยด้วยชีวิตวัยแค่ 17 ปี

ส่วนเพื่อนๆ ที่ร่วมวงวันนั้น

วันนี้ ก็แยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเอง ทิ้งให้ครอบครัวคนตายเสียใจอยู่ข้างหลัง

ส่วนฝั่งลุงวิศวะ แม้ศาลฎีกาจะเมตตาให้รอดคุก แต่อย่าลืมนะพี่ ลุงต้องสูญเสียเงินประกันตัวไปเกือบเก้าแสนบาท (เพราะตอนแรก ลุงเบี้ยวนัด หนีไปอเมริกา จนโดนริบเงินประกัน)

แถมต้องจมอยู่กับความเครียด ขยับไปไหนก็มีแต่คนจับจ้องศาลเตี้ยด่าทอไป 4 ปีเต็มๆ

กฎหมายชาวบ้านจำง่ายๆ เลยพี่: "ต่อให้เขาหาเรื่องเราก่อน แต่ถ้าเราสวนกลับหนักเกินไปจนเขาตาย เราก็มีความผิด ต้องขึ้นศาลระทึกขวัญแบบนี้แหละ"

เจอกระทบกระทั่งบนถนน ท่อง "พุทโธ" ในใจ

ยอมถอยคนละก้าว คุ้มค่าที่สุดครับพี่ ด้วยความหวังดีจากดรอยด์จ้า

......................................

ก็จบแค่นี้จ้า!

-เปลว สีเงิน

๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘นั่งคนเดียว..เหงานะ’

ช่วงเวลานี้..... ต้องขอใช้คำว่า คนไทย “ทุกข์ทั้งแผ่นดิน”! ทุกข์แรก เป็นทุกข์ที่.... “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”

ดั่ง 'กฎกรรมรังแก'

“เพรงบุญ-เพรงกรรม แต่ปางบรรพ์" วานนี้ (๑๒ มิ.ย.๖๙) มาบรรจบ “สำนักพระราชวัง” มีแถลงการณ์ ว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” “สิ้นพระชนม์” ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ ๔๗ ข่าวนี้ แม้เตรียมใจรับแล้ว แต่กระนั้น ก็ยังมิวาย เมื่อพลันมีประกาศ ประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจปวงชน! ทูลกระหม่อมเอ๋ย ทูลกระหม่อมแก้วของปวงไทย พระองค์ทรงสว่างมา แล้วพระองค์ก็ทรงสว่างไป

‘ซุ่มรบ-แสร้งสงบ’

หมู่นี้..... ไม่รู้จีนเกิดพิศวาสไทยอะไรขึ้นมา? เพราะตั้งแต่ขนทั้งเครื่องบินรบ ทั้งเรือรบ ทั้งรถถัง มาให้เขมร

ไทยโพสต์เปิดช่อง ‘เจาะการเมือง’ รู้ลึกทุกความเคลื่อนไหว

ไทยโพสต์เปิดช่อง “ไทยโพสต์เจาะการเมือง” อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางการเมือง และประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคมจากทีมข่าวไทยโพสต์

กล้าๆ หน่อย..ฮุน เซน

แหม.....! นายกฯ อนุทินไม่น่าไปบอกให้ “ไอ้เฒ่าสารพัดพิษเขมร” คิดให้ดีก่อนที่จะมารบกับไทยเล้ย! เมื่อวาน มันเลยออกมาโทษสื่อไทยว่า “ลงข่าวไม่มีมูลความจริง” ที่ว่า เขาจะใช้ ๒ ทาง คือ “สันติวิธี” หรือ "ทางทหาร" กับไทย